รู้กันยังไม่ดีพอ...มาผมจะอธิบายข้อเท็จจริงให้ตาสว่างกันเสียที กระท่อมนั้นเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 สมัยคนโบราณมักจะนำมาตำกับน้ำพริก ทำให้ทดแดด ตัวใบสามารถแก่อารปวดท้อง ปวดเบ่ง สามารถนำสารอะคาลอยที่อยู่ในใบกระท่อมมาสกัดใช้แทน มอร์ฟีนได้ เพราะใบกระท่อมมีสารชนิดเดียวกับมอร์ฟีน แต่ริษน้อยกว่า 10 เท่า และสามารถแก่โรคเบาหวานได้อีกด้วย หนำซ่ำยังแก้หวัด แก้ปวดเมื่อยกระดูก ในสมัยก่อนนิยมนำมาทำการประสะ การประสะคือ การนำสารตัวอื่นมาผสมในปริมาณที่เท่ากัน เพื่อ! ให้พิษในใบกระท่อมอ่อนลงนั้นเอง ปัจจุบันสารตัวที่ว่านี้คือยาแก้ไอเด็กชนิดน้ำ ดืมแล้วในช่วงแรกจะเกิดอาการมื่อเท้าสั่นแต่รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกดี มีความสุข ส่วนใหญ่แล้วเด็กวัยรุ่นมักจะใช้ต้มกัน 1-2 ชุด 1 ชุดที่ว่าได้แก่ ใบกระท่อม 35-40 ใบ+ยาแก้ไอเด็ก+โค๊ก ( ยากันยุง สารฟลูออเรสเซนต์ เป็นเรื่องที่แหกตาของทางตำรวจ ใช้เป็นข้ออ้างให้ดูหน้ากลัว เนื้อจากรัฐไม่ได้ถาษี ) หากดื่มเกิน 3 ชุดขึ้นไปจะเกิดอาการมึนวิงเวียน คลื้นไส่ และทำให้อาเจียน แต่การอาเจียนนั้น จะอาเจียนได้ง่ายกว่าการดืมสุราหรือเตรื่องดืมแอลกอฮอล์ต่างๆ เมื่ออาเจียนออกมาแล้ว จะรู้สึกสบาย อาการมึนเมาจะหายไป แต่อารมณ์และความตื่นเต้นอยู่อยู่ทำให้มีความสุข ใครที่มีความชอบในสิ่งใดเมื่อดื่มแล้วจะมุ่งไปสิ่งนั้น ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น มีความสุขไม่ก็ให้เกิดการทะเลาะวิวาท อารมณ์ดี ... ไม่ใช้นอนไม่ได้ หากความรู้สึกอยากจะนอนขึ้นมา จะนอนหลับได้อย่างดีเยี่ยมไม่ฝันเพ้อ ตื่นตอนเช้าจะรู้สึกสดชื่น... อารมณ์ดี หากดืมโค๊กต่อ อาการเมื่อคืนจะฟื้นคืนมาอีก แต่น้อยลง ริษจะหมดลงภายใน 2-3 ชั่วโมง เมื่อริษหมดจะมีอารมณ์โมโหง่ายหากใครผู้ไม่เข้าหู แต่ยังมีสติและเป็นมิตร (ไอที่ว่าเห็นภาพหลอนนั้นมันยาบ้าแล้ว) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า ผู้เสพน้ำกระท่อมก่อปํญหาอาชญากรรมเหมือนสุราหรือยาบ้าและทำร้ายผู้อื่นแต่อย่างใด และที่สำคัญ ไม่มีประเทศใดในโลกเห็นใบกระท่อมเป็นพืช หรือสารเสพติดผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกจาประเทศไทย ในประเทศนิวซีแลนด์ใช้สารที่อยู่ในใบกระท่อม มาสกัดทำยาใช้แทนอาการปวดแทนมอฟีนจนถึงปัจจุบัน ลดค่าใช้จ่ายได้หลายล้านบาทต่อปี ส่วนการเลิกนั้น สามารถเลิกได้ง่ายมาก ไม่มีอาการขาดยาทุรนทุรายแต่อย่างใด มีก็แต่ ปวดเมื่อยกระดูก ขี้เกรียจ น้ำมูกน้ำตาไหล จามหรือเป็นหวัด เมื่ออาการทรงตัวดีแล้ว ร่างกายจะคืนสู่สภาพปกติ สามารถเลิกไ้ด้เองโดยไม่ต้องบำบัดให้เสียเวลาแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ใจของผู้เสพเอง และมีรายงานกล่าวไว้ว่า... ในอนาคตประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่ต้องบินไปไกลถึงเมืองนอกหากจะทำการวิจัยหรือทดลอง เพราะปัจจุบันประเทศไทย ได้ทำการโค้นล้มต้นกระท่อมจนเกือบจะหมดสิ้น ในขณะที่เมืองนอกได้ทำการวิจัยอย่างจริงจัง และได้ทำการจดลิขสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว (มิน่าถึงตามประเทศเพื่อนไม่ทันสักที) เจ้าหน้าที่ตำรวจหากท่านจะทำการกวาดล้างผู้ที่เสพใบกระท่อม ถึงแม้แต่ชนิดใบสดหรือการผสมก็ตามแต่
1.จับได้ หากผู้เสพเกิดอาการขาดยาอย่างรุนแรง ทุรนทุราย จนถึงขั้นเสียชีวิต
2.จับได้ หากผู้เสพก่ออาชญากรรมหรือทำร้ายผู้อื่น
3.จับได้ หากผู้เสพผสมสารฟูลออเรสเซนต์ หรือ ยากันยุง ( แถวหมู่บ้านผม ตำรวจใช้ข้ออ้างให้ผู้ปกครองทราบว่าพวกเสพ ผสมกับเถ่ากระดูกคนตาย )
4.จับได้ หากผู้เสพมีอายุต่ำกว่า 15 ปี
5.จับได้ หากผู้ปกครองรับไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม...
สรุปคือใบกระท่อมหรือน้ำกระท่อม ที่ผิดกฎหมาย ก็เพราะรัฐไม่ได้ภาษี ใช่เป็นเพราะมีผลกระทบต่อร่างกายไม่ เหล้าเถื่อนยังผสมยาฆ่ายาเลย แล้วทำไม่ไม่จับบ้าง ก็เพราะเหล้าเถื่อนคนไม่ค่อยนิยมกินกันเหมือนก่อน ผูดื่มน้ำกระท่อมก็เลยซวย
ถามว่าทำไม่ผมรู้ เพราะผมเคยกินมาก่อน ผมจึงศึกษาขอมูลทั้งหมดก่อนที่ผมจะเล่นมั้น เพื่อให้รู้ว่าเราเล่นอยู่กับอะไร แล้วจะถอนตัวออกมาได้ไง ปัจจุบันผมเลิกขาดกับน้ำกระท่อมอย่างเป็นทางการแล้ว ใช้เพราะร่างกายรัผมบไม่ไหว แต่เป็นเพราะผมกินมั้นจนมันไม่รู้สึกอะไรแล้ว ผมจึงเลิกไปเองอัตโนมัต ไม่ต้องทำการบำบัด ไม่เกิดอาการทุรนทุราย ตอนนี้ติดเบียร์มากกว่าอีก