การเดินทางที่ช้าลง ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดของชีวิตที่เราได้พบพานระหว่างทาง ซึ่งชีวิตคนทำงานที่เร่งรีบ ต้องการความสะดวกสบาย มักไม่ได้พบ พวกเขาสะดวกสบายทว่าเปลี่ยวเหงา เนื่องเพราะไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยหัวใจ

เคยพบเจอคนร่ำรวยแต่อ้างว้างอยู่บ้างโดยบังเอิญ ชีวิตที่ปลอดจากภาระทางการเงิน ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากนัก กลับทำให้เขารู้สึกว่างเปล่า ต้องการหาความหมายในการมีชีวิตอยู่

ระยะหลังเริ่มพบเห็นคนทำงานด้านสุขภาวะหลาย ๆ คน กลับมีสุขภาวะที่ไม่ดีนัก รู้สึกสะท้อนใจว่า หน้าที่การงานกับความเป็นไปในชีวิตของพวกเขา ดูไม่ไปด้วยกันเลย เมื่อยังสร้างสุขภาวะให้แก่ตนเองไม่ได้ จะผลักดันให้เกิดสุขภาวะที่ดีในวงกว้างได้ละหรือ เป็นคำถามที่ติดค้างในใจจริง ๆ คิดเอาเองว่า หน้าที่การงานและวิถีชีวิตน่าจะเดินคู่กันไปได้ และส่งเสริมกันและกัน

ขอบคุณบันทึกดี ๆ บันทึกนี้ของอาจารย์ค่ะ เห็นได้เลยว่า อาจารย์เป็นคนที่อยู่ ณ แห่งหนใด ก็เปล่งรัศมีของความเป็นมิตรและความอบอุ่นให้แก่ผู้คนรอบข้างเสมอ ..^__^..