คนถางทางค่ะ ...ทางปักษ์ใ้ต้มีแหล่งนาเกลือที่ปัตตานี นาเกลือแหล่งสุดท้าย ทีี่บ้านบานาและตันหยงลูโล๊ะ ที่กำลังจะสูญสิ้นไปอย่างน่าเป็นห่วง จึงเป็นพื้นที่เป้าหมายในเครือข่ายการทำงานท้องถิ่นของทีมงานเราที่นี่เช่นกัน แต่ก่อนยังเห็นว่าใช้กังหันโบราณ ทดน้ำเข้านา เดี่ยวนี้เปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ถามว่าราคาเท่าไหร่ ประเดี่ยวจะถามดูว่าต้นทุนการใช้กังหันลมเป็นอย่างไร??? เราพยายามร่วมกันกับเยาวชนในหมู่บ้าน ให้รักษ์และเห็นคุณค่า ให้มีการทำนาเกลือกันต่อๆไป ซึ่งมีแกนนำเยาวชนที่สนใจเห็นคุณค่ากำลังทำงานเรื่องนี้อยู่ เราใช้กระบวนการคิดว่าทำอย่างไรจะอยู่รอด โดยเริ่มต้นจากภายในชุมชน เกลือที่นี่ได้รับคำบอกกล่าวกันว่า "เกลือหวาน" นานมาแล้ว ก่อนเรือสำเภาจะออกเดินทางไปยังน่านน้ำ ทะเลโพ้นในเส้นทางการเดินเรือค้าขาย ก็จะแวะซื้อเกลือที่นี่ นั่่นก็เพราะมีองค์ประกอบของน้ำในอ่าวปัตตานีที่ทำให้มีรสชาติเกลืออร่อย ..ปัจจุบันนี้รสชาติเปลี่ยน เมือนำมาวิเคราะห์ทางเคมีก็เห็นว่ามีองค์ประกอบเปลี่ยนไป..พยายามหาจุดเด่นเช่นปริมาณไอโอดีนหรืออะไรต่างๆเพื่อให้มีราคาพอที่ชาวนาเกลืออยู่ได้ ไม่ทิ้งนาไปทำอาชีพอย่างอื่น
นอกจากนี้เราจัดกิจกรรมให้นักศึกษาลงไปที่นาเกลือทุกปี ในรายวิชาที่ตัวเองรับผิดชอบ และเราไปทำกิจกรรมใสห่วงขานก (bird banding) ที่นี่ด้วย พื้นที่นาเกลือมีความสำคัญที่นกชายเลนอพยพเข้ามาใช้พื้นที่ทุกปี หลังจากบินอพยพจากซีกโลกเหนือ/ใต้ ประจักษ์พยานจากการจับนกที่เราเคยใส่ห่วงขาให้เมื่อปีก่อนๆ (recapture) นกยังคงกลับเข้ามาใช้พื้นที่ทุกปี จึงเป็นประเด็นที่ชี้ให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของพื้นที่ (international importance)
นักศึกษาบางคนอยู่ที่นีแท้ๆไม่เคยไปสัมผัส บางคนมาจากพื้นที่ป่าต้นน้ำ ก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปนาเกลือ เลยได้โอกาสให้ไปสัมผัส ย่ำเท้าเดินบนนาเกลือและเรียนรู้วิถีชีวิตนาเกลือ แล้วแต่ใครจะสนใจอะไร .เพราะบริเวณนั้นเป็นป่าชายเลน แหล่งทำรังวางไข่ของนกน้ำ นกตีนเทียนทำรังบริเวณนาเกลือเช่นกัน ในแปลงนามีหญ้าทะเล ริมนามีต้นหยาดน้ำค้าง สัตว์น้ำในนาเกลือแต่ละระยะ บางคนสนใจไปพูดคุยกับคุณป้า คุณลุงที่ทำนาเกลือ ได้เห็นเค้าในภาวะที่อาบเหงือต่างน้ำ ทำงาน รวมถึงได้เรียนรู้ และสนุกแบบให้รู้จักท้องถิ่นมากขึ้้น เราออกไปที่นั้่นตั้งแต่ ตี 5 ครึ่งเช้าตรู่ ..นักศึกษา 100 เศษ ต้องฝึกตื่นเช้า เราต้องบริหารจัดการเรื่องรถ เรื่องอาหาร จัดกิจกรรมเช่นนี้ต่อเนื่องมาสีปีแล้วละค่ะ feedback กลับมาก็ชอบกัน เราทานข้าวเช้า "นาซิดาแก" อาหารพื้นถิ่นริมนาเกลือ ก็ได้บรรยากาศ หวังไว้ว่าสักวันหนึ่ง เค้าคงเห็นความสำคัญ .."กว่าจะได้เป็นเกลือ" ..หรือช่วยกันหวงแหน ภูมิปัญญานาเกลือ อาชีพนาเกลือจะอยู่ไม่ล่มสลาย คล้ายกับนาข้าวที่ทิ้งร้าง!! และ "เพลงหนุ่มนาข้าว-สาวนาเกลือ" จึงจะฟังดูมีความหมายหน่อยนะค่ะ ถึงไม่ใช่จะเป็นที่สมุทรสาคร :-))