ความเห็น


ความคิด (Thought) คือ คุณสมบัติของมนุษย์ เพราะเรามีเครื่องมือช่วยในการคิด (Thinking) คือ อายตนะภายใน (ประสาทใน) ดังนั้น การคิด (มันเป็นไปตามระบบปรุงแต่ง จินตนาการของสัตว์โลกชนิดหนึ่ง) มันมีเกิด ทรงอยู่และสลายไป

วันหนึ่งๆ เราคิดหลายเรื่อง หลายประเด็น แต่มันก็ไม่มั่นคงถาวร (เกิด-ดับในขณะๆ) ที่ควรระวังคือ อย่าคิดนอกคอก จนเรียกว่าปรุงแต่งเหนือความเป็นจริง แต่ให้รู้เนื้อหาที่คิด (Object) และรู้ตัวคิด (Subject) โดยต้องอยู่บนฐานที่ตั้งแห่งความคิดคือ "สติ ปัญญา" (Awareness) ทั้งสอง จะเป็นเครื่องช่วยประคับประคองตัวตนของความคิด และเป้าหมายความคิดว่า ใครคิด คิดอะไร และได้อะไร แล้วจะปรับทิศทางการคิดไปทางที่ถูกต้องอย่างไร โดยให้สอดคล้องกับโลกวิสัย มนุษยวิสัยและศาสนวิสัยอย่างกลมกลืนได้

ภาวะหนึ่งของมนุษย์คือ การปรุงแต่ง การคิด ถ้าคิดเป็น ปรุงแต่งเป็น ก็เป็นคุณ ถ้าไม่- ก็ฟุ้งซ่าน ทางโลกวิสัยเรียกว่า "มโมหรือจินตนาการ" เหมาะสำหรับนักติสต์และนักพูด นักบริหาร นักปกครอง ครู อาจารย์ นักวิทย์ นักดาราศาสตร์ ฯ

ดังนั้น อย่าปฏิเสธเรื่องการคิด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ต้องคิดนั้นเหมาะแล้ว ถ้าไม่คิด เราก็จะเป็นคนเฉื่อย ไม่ตื่นในตัวรู้หรือปัญญา ยิ่งคิด ยิ่งรู้สรรพสิ่ง คำเตือนคือ = เราจึงควรแยกให้ออกระหว่าง "การคิด กับ ความคิด" และ "เนื้อหาความคิด กับ ผู้กำลังคิด"  จากนั้น จงนำไปปรับใช้ในอณูกิริยากรรม (การกระทำเล็กๆ น้อยๆ) และมหกรรมกิริยา (การกระทำที่ใช้พลังงานมาก) ของตนว่า สภาวะภายนอกกับสภาวะข้างในสัมพันธ์กันอย่างไร

พระพุทธศาสนามีทางปฏิบัติให้ฝึกคือ "วิปัสสนา" (Insight Knowing) เพื่อสำรวจกาย อารมณ์ จิต และความจริงที่ปรากฎอยู่ครับ โดยอาศัยสติและปัญญาเป็นเครื่องช่วยสนับสนุนครับ

เป็นทัศนะแซมเสริมในประเด็นของคุณพ.ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี