ความเห็น 2953660

"Happiness is forsooth nothingness"

เขียนเมื่อ 

พี่ตอบตามความเข้าใจของพี่นะคะ...ตอนพี่เรียนสายวิทย์มาสมัยมัธยมปลาย ทราบแต่เพียงทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่พอเมื่อเราโตขึ้น ทำให้เราได้รู้จัก คำว่า "จิต" เข้ามาด้วย สังเกตได้จากที่คนเราแต่ละคนเกิดมาเป็นเพศชาย หญิง แต่สำหรับด้าน "จิตใจ" ของแต่ละคนจะไม่ค่อยเหมือนกัน...พี่คิดว่า "จิต" น่าจะรวมถึงต้นกำเนิดที่ติดตัวเรามาด้วย อาจจะมาจากภพภูมิที่สะสมกันมา...(พี่ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่...แต่ความคิดของพี่ ๆ คิดว่าเป็นแบบนั้น เพราะไม่เช่นนั้น คนเราคงมีจิตใจที่เหมือน ๆ กันทุกคนแล้ว...น่าจะขึ้นอยู่กับบุญ กุศลเดิมของคน ๆ นั้นด้วย...ถึงแม้มันจะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ความเชื่อหรือเจตคติของพี่เป็นแบบนั้นซึ่งมันจะค้านกับทางด้านวิทยาศาสตร์)...ชีวิตคืออะไร? เป็นปัญหาโลกแตกเหมือนกัน...แต่คุณ ส. อาจจะทราบมากกว่าพี่นะคะ เพราะพี่เรียนทางด้านบริหารธุรกิจ + ทำงานด้านบุคคล เลยสังเกตได้จากพฤติกรรมของคนมาตอบมากกว่าค่ะ...ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด...อย่างที่ทราบ ๆ ว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อสืบพันธุ์ ดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยแตกต่างจากสัตว์ คือ มีปัญญาเหมือนกับปัญญาภิวัฒน์ไงค่ะ...ไม่รู้ตอบตรงประเด็นหรือเปล่า?...

สำหรับความจริงแล้วเป้าหมายของชีวิต คือ การมีชีวิตบนโลกใบนี้ตั้งแต่แรกเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นวัฏจักรของการเวียนว่ายตายเกิด แต่มนุษย์เราส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้นึกถึงตรงจุดนี้...ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบหลงระเริงไปวัน ๆ หลงไปกับวัตถุสิ่งของนอกกาย ไม่ค่อยได้คำนึงถึงจิตใจคนรอบข้าง ชอบนึก ชอบคิดแต่จิตใจของตนเองเป็นใหญ่ จึงทำให้เกิดปัญหาเช่นทุกวันนี้และไม่หมั่นทำความดี...บางคนคิดว่า ทำความดีไปเพื่ออะไร? ทำแล้วได้อะไร? เนื่องจากเพราะจิตของคน ๆ นั้น ไม่รับและไม่เชื่อในเรื่องของการทำความดี...(สิ่งนี้พี่ก็เชื่อว่ามาจากต้นทุน "บุญ กุศล" เดิมที่ติดตัวของเขาด้วยนะว่ามีมากน้อยเพียงไร...สำหรับคนที่มีต้นทุน ฯ มามาก ก็ไม่ต้องพูดกันมา เห็นได้ก็จะทำความดีอย่างเดียว...แต่สำหรับคนที่มีต้นทุน ฯ น้อยแล้ว ต่อให้ใครต่อใครพูดอย่างไรก็จะไม่ค่อยใส่ใจ สนใจในการทำความดีหรอก)...ถ้าทุกคนเข้าใจถึงความจริงของชีวิตจริง ๆ แล้ว พี่เชื่อว่า...จะทำให้สังคมโลกน่าอยู่กว่านี้มากขึ้นเชียวหล่ะ...

เราไม่สามารถออกจากปัญหาของชีวิตไปได้หรอก...เพราะว่า นี่คือ "ชีวิต" ๆ มีทั้งสุข - ทุกข์ เป็นของคู่กันแบบนี้ทุก ๆ สิ่งและมันก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ เพียงแต่เราต้องทำใจยอมรับกับ "ความจริง" ของชีวิตและปรับตัวเราเองให้อยู่ให้ได้ยามที่เราเกิดเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นกับตัวเรา...เพราะแต่ละเหตุการณ์ ไม่ว่า ทุกข์ หรือสุข จะทำให้ตัวเรามีภูมิคุ้มกันต่อตัวเราเองเพิ่มขึ้น

ธรรมชาติความเป็นจริงของชีวิต ก็คือ มนุษย์เราทุกคนต้องยอมรับความเป็นจริงของชีวิตให้ได้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร? แล้วเราต้องทำสิ่งใด? ทำไปทำไม? ทำแล้วได้อะไร? เมื่อเราพบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เราต้องฉลาดที่จะเก็บเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นไว้เพื่อเป็นครูสอนตัวเราเอง เตือนตัวของเราเองและถามตนเองว่า...แท้จริงแล้ว ตัวเราต้องการสิ่งใด...ถ้าไม่ใช่ "ความสุขใจ" มากกว่า ความสุขทางวัตถุ...สุขที่ได้จากการให้ สุขที่ได้จากการแบ่งปัน สุขที่ได้ให้ความจริงใจ นี่ต่างห่างที่เป็นความสุขอย่างแท้จริง...แต่คนเราส่วนใหญ่มักลืมไปว่า "ตนเองต้องการสิ่งใดกันแน่"...ไม่รู้ที่ตอบมาใช่หรือไม่ แต่สำหรับตัวพี่ ๆ คิดว่าใช่...ไม่ใช่เข้าข้างตนเอง แต่มันพิสูจน์ได้กับจิตของพี่เอง...ทำแล้ว ให้แล้ว เรามีความสุขทางใจของเรามากกว่าสิ่งอื่น ๆ ค่ะ :):)...