ความเห็น



พิรุณ : เป็นพาหนะที่ใช้สำหรับลากไม้ขนาดใหญ่ ตัวพิรุณมีลักษณะคล้ายเกวียนที่มีสองล้อ(แคบกว่าเกวียน) แต่ล้อพิรุณจะแตกต่างจากล้อเกวียนคือล้อล้อพิรุณจะมีเพียงดุม อย่างเดียว โดยล้อพิรุณทำด้วยไม้ ที่เลื่อยจากต้นไม้ด้านขวางเนื้อไม้  ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๒๐ นิ้ว  ตัวล้อไม่มีกำ ลักษณะวงล้อเป็นแผ่นทั้งวงกลม คล้ายเขียง ความหนาของแผ่นวงล้อ หนาประมาณ ๕-๘ นิ้ว

วิธีใช้ :  นำไม้ที่เลื่อยและถากเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้านโคนต้นซึ่งเป็นด้านใหญ่สุดของต้นไม้ ยกขึ้นวางบนเพลาระหว่างล้อ ดังในภาพวาด ส่วนปลายไม้อีกด้านหนึ่งปล่อยให้จดพื้นดิน แล้วใช้เชือกหนังที่ทำจากหนังควายโดยฝั้นให้เป็นเส้นเชือก แล้วก็ใช้เชือกหนังฯผูกไม้ที่วางบนเพลา แล้วก็ช่วยกันชักลาก โดยมีคนคอยช่วยประคองปลายไม้ให้อยู่ในแนวตรง(ลักษณะคัดท้าย)

นี่คือเครื่องมือที่ชาวบ้านหนองบัวประดิษฐ์ขึ้นใช้สำหรับไว้ลากไม้เต็งขนาดใหญ่จากป่าทุ่งเขาพระเขามรกต มาทำเสาศาลาการเปรียญวัดหนองกลับเมื่อปี ๒๔๖๖

ผู้เขียนได้ยินชื่อนี้มานานแต่นึกไม่ออกจริงๆว่าลักษณะเป็นอย่างไร เมื่อหลายวันมานี้ได้ลองสอบถามผู้สูงอายุทั้งพระและโยม จากที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นอย่างไร ก็ค่อยๆปะติดปะต่อทีละน้อยๆ จนพอจะเห็นรูปร่าง เลยลองวาดภาพดู แล้วนำไปให้พระและโยมดู ก็ได้รับคำตอบว่าพิรุณหน้าตาเป็นอย่างนี้แหละ เลยโล่งใจ

ทั้งชีวิตไม่เคยวาดรูปอะไรมาก่อนเลย ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่วาดภาพแล้วนำมาใช้งาน เหมือนไม่เหมือนก็ไม่ต้องว่ากันละ แต่เห็นความจำเป็น ที่จะต้องเผยแพร่เพราะเราอายุตั้ง๕๐กว่าปีแล้ว ยังไม่รู้จักเลย นับประสาอะไรที่ลูกหลานรุ่นหลังเรา จะใส่ใจศึกษาเรียนรู้ ที่ทำนี่ อย่างน้อยก็สนองความไม่รู้ของตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว

พระอาจารย์ส้ม แก้วนิคม(อายุ ๖๗ ปี)ท่านเล่าว่าตอนท่านบวชใหม่ๆนั้น ท่านเคยเห็นพิรุณที่ทางวัดเก็บไว้อยู่เหมือนกัน แต่ต่อมาไม่รู้สูญหายไปไหนหมด ตอนนี้รูปถ่ายก็ไม่มี คนที่จะบอกเล่าให้ทราบเรื่องราวข้อมูลก็หายากมากแล้ว

พยายามวาดและลองอธิบายหลักการใช้เล็กน้อยเท่าที่ตัวเองทำได้ ไม่ทราบผู้อ่านจะเข้าใจไหม

ปู่ย่าตายาย คนเก่าเล่าต่อกันมาว่าการไปตัดไม้มาทำศาลาครั้งนั้น สนุกสนานกันมาก ทั้งๆที่ต้องเหน็ดเหนื่อยต้องไปในป่ารก
ที่ว่าสนุกก็เพราะคนเยอะมาก ทั้งหนองบัวหนองกลับไปกันหมดบ้านหมดชุมชนเลย
นี่เขียนจากคำบอกเล่าข้อมูลอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เท่าที่ควร

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี