- ได้ความรู้เรื่องผู้ไทมากเลยขอบคุณมากๆ
- ขอนุญาตกล่าวถึงที่มาของการเขียนเรื่องนี้สักเล็กน้อย
- ตอนที่เขียนเรื่องนี้ (เพลงไทดำรำพัน)มีนาคม๒๕๕๔ เป็นการฝึกเขียนภาษาลาวเท่านั้นเอง เหตุที่เขียนก็เพราะว่าได้ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยคนหนองบัว และนักเขียนท่่านนั้นก็ได้มาร่วมกันเขียนในเวทีคนหนองบัวด้วย โดยได้ช่วยกันเขียนเรื่องชุมชนบ้านเกิดหลายเรื่อง นอกจากนั้นแล้วท่านที่กล่าวถึงนี้ก็เป็นผู้เขียนพจนานุกรมภาษาลาวด้วยชื่อหนังสือ(ถ้อยเสียงสำเนียงลาว : คำศัพท์ ๓ ภาษา ลาว-ไทย -อังกฤษ)แต่ภาษาลาวในหนังสือเล่มนี้เขียนด้วยอักษรไทย ที่นี่
http://www.gotoknow.org/activities/users/sombatk?activity_page=2&escape=false
ท่านได้ให้ข้อสังเกตในการเขียนภาษาลาวครั้งนั้นด้วย อีกทั้ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการนับศักราชแบบลาวด้วย ดังนี้
" ผมขออนุญาตให้คะแนนตั้งใจ(เขียนภาษาลาว) 100 คะแนนเต็มครับ แต่ว่าตัวอักษร น.นก กับ ม.แมว ต้องสังเกตดูดี ๆ ส่วนใหญ่แล้วคนไทยมักสับสนกับอักษรลาว 2 ตัวนี้ โดยเฉพาะอักษรควบคือ ตัวหนอ กับตัวหมอ ถ้าผิดนิดเดียว คำว่าหนา ก็จะกลายเป็นหมา หรือคำว่าหมาก็จะอ่านว่าหนาไป เป็นซะอย่างนั้น
อีกอย่างครับ ปีพุทธศักราช ขอยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ผมไปเวียงจันทน์มา(ความจริงก็ไปเกือบทุกวัน) ขณะขับรถอยู่ได้เปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาวฟังไปด้วย
คนลาวนี่ถ้าเป็นทางการ เขาใช้คริสตศักราช เช่น 2011 ถ้าเป็นเรื่องในทางพระพุทธศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม เขาจะใช้พุทธศักราชครับ
เมื่อวานโฆษกสถานีอ่านว่าปีพุดทะสังกาด 2553 (อ่านว่า สองพันห้าฮ้อยห้าสิบสาม) คนที่นั่งรถไปกับผมถามว่าโฆษกอ่านผิดหรือเปล่า ผมตอบว่า ไม่ผิดหรอกครับ เขาอ่านถูกต้องแล้ว ปี 2554 ของลาว(ปีนี้)เขาจะเริ่มต้นในวันที่ 14 เมษายน 2554
คนที่นั่งไปด้วยหลาย ๆ คน ต่างก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่า ประเทศลาวเขาใช้วิธีนับปีพุทธศักราชกันอย่างนี้ "
ส่วนเรื่องเพลงไทดำรำพันนั้น อาตมาไม่ได้ถามประวัิติความเป็นมาของเพลงท่านเลยไม่ได้กล่าวถึง แต่ท่านได้ช่วยแปลบทพูดในเพลงให้ทราบแทน ดังนี้
" เพลงไตดำรำพันนั้นคุ้นเคยกับคนไทยมาหลายสิบปี ถ้าไม่ทราบความเป็นมา หลาย ๆ ท่านอาจเข้าใจไปว่าเป็นเพลงไทยไปแล้วก็มี เช่นเดียวกับเพลง กุหลาบปากซัน
บทพูดตอนท้ายของเพลงไตดำรำพันนั้น พอจะแปลความได้ว่า.....
เมื่อหวลคิดขึ้นมา(คราใด) น้ำตา(คน)ไต(มัก)ไหล(ริน) ยามเมื่อจากไกล ปู่เจ้าเซินลา (วิญญาณบรรพบุรุษของพี่น้องชาวไตดำซึ่งอยู่ที่เมืองเซินลา หรือ Son La ในเวียดนามเหนือ ใกล้ๆ กับเมืองแอด แขวงหัวพันของลาว)
อพยพหลบลี้ไพรีมา(อันนี้ชัดอยู่แล้ว) ไตดำตั้วหน้า(ทั้งมวล)ยังคนึงหา(ถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนของตน) อย่างไม่เคยลืมเลือน "