• อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงตัวเองในสมัยเป็นเด็กเลย เคยเล่นลิงทะโมนบนต้นไม้ส้มเสี้ยวหรือชงโค สนุกมากๆเลยแหละ(แต่ที่บ้านมีต้นส้มเสี้ยวไม่มากขนาดนี้) 
  • เลยขออนุญาตนำเรื่องราวย่อๆที่เขียนเกี่ยวกับการเล่นหมาบ้าบนบยอดไม้ ต้นส้มเสี้ยวของเด็กบ้านนอกยุคก่อนโดยอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์มาฝาก

                          
                          วาดโดย:ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์

 ...หลังเลิกเรียนและถึงเวลาเลี้ยงควาย จะเป็นเวลาที่พวกเด็กๆโหยหา บางวันก็ถึงกับอยากเอาควายออกจากคอกไวๆทั้งที่แดดเปรี้ยง  เวลาไปเลี้ยงควายแต่ละคนก็จะมีกางเกงขาดๆและเหม็นสาบทั้งกลิ่นควายผสมกับกลิ่นฉี่รดที่นอน  หนังสะติ๊กและถุงลูกกระสุนดินเหนียว แล้วก็พาควายออกไปหาหญ้ากินในทุ่งที่ไกลออกจากบ้านพอตะโกนถึง พอไปถึงก็จะปล่อยให้ควายเดินกินหญ้าอยู่ด้วยกัน ส่วนพวกเด็กๆก็จะเริ่มรวมกลุ่มเล่นกันไปต่างๆนาๆ เช่น เล่นตี่จับ เล่นไม้หึ่ม เล่นโดดเชือก แบ่งข้างเอาหนังสะติ๊กยิงกัน การเล่นแต่ละอย่างมักมีการวิ่ง กระโดด ซึ่งทำให้ได้ออกกำลังและพัฒนาการเล่นเป็นกลุ่ม

 

...ที่สนุกที่สุดก็คือการเล่นเป็นลิงทะโมนและหมาบ้าบนยอดไม้ โดยจะมีต้นส้มเสี้ยวอยู่กลางทุ่งนาอยู่ต้นหนึ่งเป็นที่เล่น ้นส้มเสี้ยวหรือ ต้นชงโค นั้น มีพุ่มใบหนาแน่น แผ่กิ่งก้านไม่สูงจนเกินไป กิ่งเหนียวและสานกันเหมือนเป็นตาข่าย เรียกว่าไปยืนอยู่ข้างบนแล้วโถมตัวลงไปก็แทบจะไม่หล่นพื้นเลย การเล่นลิงทะโมนไล่จับคนและเล่นหมาบ้าไล่แตะคน ก็จะเล่นเฉพาะอยู่บนต้นไม้ หากใครตกพื้นหรือยืนเอาขาข้างหนึ่งแตะพื้นดินไว้ก็จะไปแตะให้เขามาเป็นแทนไม่ได้ ทั้งคนที่กระโดดหนีและคนวิ่งไล่จึงต้องมีทักษะการห้อยโหน ตัดสินใจรวดเร็ว ไม่กลัวความสูงและมีความยืดหยุ่นของร่างกายดี

เล่นเลี้ยงควายและเป็นลิงทะโมนกับหมาบ้ากันอยู่อย่างนี้อยู่ระยะหนึ่ง รู้จักจิตใจและอัธยาศัยของควายที่ตนเองดูแล รู้จักสื่อสารและควบคุมให้ควายทำตามคำสั่งต่างๆจนเหมือนกับมีจิตใจเป็นหนึ่งกับควายได้พอสมควรแล้ว แม่และน้าก็เริ่มให้เล่นไถนา ผมและพี่ๆน้องๆ กับพวกเด็กๆแถวบ้าน ก็เริ่มถือหางไถและทำงานในผืนนาตั้งแต่อยู่ ป.๖ ในขณะที่มือยังยกหางไถไม่พ้นดิน.
อ้างอิงภาพและข้อมูลจากบันทึก ดังลมหายใจ โดยวิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน:
 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/293770