เพิ่งได้อ่านบันทึกนี้ของอาจารย์ ขออนุญาตให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อที่ใช้เรียกโรคหน่อยค่ะ เพื่อจะได้ไม่สับสนกับชื่อที่หมอๆใช้
โรคแอคซีม่า (eczema) กับโรคขี้กลาก ไม่ใช่โรคเดียวกันค่ะอาจารย์
โรคขี้กลากที่เรียกกันจนคุ้นหูมานานนั้น เป็นโรคเดียวกับ "สังคัง" มีต้นเหตุมาจากเชื้อราเติบโตขึ้นจนทำให้เกิดผื่นที่ตามองเห็น เวลาขูดเอาผิวหนังไปส่องกล้องจะเจอตัวเชื้อราหรือสปอร์ของมัน การรักษาก็ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราไปฆ่าตัวมัน
ส่วนแอคซีม่า มีชื่อเรียกกันทั่วๆไป ว่าผื่นผิวหนังอักเสบ หรือ ผื่นคัน เกิดจากการอะไรก็แล้วแต่ไปทำให้เซลล์ผิวหนังระคายตัว เวลาขูดเอาผิวหนังไปส่องกล้องจะไม่เจอตัวอะไร นอกจากรูปร่างที่แปลกไปของเซลผิวหนังเช่น อาจจะเจอมีถุงน้ำเล็กๆโผล่ขึ้นมาหรือแทรกตัวอยู่ เป็นถุงน้ำที่ไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่าหรืออาจโตจนเห็นด้วยตาเปล่า จะโตได้ขนาดไหนขึ้นกับขั้นความรุนแรงของการอักเสบ
ถ้าหากเอาผิวหนังดีๆไปสีกับผิวหนังที่เป็นขี้กลากก็จะเกิดขี้กลากในที่ใหม่
ถ้าเอาผิวหนังดีๆไปสีกับผิวหนังที่เป็นแอคซีม่า ผิวหนังดีๆนั้นก็ยังโออยู่ไม่ติดกลับมา แอคซีม่าไม่ติดต่อ ถ้าอาจารย์เป็นขี้กลากจริง หมอเขาไม่กล้าให้ยาเบตาเมธาโซนทาหรอกค่ะ เพราะทาแล้วขี้กลากมันลาม
ขี้กลากติดต่อได้และลามได้เมื่อทายาสเตียรอยด์ลงไปที่ผื่นของมัน
เรื่องของเชื้อ ในภาษาหมอๆ เชื้อจุลินทรีย์กับเชื้อรานี่ เราจัดมันอยู่กันคนละก๊กเลยค่ะ
สรุปว่าประสบการณ์ของอาจารย์ ให้ความรู้แบ่งปันไว้ว่า สาบเสือช่วยลดและรักษาการอักเสบของผิวหนังได้ ในกรณีอักเสบที่ผิวหนังแห้ง ไม่มีน้ำเหลืองแฉะ น่าสนใจว่า ถ้าผิวหนังแฉะมีน้ำเหลืองมันจะช่วยหยุดโรคได้เช่นกันหรือเปล่า