ความเห็น


  • เมื่อวันที่๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ได้พาโยมพ่อ น้องๆหลานๆและญาติจากบ้านเนินตาโพ ไปไหว้พระบาท : พระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
  • ก่อนบวชอายุประมาณ ๑๐-๑๕ ปี ได้เ่คยไปไหว้มาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นไปกับญาติผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก สมัยนั้น ถนนสายหนองบัว-ชัยภูมิ,ถนนหนองบัว-ตากฟ้า- หนองบัว-วังทอง ยังไม่ได้สร้างเลย
  • ไปพระบาทครานั้น จึงต้องเดินทางหลายทอด เริ่มแต่นั่งรถเมล์โดยสารจากหนองบัว ไปลงที่ชุมแสง จากนั้นก็ขึ้นรถไฟ ไปลงที่สถานี่ลพบุรี นับเป็นการขึ้นรถไฟครั้งแรกของชีวิตเลยทีเดียว ต่อรถจากจังหวัดลพบุรี ไปลงที่อำเภอพระพุทธบาท
  • นั่งรถหลายต่อขนาดนี้ ไม่มีโอกาสไปกลับภายในวันเดียวได้ ต้องพักค้างคืนที่วัด ประสบการณ์จากการนอนวัดครานั้น เล่าสู่กันฟังโดยไม่มีวันลืมเลย คนไปครั้งนั้น เป็นช่วงที่วัดมีงานนมัสการพระบาทพอดี คนเลยเยอะแยะไปหมด
  • ตกกลางคืนผู้แสวงบุญทั้งหลายก็นอนรวมกันที่ศาลา คนมากอย่างนี้ก็ไม่ต้องกางมุ้งกันแล้ว ทางวัดจัดบริการให้เสื่อ กับหมอน หมอนนี่แหละที่หลายคนยังจำได้ดีจริงๆ หมอนทำด้วยปูนซีเมนต์ ขนาดเท่าหมอนพอดี ทั้งหนักทั้งแข็งเป๊กทีเดียว
  • เคยนอนหนุนหมอนยัดนุ่นที่ว่าแข็งๆ ตื่นเช้ามาคอเคล็ด ก็เทียบไม่ได้กับหมอนปูนซีเมนต์
  • ไปกันหลานคน แต่มีเพียงสามคนเท่านั้นที่ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกลับบ้าน
  • ของที่ระลึกจากพระบาทครั้งนั้น คือไม้ตะพด คิดว่าคนที่ไปพระบาทยุคนั้น คงซื้อไม้ตะพดกลับบ้านทุกคน ทำไม้ตอ้งซื้อ ที่ซื้้อก็เพราะจะได้เอาไปเคาะระฆังที่มีเป็นร้อยใบ ที่แขวนไว้ที่ระเบียงทางขึ้นมณฑปรอยพระบาท(ทางวัดไม่มีบริการให้เหมือนสมัยนี้)
  • เหตุที่ไปพ.ศ.๒๕๕๕ นี้ ก็เพราะผู้เฒ่าผู้แก่ เคยปรารภบ่อยๆว่าก่อนตายอยากจะไปไหว้พระบาทสักครั้ง หรือพูดในทำนองว่าสงสัยจะตายเปล่าเสียแล้วเรา เห็น่าจะไม่ได้ไปไหว้พระบาทกับเขาซะแล้วประมาณนี้ สมัยนี้ลูกหลานมีรถยนต์ส่วนตัวกันหลายคน หลายคราที่กล่าวอาสาว่าจะพาไป แต่ก็ยังไม่่ว่างติดภาระกิจการงานกัน
  • ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ขึ้นพ.ศ.ใหม่ได้ไม่นาน รถว่างคนขับว่างพอดี ก็เลยได้ไปกันในวันนี้
  • ก่อนจะได้ชมพระบาทในสมัยปัจจุบัน ขออนุญาตพาไปชมพระบาทเมื่อเกืือบสี่สิบปีกันก่อน
Large_ttttt00004
ญาติๆที่ไปพระไหว้พระบาทครั้งก่อน : ถ่ายรูปทางขึ้นหน้ามณฑป(รอยพระบาทอยู่ในมณฑป) ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๑๙ ไปกันหลายคน แต่ที่ถ่ายรูปไว้ดูมีเพียงสามคนนี้


นี่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ เช้ามืดก่อนเดินทาง น้องๆก็ตระเตรียมสะเบียงให้พร้อม


ซุ้มประตูวัดพระพุทธบาท ติดถนนใหญ่ ห่างจากวัดประมาณ ๑ กิโลเมตร

ออกเดินทางประมาณ ๐๘.๓๐ น. ถึงพระบาท เพลพอดี




กินข้าวเสร้จแล้ว ก็ขึ้นไปปิดทองรอยพระบาทกัน

ญาติโกโหติกาและหลานๆ

โยมป้าและหลานๆบนเขา


หลานๆถ่ายรูปหน้าพระพุทธฉาย บนยอดเขา

ปัจจุบันทางวัดมีไม้ตะพดไว้บริการ(สมัยก่อนต้องซื้อจากแม่ค้าในวัด ตีระฆังแล้วก้นำกลับบ้าน)

ทางขึ้นมณฑปด้านข้าง(ทิศตะวันตก วิวสวยกว่าทางขึ้นด้านหน้า)

โยมพ่อเสียดายไม่ได้ไปดูบ่อพรานบุญล้างเนื้อ ซึ่งอยู่ที่ภูเขาอีกลูกหนึ่ง ช่วงนี้ไม่มีเจ้่าหน้าของวัดคอยดูแล เลยไม่ให้นักท่องเที่ยวไปชม เกรงจะไม่ปลอดภัย(ช่วงมีงานปิดทองพระบาท จะอนุญาตให้ผู้แสวงบุญไปชมได้ตลอดงาน)

ถ่ายมุมสูงจากภูยอดเขา

เนื่องจากในวันนั้นไม่ตรงกับวันเสาร์ วันอาทิตย์ เลยทำให้ผู้คนไม่มาก ซึ่งก็สะดวกดีหลายประการ ถ้าไปในช่วงมีงานหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์คนก็จะเยอะแน่นวัด แออัดไม่สะดวกสำหรับผู้สูงอายุเท่าไหร่ วันนั้นปิดทองขึ้นเขาไปกราบพระ ชมบริเวณวัดจนบ่ายแก่ๆ ก็เดินทางกลับ

โยมป้าดีใจบอกว่ามีบุญที่ได้มาไหว้พระบาท เราฟังแล้วก็ชื่นใจสุขใจดีไม่น้อย


 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี