ความเห็น


คุณวิสุทธิ์มาเล่าเรื่องราวให้ฟังทีไร ผมอ่านด้วยความเพลิดเพลิน ได้ทั้งคำตอบและคำถามพร้อมๆ กันนะครับ

หนนี้ฝากคำถามไว้มากเลยครับ ผมเองก็ตอบไม่ได้ แต่ละข้อดูจะยากเกินกำลังจริงๆ ครับ เป็นการตั้งคำถามที่เฉียบคมและตรงไปตรงมาดีครับ

แต่ที่เฉียบคมยิ่งกว่าคือประเด็นที่คุณวิสุทธิ์กล่าวถึงเด็กหญิงไทใหญ่ กับการมองอย่างแยกส่วน ทำให้ผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่อาจารย์เคยแนะนำในชั้นเรียน ชื่อว่า Diffusion of Innovations

มีเรื่องหนึ่งในนั้นที่ผู้แต่งใช้เป็นบทนำ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์คนหนึ่งเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อชักชวนให้ชาวบ้านต้มน้ำกิน เพื่อป้องกันการป่วยซ้ำซ้อน เรื่องที่ดูเหมือนง่ายในการอธิบาย และเป็นนวัตกรรมธรรมดาๆ นี้กับไม่สามารถเกิดได้ในหมู่บ้านนั้นๆ ครับ 

สาเหตุมีหลายประการ แต่ที่เด่นๆ คือ สถานะของนักสังคมสงเคราะห์ในมุมมองของชาวบ้าน เขาเห็นว่าเธอเป็นคนชั้นกลาง ดูเป็นคนละชั้น ไม่อยากไปคุยด้วย และความเชื่อของชาวบ้านที่เชื่อมโยงน้ำร้อนกับการป่วยไข้ นั้นหมายถึงว่าถ้าไม่ป่วยจะไม่กินน้ำร้อน ประการสุดท้ายคือการนำเสนอครับ นักสังคมสงเคราะห์่ท่านนี้ไปขายความคิดด้วยการอธิบายถึงเชื้อโรค ซึ่งมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ชาวบ้านก็เลยไ่ม่รู้ว่าจะทำไปทำไม

ที่ผมว่าน่าสนใจคือการที่อาจารย์นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ในชั้นเรียนของผู้ที่จะนำเทคโนโลยีเข้าสู่ชั้นเรียน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผมเรียนอยู่ เพราะอาจารย์เห็นว่าสินค้าไม่สำคัญเท่าการนำเสนอครับ ของดียังไงก็อาจเจ๊งได้ ถ้าถ้อยคำที่นำเสนอนั้นไม่ตรงกลุ่ม ไม่โดนใจ ว่าไหมครับ? 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี