ความเห็น 389669

การจัดการเชิงกลยุทธ์ : ศูนย์วิบูลย์ฯ

นส.สุพรรษา เชยกลิ่นเทศ รหัส 4754273188 รุ่น ก40/13
IP: xxx.28.180.130
เขียนเมื่อ 

 นส.สุพรรษา  เชยกลิ่นเทศ  รุ่น ก40/13 รหัส 4754273188

การวางแผนกลยุทธ ขั้นตอนการวางแผนกลยุทธ์สำหรับ SMEsในการวางแผนระยะยาวหรือแผนกลยุทธ์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ควรมีขั้นตอนดังนี้การกำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ( Business Objectives )กำหนดเป้าหมายระยะยาว (Long - Range Goals)การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ( SWOT Analysis )จัดทำกลยุทธ์ขององค์กร

จัดทำแผนปฏิบัติการ

 1.  การกำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ( Business Objectives )

ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ธุรกิจที่ทำอยู่นั้นเพื่ออะไร อะไรคือสิ่งที่คาดหวังจากการเป็นเจ้าของกิจการ เราจะบริหารธุรกิจนั้นอย่างไร และอะไรคือการปฏิบัติที่เป็นเลิศที่จะนำมาใช้ในการจัดการธุรกิจของ องค์กรของเราสร้างขึ้นมาทำไม อะไรคือความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) องค์กรมีวิธีการอย่างไรในการดำเนินธุรกิจ คุณค่าและปรัชญาขององค์กร คือ อะไรคำมั่นสัญญาเรื่องคุณภาพ ความมีจริยธรรมในการทำธุรกิจ ตลอดจนการดูแลสภาพแวดล้อมขององค์กรเป็นอย่างไร คำถามเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องหาตอบให้ชัดเจน เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารจึงต้องประเมินสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจของตนเองว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมในการพิจารณาเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของกิจการนี้ ต้องคำนึงถึงลูกค้าและต้องมีความชัดเจนในธุรกิจของตน ซึ่งจะทำให้ได้สิ่งที่เรียกว่า ภารกิจ (Mission Statement) และภารกิจนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางหรือสิ่งที่องค์กรต้องการอยากจะบรรลุผลสำเร็จในระยะยาวหรืออาจเรียกว่า วิสัยทัศน์ (Vision)

  2.  การกำหนดเป้าหมายระยะยาว (Long – Range Goals)ในการกำหนดเป้าหมายระยะยาวขององค์กร เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าองค์กรต้องการประสบผลสำเร็จหรือต้องการบรรลุเป้าหมายอะไรและภายในระยะเวลาเท่าใด เช่น ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด หรือขยายตลาดไปสู่ยุโรปภายใน 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี เป็นต้น  การกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจ ต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว การตั้งเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ระยะสั้น ต้องสามารถวัดผลได้ชัดเจน มีกรอบเวลาแห่งความสำเร็จที่ชัดเจนประเมินผลได้ แต่ถ้าเป้าหมายในระยะปานกลางหรือยาวนั้นอาจพอเป็นเป้าหมายเชิงกว้างได้ เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ ขององค์กรจะเป็นเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาวที่จะมีความชัดเจนน้อยกว่าการกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ระยะสั้น เช่น วิสัยทัศน์ประเทศไทยอยากเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ส่งออกแห่งเอเชีย (Detroit of Asia) ประเทศไทยจึงส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์ขยายฐานการลงทุนมาที่ประเทศไทย จึงถือเป็นภารกิจ และเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์คือ ยอดรถยนต์ส่งออกของประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในปี2550 เป็นต้น อันนี้จะแสดงการกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่สัมพันธ์กับเป้าหมายระยะสั้น เป็นวิสัยทัศน์การกำหนดวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และเป้าหมายระยะยาว นั้น ในการบริหารเชิงกลยุทธ์จะถือเป็นส่วนเดียวกันคือการกำหนดทิศทางองค์กรว่าต้องการจะให้ธุรกิจเป็นอย่างไรในอนาคตทั้งระยะยาว ระยะปานกลางและระยะสั้น ซึ่งจะกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ ภารกิจ และเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ กล่าวคือวิสัยทัศน์เป็นเป้าหมายระยะยาว ภารกิจ เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์เป็นเป้าหมายระยะสั้นที่ต้องทำให้สำเร็จและเมื่อสำเร็จแล้วจะเป็นผลทำให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวต่อไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จากตำราการบริหารเชิงกลยุทธ์ทั่ว ๆ ไป  การกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจนั้น ต้องระลึกเสมอว่า ต้องสอดรับกับภารกิจ ที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุผลที่จะทำให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จเพียงช่วงเดียว เช่น ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด โดยการผลิตสินค้าคุณภาพต่ำและขายตัดราคาในราคาถูก หรือการตั้งเป้าเพื่อลดต้นทุนการผลิต จึงลดการลงทุนในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษและสังคมต่อต้านสินค้าของบริษัทในระยะยาว และทำให้สินค้าขายไม่ได้ ส่วนแบ่งตลาดลดลง เป็นต้น 3.   การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ( SWOT Analysis )การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเป็นการตรวจสอบจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมนี้จะประเมินจากปัจจัยภายในของกิจการในด้านต่าง ๆ เช่น บุคลากรความรู้ ความสามารถในการปรับตัว การตลาด การผลิต การเงินและเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ  เป็นต้น เพื่อที่ทำให้เราทราบว่า กิจการของเรามีจุดแข็งที่ตรงไหน และมีจุดอ่อนที่จุดใด ซึ่งจะทำให้เราประเมินได้ว่าระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของเรานั้นมีมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้กิจการต้องประเมินสภาพแวดล้อมภายนอกซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่กิจการดำเนินการอยู่ ได้แก่  สภาพแวดล้อมทั่ว ๆ ไป เช่น นโยบายเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ลักษณะประชากร การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าเสรีต่าง ๆ เป็นต้น และปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกอีกประการหนึ่งคือ สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน ได้แก่ จำนวนคู่แข่ง จำนวนคู่ค้าทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ สินค้า 4.   การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy Formulation)หลังจากที่ได้มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแล้ว องค์กรต้องมีการกำหนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ประเมินได้ ซึ่งเราจะรู้กันทั่วไปว่ากลยุทธ์ขององค์กรนั้นมี 3 ระดับได้แก่ ระดับองค์กร (Corporate Strategy) ระดับธุรกิจหรือแข่งขัน (Business or CompetitiveStrategy) และระดับหน้าที่งานหรือระดับปฏิบัติ (Functional Strategy) แต่อย่างไรก็ตามก็ได้มีนักวิชาการในปัจจุบันหลายท่านได้แสดงความเห็นว่า กลยุทธ์จริง ๆ แล้วควรมีแค่ 2 ระดับ คือระดับองค์กรกับระดับธุรกิจ เท่านั้น เพราะระดับหน้าที่หรือระดับปฏิบัตินั้นน่าจะเป็นแผนปฏิบัติการ (Action Plan) มากกว่า เนื่องจากไม่ได้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่จะเป็นการปฏิบัติให้กลยุทธ์ในการแข่งขันหรือระดับธุรกิจ และกลยุทธ์ระดับองค์กรสามารถบรรลุเป้าประสงค์โดยรวม 5.  การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategic Implementation)ในการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัตินั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญ แผนปฏิบัติการหรือแผนระยะสั้นหรือแผนประจำปี และการวัดผล ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงของ IBMที่พลิกฟื้น IBM ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้เคยกล่าวว่า การวางแผนกลยุทธ์หรือการจัดการกลยุทธ์ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีการนำไปสู่การปฏิบัติและวัดผล หรือที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นว่าเป็นการ Executionการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติต้องมีการกำหนด แผนการดำเนินงาน หรือ Action Plan  เพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์ที่ได้กำหนดขึ้นมาเป็นการปฏิบัติงานประจำวัน กำหนดเป้าหมาย (Target) โครงการงานที่ต้องทำ (Project) งบประมาณที่จำเป็น (Budget) และสุดท้ายขั้นตอนในการปฏิบัติงาน (Procedure) ต่าง ๆ ตามความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ โดยมีการกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการไว้ด้วยซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเวลา 1 ปีและมีการกำหนดตัวชี้วัดผลไว้อย่างชัดเจนเพื่อสามารถประเมินผลและควบคุมการดำเนินงานตามแผนได้อย่างชัดเจนแผนปฏิบัติการนั้น จะต้องมีการกำหนด เป้าหมายและตัวชี้วัดที่สามารถบรรลุผลได้อย่างชัดเจนและวัดได้ เช่น การเพิ่มยอดขาย 10 % จากปีก่อนภายใน 6 เดือน จากนั้นต้องมีการกำหนดโครงการขึ้นรองรับ   สิ่งที่ควรต้องดำเนินการต่อคือ การพิจารณายกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น เป็นการเข้าสู่ระบบการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง : www.dip.go.th.apecibiz/resource/10/businessPlan_chap3.pdf