สวัสดีค่ะน้องJoy,
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย ให้กำลังใจบันทึก.. ปลูกต้นกล้าขี้เหล็ก ถวายพ่อค่ะ..
น้องจอยค่ะ ..ดีใจเช่นกันที่น้องบอกว่า คุณแม่ทำแกงขี้เหล็กให้ทาน และอร่อยด้วย แสดงว่าน้องจอยก็ทานอะไรที่ออกจะขมๆได้ใช่ไหม๊ค่ะ?? แฮ่ๆ.."หวานเป็นลม ขมเป็นยา" ตามที่ได้ยินมา
ขี้เหล็ก เป็นพืชที่น่าสนใจค่ะน้องจอย โตได้แม้ในสภาพดินที่ไม่ีค่อยดี ค่อยมีกำลังใจหน่อย เวลาไปชวนให้ปลูกต้นไม้ค่ะ เท่าที่เยาวชนแกนนำในหมู่บ้าน สังเกตและบอกเล่า ถึงแม้ว่าจะมีสารที่พืชสร้างขึ้นและให้ความขม ก็ยังมีเพลี้ยมาทำลายยอดเช่นกันค่ะ
วันนั้นที่เราเข้าหมู่บ้านไปปลูกกล้าไม้ เราเอายอดต้นขี้เหล็กที่ปลูกไว้รุ่นก่อนมาดูและถามนักศึกษาว่า การเก็บยอดไปใช้แกงคือระยะไหน เด็กๆแต่ละคนก็จะมีประสบการณ์ไ่ม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่บอกไม่ได้ค่ะ รู้เมื่ออยุ่ในแกงแล้วหละค่ะ พี่ก็เลยใช้โอกาสนี้ให้เค้า เรียนรู้ สัมผัส จะได้มองเห็นคุณค่าของต้นขี้เหล็กมากขึ้น ได้เห็นเป็นองค์รวม ตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ เริ่มงอกเป็นกล้าไม้ รดน้ำให้โตไว้ในเรือนเพาะชำ และนำไปปลูกให้เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งเห็นต้นจริงๆขนาดที่นำไปใช้ได้ด้วย
ถ้่าทำได้จะพยายามให้เด็กๆเค้าสัมผัสในมิติต่างๆ คราวต่อไปไม่แน่อาจจะมา..ทำ/กินแกงขี้เหล็กจากต้นที่ได้ปลูกไว้ก่อนหน้านี้ คงสนุกนะค่ะน้องจอย เสียดายน้องอยู่ไกลไป มิฉะนั้นจะชวนมาร่วมวงด้วยนะ่ค่ะ จะได้ทำแกงขี้เหล็กเป็นด้วยไงค่ะ ส่วนพี่นั้นทำได้ ทำเป็นค่ะ แต่ที่บ้านพี่ที่ชุมพร เค้าใช้ดอกนะค่ะ ใบนั้นถ้าเอามาขายในตลาดก็จะไม่มีใครซื้อ เช่นเดียวกับสะเดา ที่ทางใต้ตอนล่าง เค้าทานใบ พี่เลยแซวว่า ถ้าเอามาขายในตลาดบ้านพี่เค้าไม่มีใครซื้อ เพราะเค้ากินดอกมากกว่ากินใบค่ะ ..แต่ละที่จึงมีวิถีการใช้พืชผักไม่เหมือนกัน ทำให้สนุกที่เรียนรู้ความแตกต่างค่ะน้องจอย..
ขอให้มีความสุขกับครอบครัว ในวันหยุดยาวๆๆที่จะถึงนี้นะค่ะ ฝากความคิดถึงไปยังน้องกระต่ายตัวขาวหูยาว ..สามหก ..ด้วยค่ะ..ไม่รู้ว่าจะกินใบขี้เหล็กเป็นกันบ้างไหม๊นะค่ะ :-))