ป่าไม้เขตร้อนคือ ป่าไม้ที่ขึ้นปกคลุมในบริเวณเขตร้อนของโลกแบ่งได้เป็น 3 ประเภท
1. ป่าไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) มีต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี ไม่มีเวลาในการผลัดใบ ใบใหม่ผลิออกแทนที่อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น
- ป่าดงดิบ หรือป่าดิบชื้น (Tropical Evergreen Forest or Tropical Rain Forest) เป็นป่ารกทึบเขียวชอุ่มตลอดปี ต้นไม้ทุกชนิดไม่มีการผลัดใบ เช่น ยางตะเคียน กระบาก เคี่ยม หวาย ไผ่ และเถาวัลย์ชนิดต่างๆ
- ป่าดงดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าโปร่ง อากาศเย็น มีมากแถบภูเขา
- ป่าดงดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) เป็นสังคมป่าไม่ผลัดใบที่มีพืชผลัดใบขึ้นผสมอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้นไม้ส่วนหนึ่งพากันผลัดใบในฤดูแล้ง ป่าชนิดนี้เหมาะสมเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายประเภท อาทิ กระทิง วัวแดง เนื่องจากมีพืชอาหารมากสามารถใช้เป็นแหล่งอาหาร
- ป่าสนเขา (Pine Forest or Coniferous Forest) พบทั่วไปที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเป็นป่าโปร่งไม่ผลัดใบ มีสนขึ้นเป็นกลุ่ม ไม้เด่นคือ สนสองใบ สนสามใบ ไม้ก่อ รังเต็งพลวง
- ป่าชายเลน (Mangrove forest) เป็นป่าที่มีน้ำท่วมถึงอยู่ริมทะเลหรือปากแม่น้ำใหญ่
2. ป่าผลัดใบ (Deciduous Forest) ผลัดใบในฤดูแล้ง และผลิใบเขียวชอุ่มในฤดูฝน แบ่งเป็น
- ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)เป็นป่าโปร่ง พื้นดินเป็นดินร่วนปนทราย ต้นไม้ส่วนมากจะผลัดใบในฤดูแล้ง
- ป่าแดง ป่าแพะ ป่าโคก หรือป่าเต็งรัง(Dipterocarp Forest)เป็นป่าโปร่ง แห้งแล้ง พื้นดินเป็นดินร่วนปนทรายหรือกรวดลูกรัง มีความอุดมสมบูรณ์น้อย
3. ป่าที่มีลักษณะพิเศษ เป็นป่าที่มีพื้นที่น้อย ขึ้นอยู่กระจัดกระจายตามบริเวณเฉพาะที่มีความแตกต่างไปจากบริเวณอื่น
- ป่าชายหาด (Beach Forest) เป็นป่าโปร่ง ไม่ผลัดใบ ขึ้นอยู่ตามหาดทรายริมทะเลที่มีน้ำท่วมไม่ถึง ตามฝั่งดิน
- ป่าพรุหรือป่าบึง (Swamp Forest) เป็นป่าที่มีน้ำท่วมขังนาน ดินขาดการระบายน้ำที่ดี
- ป่าหญ้าหรือป่าทุ่ง (Savannah) เกิดหลังจากที่ป่าทุกชนิดถูกทำลายลง พื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ในฤดูแล้งจะเกิดไฟไหม้