ความเห็น


ในวันนั้น(๒๕ ธันวาคม๒๕๕๔)โยมลุงชู้ พินแหลมได้เล่าราวอื่นๆนอกจากเรื่องพระพิรุณให้ฟังด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับตัวลุงโดยตรงเลย คือเมื่ออายุ ๙ ขวบ(๒๔๘๖)พ่อไล้ แม่ก้อน พ่อแม่ของลุง ได้พาไปหาหลวงพ่อเดิมให้โกนผมแกละให้ ที่วัดหนองกลับ ซึ่งปีนั้นท่่านพักอยู่กุฏิหลวงพ่ออ๋อย หรือกุฏิกลอง(ปัจจุบบันคืออาคารพิพิธภัณฑ์ของวัด) 

ในครั้งนั้น มีเพื่อนบ้านที่มีอายุเท่ากันในหมู่บ้าน บ้านเนินตาโพที่พ่อแม่พาไปด้วยหนึ่งคนเป็นผู้หญิงคือโยมป้าเรียน โอภาษี (ปัจจุบันป่วย เดินไม่ได้)

เรื่องนี้เกี่ยวความเชื่อของคนโบราณ หลังจากทำพิธีโกนผมไฟแล้ว เด็กก็จะไว้ผมแกละ ผมจุก ผมเปีย เมื่อย่างเข้าวัยรุ่นหรือเริ่มโต ส่วนมากก็จะนิยมตอนอายุ ๙ ขวบ พ่อแม่ก็จะพาไปหาพระสงฆ์ให้โกนหรือตัดผมเปีย ผมจุก ผมแกละให้ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการตัดหรือโกนผมแกละ ผมเปีย ผมจุกของเด็กนั้น จะมีพิธีกรรม ความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ต้องนำวันเดือนปีเกิดของเด็กไปให้โหรหาฤกษ์ให้ จึงจะทำพิธีได้ วันไหนโกนจุกได้ วันไหนห้ามโกนจุก

ในวันโกนจุกโดยหลวงพ่อเดิมครั้งนั้น มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไปตามธรรมชาติของสังขารร่างกายมนุษย์เราคือกิน ขับถ่าย ผายลม เรื่องนี้เวลาคนเก่าๆเล่าให้ฟังทีไร ทั้งคนเล่าและคนฟังก็จะขำไปด้วยกันทุกที คือในขณะที่หลวงพ่อกำลังโกนผมเปียอยู่นั้น หลวงพ่อท่านก็ขยับตัวไปมา ในจังหวะที่ท่านขยับตัวนั้นพอดี ก็มีเสียงผายลมจากหลวงพ่อดังออกมาด้วย(หลวงพ่อเดิม ตด : ลุง ป้า ท่านใช้คำนี้ เลยขออนุญาตใช้ตามท่าน) คนอื่นได้ยินก็แค่อมยิ้มเท่านั้น แต่ป้าเรียนซึ่งเป็นเด็ก กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ พอได้ยินเ้สีงดัง ก็ปล่อยก๊ากทันทีเลย หลวงพ่อเดิมได้ยินเด็กหัวเราะ ท่านก็ฺไม่พูดอะไร เพียงแต่มีเสียงหัวเราะในลำคอของท่่านดังฮึ! ออกมาเ่ท่านั้น(ขออนุญาตเล่าเรื่องนี้ไว้ เพราะคิดว่าไม่มีอะไรเสียหาย หรือไม่เหมาะควร แต่ถ้าไม่เหมาะสม ก็ขออภัยต่อทุกๆท่านไว้ในที่นี้ด้วย)

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี