ความเห็น


วันที่ 25 มกราคม 56 เวลาประมาณเที่ยง ขณะผมอ่านหนังสืออยู่ที่หอ มีเพื่อนโทรมาบอกว่ามี case
ผมจึงรีบเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษา แขวนบัตร และรีบไปโรงพยาบาลที่ ชั้น 8 หอผู้ป่วยสูตินารีเวช เมื่อไปถึง
ผมเห็นมีอยู่เตียงนึงที่มีม่านปิดรอบเตียงครบทุกด้าน ผมมองผ่านช่องเล็กๆระหว่างม่าน เห็นคนยืนรอบเตียงมากมาย มีพยาบาลด้วย เมื่อผมเดินเข้าไป มีพยาบาลคนหนึ่งเดินออกมาพอดี ผมจึงถามว่า “ผู้ป่วยเตียงนี้คือ case ที่ให้มาทำรึปล่าวครับ” พยาบาลตอบว่า“ใช่ ค่ะคนไข้ death แล้ว” หลังจากนั้นผมก็ได้ไปเฝ้าดูกระบวนการต่างๆอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ญาติและพยาบาลช่วยกันเช็ดตัว ทาแป้ง แต่งตัว ระหว่างนั้น ผมได้สังเกตความรู้สึกของคนต่างๆรอบข้าง รวมทั้งตัวผมเองด้วย ในด้านของญาตินั้น มีญาติหลายคนมากที่ได้มาในตอนนั้น จากที่สังเกต แต่ละคนมีความเสียใจไม่เท่ากัน บางคนดูเศร้าเล็กน้อย บางคนดูเศร้ามาก ร้องให้จนตาแดง ผมจึงได้เข้าไปพูดคุยกับผู้หญิงคนที่ดูเศร้าที่สุด ผมจึงทราบว่าเธอเป็นลูกสาวของคุณยายที่เสียชีวิต เธอเล่าทั้งน้ำตาว่า แม่เป็นมะเร็งปากมดลูกมา ประมาณ 5 ปี แต่ที่มาโรงพยาบาลวันนี้และเสียชีวิตก็เพราะไตวาย ในด้านของพยาบาลผมสังเกตว่า พยาบาลบาลมีอารมณ์ค่อนข้างมั่นคง ดูไม่เศร้ามาก ไม่ค่อยมีการแสดงออกทางอารมณ์ ในด้านของผู้ป่วยเตียงอื่นที่อยู่รอบข้างบางคนก็ดูเฉยๆ บางคนก็ดูเจ็บปวดจากโรคที่เขาเป็นอยู่จนไม่มีเวลาได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมก็ได้เห็นภาพที่น่าประทับใจภาพหนึ่งคือ ผู้ชายคนนึงที่มาเยี่ยมไข้ผู้หญิงเตียงข้างๆ ได้เข้ามาแสดงความเสียใจ แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม ส่วนในด้านของตัวผมเองนั้นเมื่อได้เห็นบรรยากาศแบบนั้น ผู้คนที่ต้องเสียใจ แบบนั้น ผมรู้สึกเศร้า รู้สึกหดหู่อยู่ลึกๆแบบบอกไม่ถูกแม้จะไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่แม้แต่คนรู้จักก็ตาม

เวลาประมาณ 13.00 พยาบาล ญาติผู้ป่วย รวมทั้งผมและเพื่อนที่มาด้วยได้มารวมตัวกันรอบเตียงผู้ที่เสียชีวิต
พร้อมกันพนมมือขึ้น มีพยาบาลกล่าวคำขอขมา เมื่อคำกล่าวสิ้นสุดลง ทุกคนก็สงบนิ่งประมาณ 1 นาที หลังจากนั้นผมและเพื่อนอีก 1 คนก็ได้แสดงความเสียใจและกราบลาญาติผู้ป่วย

                                                                                                                 นศพ.กฤติน  เดชธนบดินท์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี