ชอบครับ ผมเข้าใจละเอียดเลย อ่านไปก็รู้สึกว่าเป็นธรรมดาของสังคมนะครับ จุดที่ผมเห็นว่าจะนำไปใช้ได้ก็คือน้ำหนักในการนำเอาสิ่งดีๆ ที่กล่าวในบันทึกนี้ ใส่ให้กับเด็กๆ น่ะครับ ผมเห็นว่าเราต้องใส่ใจกับเด็กคนนั้นมากๆ เลยจึงจะสามารถทำสำเร็จ ตรงนี้ก็ต้องให้ภาระไปกับผู้ปกครองนะครับ ในส่วนของระบบการศึกษาโดยรวมหากออกแบบให้เอื้อก็ทำให้การซึมซับเรื่องราวของความดีของนักเรียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และคุณลักษณะอย่างนี้ มองไม่เห็น ที่สำคัญคือไม่มีคะแนนด้วย ผู้ทำจะต้องมีจิตที่ตั้งมั่นและฝ่ากระแสสังคมได้แบบอาจารย์หมอที่ยกตัวอย่างในบันทึกนี้ ซึ่งยากมากหากเราเคยลองทำตัวแปลกจากกลุ่ม เราก็จะเข้าใจ ประโยชน์จากบันทึกนี้ คือเราพยายามปรับหลักยึดภายในให้ดีเท่าที่ลูกทำได้ และพัฒนาต่อจากจุดนั้นร่วมกับการกำลังใจกัน แบบนี้น่าจะไปได้สำเร็จ หรือสังคมมีความดีเพิ่มขึ้นนะครับ