ความเห็น


ความรู้สึกหลังทำโครงการ

         วันที่ 30/1/2556 เวลาประมาณ 23.00 น ซึ่งช่วงเวลานี้เพื่อนๆทุกคนใน PBL ได้ทำโครงการเกือบจะเสดสมบูรณ์และเตรียมตัวแยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทันใดนั้นเองก็มีสายเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อน ซึ่งมีเพื่อนคนนึงแซวว่ามี case แน่เลย และก็เป็นไปตามนั้น โดยผมและเพื่อนๆจำนวน 2 คน ก็รีบไปที่แผนกศัลยกรรมชาย 1 เมื่อไปถึงแล้วก็เห็นพยามบาล 2 ท่านกำลังทำความสะอาดอยู่ พวกผมก็งงๆว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยถามพี่พยาบาลว่ามีอะไรให้ช่วยไหมครับ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไ่ม่ต้องทำอะไรก็ได้คะ มันใกล้จะเสดแล้ว พวกผมก็ได้แค่ยืนสังเกตการณ์ ซักพักก็เห็นญาติผู้เสียชีวิต เลยเข้าไปแสดงความเสียใจและถามสาเหตุที่มาของการสูญเสียครั้งนี้ ซึ่งญาติที่พวกเราคุยด้วยนั้นเป็นลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิตนั่นเอง โดยได้เล่าว่าพ่ออายุ 79 ปี ได้เข้า รพ.ม.อ.เมื่อวันที่ 17/1/2556 ก่อนหน้านี้ได้ไปตรวจที่ รพ.แห่งหนึ่ง และได้ X-ray พบก้อนเนื้อบริเวณช่องคอ ซึ่งแพทย์ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ แต่ทางครอบครัวของผู้ป่วยได้ตัดสินใจมาทำการตรวจอีกครั้งที่ รพ.ม.อ. ซึ่งผลออกมาว่าเปน cancer of esophagus ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการ biopsy และ radiation โดยอาการก็ดีขึ้นเปนช่วงๆ จนภายหลังแพทย์ประจำตัวผู้เสียชีวิตได้บอกว่าอาการเริ่มทวีความรุนแรงและพบอวัยวะอื่นมีพยาธิสภาพด้วย ไม่ว่าจะเป็นปอดและไต ซึ่งผู้ป่วยเองก็บ่นว่าอยากกลับบ้านอยู่ทุกวัน อาจเป็นเพราะต้องทรมานกับการรักษาอันเจ็บปวด แต่ลูกๆก็ได้ตัดสินใจว่าจะให้ทำการรักษาต่อสุดความสามารถของแพทย์ เพราะถ้าพากลับบ้านหากผู้ป่วยมีอาการหนักก็ต้องมาให้การรักษาที่ รพ.ใหม่อีกครั้ง ซึ่งทางบ้านไม่ค่อยสะดวกมากนัก จนกระทั่งถึงคืนก่อนเสียชีวิตผู้ป่วยมี BP drop จนต้องใส่ tube ช่วยหายใจ ในที่สุดผู้ป่วยได้ล่วงลับไปในเวลาต่อมา 
          จากการพูดคุยและสังเกตการณ์ ครอบครัวผู้ป่วยและญาติๆก็มีการเตรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีภาพความเสียใจที่รุนแรงมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ร้องไห้ น้ำตาซึม โดยลูกๆเกือบทุกคนได้มารับพ่อกลับไปทำพิธีกรรมทางศานาต่อไป แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้กลับมาเพราะอยู่ต่างจังหวัด
สำหรับพี่พยาบาลที่ได้ทำหน้าจัดการทำความสะอาดและแต่งหน้าผู้เสียชีวิต ผมก็รู้สึกว่าพี่ๆก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีความกลัวหรือกังวลใดๆทั้งสิ้น ดูเหมือนว่าชินกับการการปฏิบัติหน้าที่นี้แล้ว ในขณะที่พี่พยาบาลได้จัดการผู้เสียชีวิตนั้น พบรู้สึกสงสารผู้ป่วยตอนที่อุดรู ไม่ว่าจะเปนหู จมูก ปาก และทวาร เพราะต้องอุดให้ลึกจนมองไม่เหนสำลี เพื่อความสวยงามและญาติไม่ตกใจเมื่อมารับผู้เสียชีวิต จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกต่างในความรู้สึกของตัวผมเองที่ว่าก่อนเข้าร่วมโครงการมีความกังวล กลัว แต่เมื่อได้ทำแล้วไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นเลย แต่กลับรู้สึกสงสารทั้งความทรมานที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ความเสียใจที่ญาติผู้ป่วยต้องสูญเสียบุคคลที่สำคัญไป 
          จากการทำโครงการณ์ครั้งนี้นอกจากความรู้ที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด แต่งหน้าผู้เสียชีวิต มีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อญาติผู้เสียชีวิตที่จะต้องแสดงอย่างถูกต้องเหมาะสมทั้งกาย วาจา ใจ เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตเกิดความรู้สึกและทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ อาจารย์ที่ปรึกโครงการที่คอยผลักดันและสนับสนุนโครงการเป็นอย่างดี คุณอวยพร ภัทรภักดีกุล ที่ปรึกษาโครงการ ที่คอยให้คำแนะนำและติดต่อรับ case จนได้ทำโครงการครบทุกคน รวมถึงบุคลากรท่านอื่นๆ และแผนกต่างๆโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่เอื้ออำนวยในการทำโครงการครั้งนี้ และที่ขาดไปไม่ได้เพื่อนๆ PBL 17 ทุกคนที่ให้ความร่วมมือจนโครงการสำเร็จลุล่วงไปด้วย
                                                                                                                               นศพ.รอซาลี รอแมยะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี