ความรู้สึกตอนแรกที่เพื่อนมาบอกว่าจะต้องไปแต่งหน้าศพ รู้สึกตกใจมาก จะบ้าหรือเปล่าคงไม่ทำกันจริงๆหรอกนะ แต่กลับกลายเป็นว่าเพื่อนในกลุ่มที่กลัวกลับแสดงความรู้สึกสนใจต่อโครงการนี้ ภายในใจก็เกิดความกังวล สับสนไปหมดว่าควรจะคัดค้านดีหรือไม่ ทำดีหรือเปล่า รู้กลัวและประหม่ากับสิ่งที่จะต้องไปเจออยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะเรียนกรอสอยู่แต่ตอนเรียนนั้นที่ห้องได้ปิดหน้าของอาจารย์ใหญ่เอาไว้ แต่สิ่งที่จะต้องไปทำ อย่างไรเสียก็ต้องเห็นหน้าของศพแน่นอน โดยปกติไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้มากเท่าไหร่ แต่คราวนี้บอกตามตรงคือ กลัวมาก กลัวว่าหน้าของศพจะหลอนติดตา แต่พอคิดดีๆแล้วในเมื่อเรียนทางนี้ต่อไปก็คงต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้อยู่ดี จะกลัวไปทำไม ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ และหลังจากฟังรายละเอียดของโครงการที่แท้จริงแล้ว รู้สึกได้ว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจและแปลกใหม่อยู่ไม่น้อย เริ่มทำใจที่จะไปทำได้บ้าง แต่ใจจริงๆก็ยังแอบกลัวอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งหลังจากได้พูดคุยรายละเอียดของงานจริงๆที่จะต้องทำและพบเจอกับพี่ติ๊กแล้ว ทำให้รู้เลยว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้แค่ไปแต่งหน้าเพียงอย่างเดียว จุดประสงค์หลักของโครงการเลยคือการทำความสะอาดร่างของผู้ตายให้เสมือนเขาเพียงแค่นอนจากเราไป และเสมือนการส่งวิญญาณให้ไปด้วยดี เหมือนเราได้ช่วยทำสิ่งสุดท้ายที่คนป่วยวิกฤตหรือช่วยให้ญาติไม่รู้สึกถึงการสูญเสียมาก มันยิ่งทำให้มีความรู้สึกว่าดีโครงการมีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด อาจจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก ทำให้รู้สึกอยากที่จะทำ การเข้าโครงการครั้งนี้อาจจะต้องทำให้พี่เขาเหนื่อยมากขึ้นที่จะต้องดูแลพวกเรา ยิ่งทำให้รู้สึกว่าจะตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดค่ะ