ความเห็น


               วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2555 เวลาประมาณ 17.30 น. ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนในกลุ่มว่ามีเคส ที่ RCU ชั้น10 ให้ติดต่อพี่อุไรวรรณด้วย ซึ่งตอนนั้นผมตกใจมากเพราะตามที่กลุ่มได้ตกลงไว้ผมจะไปเป็นคู่ที่สี่ซึ่งเป็นคู่สุดท้ายที่จะไปดูเคส แต่เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันลอยกระทงและเพื่อนๆในกลุ่มเกือบทุกคนต่างไปเดินขบวนวันลอยกระทงของคณะในตอนนี้ ซึ่งเหลือผมที่ว่างอยู่ นอกจากนี้ผมต้องขึ้นไปคนเดียวก่อนด้วยเนื่องจากติดต่อผมได้คนเดียว แล้วพี่อุไรวรรณบอกว่าพี่เค้ากำลังรอพวกเราเพื่อจะเริ่มกระบวนการอยู่ ผมเลยรีบขึ้นไปก่อน

ผู้ป่วยอยู่ที่ RCU ชั้น10 เพศชาย อายุ 86 ปี เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ความรู้สึกในตอนแรกที่เข้ามาถึง RCU ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นและกังวลเล็กน้อย ว่าผมจะได้เจอกับอะไรและต้องทำอะไรบ้างเนื่องจากว่าขึ้นมาคนเดียว เลยไม่มีเพื่อนไว้ปรึกษา หรืออยู่ให้อุ่นใจขึ้น เมื่อผมไปถึงก็พบว่า มีเตียงที่ถูกกั้นม่านเอาไว้รอบด้าน และผมก็ได้พบกับพี่อุไรวรรณ พี่อุไรวรรณเลยพาผมเข้าไป ข้างในพบผู้ป่วยนอนนิ่งอยู่บนเตียงเหมือนกับคนที่นอนหลับไปเท่านั้น ผมเลยไม่ได้รู้สึกกลัว บริเวณข้างเตียงมีญาติผู้ป่วย 3 ท่าน ตอนแรกที่ผมเข้าไป ญาติผู้ป่วยมีสีหน้างุนงง สงสัยว่าผมมาทำอะไรกัน ตัวผมเองก็รู้สึกกังวลว่าจะทำให้ญาติไม่เข้าใจ ไม่พอใจหรือจะต่อว่าอะไรเราหรือเปล่าเลยได้แต่เงียบไป แต่พี่อุไรวรรณได้อธิบายให้แก่ญาติผู้ป่วยว่า เราเป็นนักศึกษาแพทย์มาสังเกตกระบวนการเฉยๆ และยังบอกว่า ‘ดีนะ คุณลุงเสียชีวิตไปแล้ว ยังได้ทำบุญอีก’ ญาติผู้ป่วยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนในกลุ่มก็มาสมทบอีก 3 คน บรรยากาศรอบๆไม่ได้มีความโศกเศร้าสักเท่าไหร่ เนื่องจากญาติๆได้ทราบอยู่ก่อนแล้ว และได้คุยกันแล้วว่าถ้าคุณลุงเป็นอะไรจะไม่ใช้วิธีที่มีความรุนแรง เช่น CPR(การปั๊มหัวใจ) การให้ยากระตุ้นความดัน เป็นต้น

ก่อนจะเริ่มกระบวนการ พี่พยาบาลจะถามญาติผู้ป่วยก่อนว่าจะให้ทำอะไรบ้าง หรือทำอันนี้ไหม แล้วค่อยเริ่มต้นกระบวนการ เริ่มด้วยการถอดท่อจากเครื่องช่วยหายใจ ถอดอุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถอดสายที่แทงเข้าหลอดเลือดต่างๆ หลังจากนั้นก็มีการเช็ดตัว ซึ่งในกระบวนการนี้ผมได้ร่วมด้วย โดยพี่พยาบาลให้ไปใส่ถุงมือก่อน แล้วก็เช็ดตัวผู้ป่วย โดยเริ่มจากนำผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆแล้วเช็ดให้ทั่วตัวผู้ป่วย จากนั้นใช้สบู่เหลวชโลมแล้วเช็ดด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ สุดท้ายคือเช็ดด้วยผ้าขนหนูแห้งอีกที หลังจากนั้นพี่พยาบาลจะนำสำลีไปอุดทางทวารต่างๆ ได้แก่ ปาก จมูก หู ทวารหนัก หลังจากนั้นก็สวมเสื้อให้กับผู้ป่วย โดยที่ญาติเป็นเลือกว่าจะให้ใส่ชุดไหน ขณะนั้นพี่พยาบาลก็เริ่มแต่งหน้าให้กับผู้ป่วยโดยมีหลักในการแต่งให้ผู้ป่วยมีลักษณะเหมือนคนที่นอนหลับไปเท่านั้น พวกเราก็พลางใส่กางเกง ถุงเท้า รองเท้าให้คุณลุง ใส่เข็มขัดและนาฬิกาเหมือนกับตอนที่คุณลุงเคยใส่ แต่ละขั้นตอนที่ทำมีรายละเอียดในตัวของมันเอง อย่างเช่น คุณลุงพับถุงเท้าหรือไม่ ใส่นาฬิกาข้างซ้ายหรือขวา คุณลุงเหน็บแว่นตาไว้ที่ไหน

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการญาติผู้ป่วยก็ต้องไปทำธุระทางกฎหมายและรอเจ้าหน้าที่มารับคุณลุงไปห้องดับจิตขณะนั้นญาติผู้ป่วยก็มากันเยอะขึ้น ญาติผู้ป่วยบางท่านก็ร้องไห้ พวกเราก็แยกตัวมารอที่ห้องข้างๆ ช่วงนั้นพวกเรากับพี่อุไรวรรณก็ได้คุย แลกเปลี่ยนถึงความรู้สึกที่ได้มาทำ มุมมองความคิดในเรื่องของความตาย หลักและวิธีในทำงานตรงจุดนี้ให้มีประสิทธิภาพ ช่วงนี้เองทำให้ผมทราบว่า พี่อุไรวรรณทราบจากพี่พยาบาลท่านอื่นว่าเมื่อคืนญาติเอาเทปบทสวดมนต์เปิดให้คุณลุงได้ฟังตลอด และพี่อุไรวรรณสังเกตเห็นว่ารูปพื้นหลังในมือถือของญาติคุณลุงเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเขาคงมีความศรัทธาในเรื่องของศาสนา เลยใช้เรื่องความศรัทธาในศาสนาเป็นจุดที่ใช้เชื่อมถึงญาติตอนที่แนะนำตัวพวกเราให้ญาติรู้จัก ไม่นานนักก็มีเจ้าหน้าที่มารับคุณลุงไปที่ห้องดับจิต พวกเราก็ตามไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ก็กล่าวลาของคุณลุงญาติๆ

ต้องยอมรับเลยว่าผมรู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเป็นงานที่ใช้กำลังกายมาก แต่ผมรู้สึกกังวลว่าเราจะทำให้ญาติไม่พอใจไหมหรือทำถูกต้องไหม และต้องรับรู้ถึงความรู้สึกถึงคนรอบข้างตัวเรา แต่พอทำเสร็จ ผมก็ได้สะท้อนไปถึงตัวเราเอง สะท้อนว่าถ้าเกิดความสูญเสียขึ้นกับตัวเรา หรือคนรอบตัวเรา เราจะรู้สึกอย่างไร ทำอย่างไรและอยากให้เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ทำอย่างไร ถือว่าเป็นประสบการณที่มีค่าและคิดว่าคงจะหาโอกาสไม่ได้อีกแล้วครับ

                                                                                          นศพ.สรวิชญ์ ชิตตระการ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี