ความเห็น 256294

ทฤษฎีการวิวัฒนาการ ความเท็จที่ถูกเชื่อถือ(1)

เขียนเมื่อ 

ศาสนา(อิสลาม)กับการคิดแบบปรัชญามีกระบวนการที่แตกต่างกัน

ปรัชญาเป็นการครุ่นคิด ขบคิด ใคร่ครวญโดยใช้สติปัญญาของมนุษย์เอง(หรือนักปราชญ์ที่เขาเลื่อมใส)มาคิดในเรื่องต่างๆเช่น มนุษย์มาจากไหน ตายแล้วไปไหน ใครสร้างมนุษย์ พระเจ้ามีหรือไม่ เป็นอย่างไร ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นเชิงนามธรรม พิสูจน์ไม่ได้ ใช้หลักความน่าจะเป็น(ก็โอกาสพอๆกับความน่าจะไม่เป็น)แล้วหาเหตุผลมายืนยันความคิด โดยสูตรของหลักตรรกะหรืออื่นๆ

หากมองในแง่วิทยาศาสตร์ มนุษย์มีความสามารถทางสติปัญญาสูงสุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลกนี้เพราะมีปริมาณของเนื้อสมองมากที่สุดกว่าสัตว์ใดๆโดยเทียบกับน้ำหนักตัว ตามหลักตรรกะหากสมมติว่ามีสิ่งมีชิวิตอื่นอีกที่มีปริมาณสมองต่อน้ำหนักตัวมากกว่ามนุษย์ แน่นอนสัตว์ดังกล่าวนั้นย่อมมีความเฉลียวฉลาดกว่ามนุษย์ และสัตว์นั้นก็จะสามารถใช้สมองมันตอบคำถามให้กับตนเองทำนองเดียวกับที่มนุษย์ถามได้ลึกซึ้งและล้ำหน้ากว่าความคิดทฤษฏีของนักปราชญ์ใดๆในโลกนี้ และมนุษย์ก็ต้องหันไปยึดมั่นตามความคิดของสิ่งมีชีวิตนั้นจนไม่มีใครมายึดมั่นตามแนวคิดของนักปรัชญาคนใดๆในโลกนี้แล้ว เพราะมันสมองหรือความสามารถทางสติปัญญาในการคิดหาเหตุและผลมันคนละชั้นกัน

แต่หลักการยึดมั่นในอิสลามไม่เหมือนกับหลักปรัชญาและไม่สามาถใช้หลักการคิดแบบปรัชญามาคิดเรื่องศาสนา(อิสลาม)ได้ เพราะเชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างมาพร้อมกับความสามาถทางสติปัญญาที่จำกัด ไม่สามารถที่จะใช้ความคิดหรือจินตนาการได้ถึงทุกเรื่อง(รวมถึงเรื่องพระเจ้า นรก สวรรค์ ฯลฯ) หลายๆเรื่องในประวัติศาสตร์เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดี นักปราชญ์ที่คนทั้งโลกให้การยอมรับว่ามีความคิดที่ถูกต้องในยุคสมัยหนึ่ง แต่เมื่อวิทยาการสมัยถัดมาเจริญก้าวหน้าขึ้นจนกระทั่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความเชื่อดังกล่าวก็ไม่มีใครยึดถืออีกต่อไป นี่ยืนยันถึงข้อจำกัดทางความคิดและจินตนาการของมนุษย์

หลักการศรัทธาในอิสลามจะมีเหตุและผลที่ไม่ขัดแย้งกับหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ขัดแย้งในตัวเอง ไม่ถูกยกเลิก ไม่ตกยุคหรือล้าสมัย เพราะไม่ได้มาจากการใช้ความคิดของมนุษย์เอง ไม่ใช่ความคิดของศาสดาคนใดๆ แต่เป็นความรู้ กฏ ข้อบังคับ หรือธรรมนูญที่ผู้ที่สร้างมนุษย์เองนั่นแหละเขียนขึ้น โดยภาษาจะเรียกผู้สร้างนั้นว่าพระเจ้าหรืออะไรก็แล้วแต่ ผู้สร้างย่อมรู้จักสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาดีกว่าใครๆ(แน่นอน ดีกว่าสิ่งที่ถูกสร้าง(มนุษย์)รู้จักตัวเองด้วย)และผู้สร้างก็ย่อมที่จะรู้ดีอีกเช่นกันว่าสิ่งถูกสร้างนี้มีความสามารถอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง และผู้สร้างอีกเช่นกันย่อมจะสามารถเขียนคู่มือสำหรับสิ่งที่ถูกสร้างนั้นได้เหมาะสมกว่าการที่สิ่งถูกสร้างจะเขียนคู่มือขึ้นมาเพื่อใช้กับตัวเอง(เพราะตัวเองยังไม่รู้สเป็คของตัวเอง ว่ามีสมองกี่หยัก เซลล์กี่เซลล์ ผมกี่เส้น ขนเท่าไหร่ ฯลฯ (เหมือนกับที่คอมพิวเตอร์ระดับสุดยอดก็ยังไม่รู้สเป็คของมันเองได้ละเอียดเท่ากับบริษัทที่ผลิตมันมาและบริษัทก็ผลิตคู่มือของมันมาด้วย ไม่ใช่คอมฯเขียนคู่มือให้กับตัวมันเอง