กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นกาพย์ที่มีความไพเราะและเป็นกาพย์ที่สามาร

ถกล่าวถึงอาหารกับความรักความเศร้าความสุขได้อย่างลงตัวแล้วยังเป็นกาพย์ที่มีการเล่นคำโดยเฉพาะเรื่องสัมผัสถ้าเราลองแต่งกลอนดูเองเเล้วจะรู้ว่าการแต่งกลอนให้สำผัสหรือการเล่นคำให้ได้ลงตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดังนั้นต้องยกย่องว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า น ภาลัยแต่ก็ที่เรารู้กันดีอยู่

แล้วว่าในสมัยนั้นเป็นสมัยที่การแต่งกลอนเป็นเรื่องที่ใครๆก็ถนัดแล้วในสมัยนั้นยังมีกวีเอกอีกตั้งหลายคนเพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า น ภาลัย จะแต่งกาพย์ได้ยอด

เยี่ยมขนาดนี้ทีนี้พอมาดูในเรื่องของเนื้อหาของกาพย์อันนี้กันบ้าง บทที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือ

เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง ที่แปลว่า

เมื่อได้ทานหรุ่มก็รู้สึกเทร้าขึ้นมาจนทำให้รู้สึกว่ามีไฟที่คุกขรุ่นมาอยู่กลางอกเพราะเรื่องความรักที่ต้องห่างไกลจากคนรักมายิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ร้อนรุ่มและกลุ้มตรงกลางอกอย่างบอกไม่ถูก

โดยความหมายที่ดีของบทนี้เเล้วถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าบทนี่เป็นบทที่มี “ ร “ เยอะมากดังนั้นนี่แหล

ะครับคือการเล่นคำกาพย์เรื่องนี้ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า น ภาลัย ทรงแต่งขึ้นนั้นได้เป็นเ

รื่องที่ทรงเกี่ยวกับชีวิตรักของท่านที่นำมาข้องเกี่ยวกับอาหารและเรื่องนี้ควรให้เด็กรุ่นหลังเรียนด้วยเพราะกาพย์เรื่องนี้ให้ความรู้และประวัติในหลายเรื่องทั้ง อาหาร ที่ว่าอาหารในสมัยนั้นทำกันยังไง

กินกันยังไง หรือ ผู้หญิงงไทยในสมัยนั้นมีฝีมือในการทำอาหารที่เก่งขนาดไหน และในเรื่องของ ชีวิตรักของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า น ภาลัย ที่ว่าท่านรักสมเด็นพระศรี สุริเยนทราบรมรา

ชินีมากแค่ไหนที่ท่านคอยโหยหา คิดถึง สมเด็นพระศรี สุริเยนทราบรมราชินี มากแค่ไหน จนถึงกับเ

วลาเห็นอาหารทุกอย่างจำต้องนึกคิดถึง สมเด็นพระศรี สุริเยนทราบรมราชินีตลอดเวลา ทำให้เรารู้ว่

า รัชกาลที่ 2 รัก ภรรยามากแค่ไหนและยังมีเรื่อและประวัติหรือความรู้ที่รอให้เราค้นหาอยู่ในกาพย์

เรื่องนี้อีกมากดังนั้นผมคิดว่ากาพย์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หน้าสนใจมากเลยทีเดียวและไม่ควรให้มันหายไปจากประวัติศาสตร์ของชาติเราให้เด็กรุ่นต่อๆไปได้มีโอกาศได้อ่านอีกด้วย