ความเห็น 3009081

ทำไมจึงไม่ควรเรียนจากพระเก๊ตาเปล่า

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน

หลายวันก่อนผมได้มีการนัดพบปะเพื่อนฝูงสมัยเรียนด้วยกัน ซึ่งเราจะนัดพบกันทุกเดือน ทุกคนก็อยู่ในวัยเกษียณกันหมดแล้ว มีอยู่หลายคนเล่นหาสะสมพระเครื่องเป็นงานอดิเรก เหมือนกับคนแก่ทั่วๆ ไป จึงตั้งวงสนทนาและนำพระเครื่องมาอวดกัน มีการพูดคุยถึงพระเครื่องต่างๆ และในการพิจารณา ผมก็ถูกชักชวนให้เข้าร่วมวงด้วย เพราะเพื่อนหลายๆ คนก็รู้ว่าผมชอบและสะสมมานาน ผมก็ได้แต่นั่งฟังซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะรู้ดีว่าต่างคนต่างก็มีความคิดแตกต่างกันไป ในหลักของการพิจารณา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมทั่วไป

เรื่องปัญหาของการพิจารณาพระแท้หรือไม่แท้นั้น เป็นปัญหาโลกแตกของสังคม พระเครื่องด้านนอกกับสังคมผู้นิยมพระเครื่องที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากมาตรฐานของการพิจารณาพระเครื่องหรือการพิสูจน์ทราบว่าพระเครื่องนั้นๆ ใช่หรือไม่ใช่ แท้หรือไม่แท้นั้น ไม่มีสถาบันการศึกษาทางด้านวิชาการใดๆ รองรับในเรื่องนี้ ไม่เหมือนกับอัญมณี หรือแร่ธาตุต่างๆ คำถามก็คือ แล้วเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานรับรอง วิธีการพิจารณา พระเครื่องปัจจุบันก็มีมูลค่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นของมีค่าเช่นกัน ดังนั้นมูลค่า ที่มีการรองรับในด้านราคาจึงเป็นมาตรฐานรับรอง พูดง่ายๆ ก็คือเวลาขายมีคนรับซื้อในมูลค่าที่ใกล้เคียงกัน

ครับผมจะยกตัวอย่างพระสมเด็จ วัดระฆังฯ หรือบางขุนพรหม เนื่องจากเป็นพระที่มีคนนิยมมากที่สุด และมีมูลค่าสูง ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ถ้าสมบูรณ์ไม่หักชำรุดหรือสึกจนมองไม่เห็นอะไร ก็ต้องมีหลักล้านขึ้นไป ขนาดหักชำรุดอุดซ่อมก็ต้องมีหลักแสน และมูลค่าจะสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างให้เห็นได้ชัดเจนกับพระนอกมาตรฐาน พระสมเด็จวัดระฆังฯ ตามที่มีมูลค่ารองรับ และสามารถนำมาขายได้ในสถานที่ชุมนุมของนักเล่นพระเครื่องที่เรียกกันว่า สนามพระหรือศูนย์พระในปัจจุบัน

สำหรับหลักการพิจารณาของสังคมผู้นิยมพระเครื่องนั้นจะมีหลักการคล้ายๆ กัน อาจจะไม่เหมือน กันเป๊ะทุกข้อ แต่ก็เข้ามาสู่ความถูกต้องอันเดียวกัน และมีมูลค่ารองรับเหมือนๆ กัน เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่นิยมสะสมแบบเล่นหาและว่ากันไปเอง จะไม่เหมือนกันเลย ต่างกลุ่มต่างจะมีหลักการที่แตกต่างกันมาก ที่เหมือนๆ กันเท่าที่ผมสังเกตดูจะบอกว่า เนื้อหาจัด มวลสารดี เท่านั้นที่ดูคล้ายๆ กัน หลักการเหล่านี้จะไม่มีมาตรฐานราคาหรือมูลค่าที่ใกล้เคียงกันเลย เล่นหากันเฉพาะกลุ่ม ต่างกลุ่มก็จะไม่สามารถซื้อ-ขายกันได้ หรือมูลค่าราคาแตกต่างจากสังคมมาตรฐานมากมาย

เช่นอย่างที่ผมบอกว่า ถ้าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านสร้างไว้และสมบูรณ์ไม่ชำรุดหักหรือสึกหรอมาก มูลค่าทุกพิมพ์จะอยู่ที่หลักล้านทุกองค์ อยู่ที่จะกี่ล้านก็ขึ้นอยู่กับความสวยสมบูรณ์เท่านั้น และมีมูลค่าใกล้เคียงกันกับทุกกลุ่มที่เล่นหามาตรฐาน แต่สำหรับกลุ่มนอกมาตรฐานนั้น อยู่ที่หลักพันหลักหมื่นเท่านั้น และที่สำคัญพอจะขายกลับขายไม่ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนนั้นเคยมีคนบอกว่าแท้ รับรองเลย พอจะขายกับคนเดิมกลับไม่ซื้อหรือไม่กล้าซื้อเลย

ตัวอย่างที่ผมพูดมานี้ก็พอที่จะเปรียบเทียบให้เห็นได้ว่า ควรจะเลือกวิธีการศึกษาและสะสมแบบไหนนะครับ การเล่นหาสะสม นอกมาตรฐานถ้าเล่นหาแล้วสบายใจก็เล่นไปเถอะครับ ไม่มีใครว่า แต่พอจะนำมาขายนั้นก็ต้องทำใจนะครับ ในทางกลับกัน การศึกษาสะสมแบบที่เป็นมาตรฐานสากลนั้น วันใดวันหนึ่งซึ่งเราทุกคนไม่รู้หรอกครับว่าจะขายเมื่อไร เมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็นขึ้น มาที่จะต้องขาย ก็ยังสามารถนำมาขายได้ในสังคมมาตรฐาน ส่วนมูลค่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ว่ากันไป บางชนิดอาจจะมีมูลค่าลดลงบ้าง หรือเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นพระสมเด็จ รับรองครับมีแต่เพิ่มมูลค่าไม่มากก็น้อย อยู่ที่ การเก็บรักษาที่ดี มีสภาพเหมือนเดิม ระยะเวลาผ่านมามากน้อย หรือ พระเครื่องอื่นๆ ที่เขานิยมกันจนเป็นมาตรฐานก็เช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ของกลุ่มสังคมผู้นิยมพระเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานที่มีมูลค่ารองรับหรือนอกมาตรฐานก็ตาม ตามความคิดผมไม่ควรจะถกเถียงกันมาก เนื่องจากหาข้อยุติยากครับ แล้วแต่ความชอบ แต่ถ้าจะพิสูจน์กันจริงๆ ก็ทำได้ครับ คือนำไป ตีราคาขายเลย จะรู้ได้ทันทีว่า มีคนซื้อหรือไม่ มีคนต่อรองราคาหรือไม่ เป็นข้อพิสูจน์ง่ายๆ เกี่ยวกับการมีมูลค่ารองรับหรือไม่ครับ

เอาล่ะครับวันนี้ก็คุยกันมามากพอสมควร ไว้วันต่อไปจะคุยถึงเรื่องหลักการพิจารณาของตัวผมเอง เรื่องพระสมเด็จ ที่ผมได้ศึกษามาจากครูบาอาจารย์คนรุ่นเก่าๆ แต่ก็ไม่ถึงกับการชี้ตำหนินะครับ แค่หลักการพิจารณาและแนวทางการศึกษาเท่านั้น

ในวันนี้ก็นำรูปพระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซมมาให้ชมกันก่อนนะครับ

ด้วยความจริงใจ