คุณหมอมาโนชครับ

อ่านแล้วชอบใจหลายประโยคครับ พร้อมมีคำถามจำนวนหนึ่งครับ

  • "เรื่องทางจิตเวชเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางวัฒนธรรมมาก" คำถามคือ ในหลักสูตรแพทย์ ทั้ง ๖ ปีแรก และ ๓ ปีเฉพาะทาง มีเรียนวิชาวัฒนธรรมไหมครับ?
  • "ในการดูแลคนไข้จริงๆ เราจะเอาคนไข้เป็นตัวตั้งครับ ไม่ใช่จับทฤษฎีมาเข้ากับคนไข้ อันนี้ตอนผมเรียนอาจารย์เน้นมากๆ" อันนี้ไม่มีคำถามครับ แต่ชวนให้นึกถึงคำพูดของบางคนเรื่องการศึกษาว่า ระบบการศึกษาบ้านเราเอา "วิชา" เป็นตั้ง ไม่ได้เอา "ชีวิตคน" เป็นตัวตั้ง คุณหมอประเวศเคยวิจารณ์ว่า "ที่ผ่านมา วิชาการได้ทอดทิ้งชุมชน การศึกษาที่ผ่านมามิได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม ดังนี้วิชาการจึงอ่อนแอทางปัญญา เพราะไม่รู้จริงกับปัญหา" (พูดที่จุฬาฯ เมื่อปลายปี ๒๕๔๕)
  • "โรคนี้ในบ้านเราที่ผมพบเป็นปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการเป็นตัวของตัวเอง" คำถามก็คือ ความเป็นตัวของตัวเอง กับความสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันหรือไม่อย่างไรครับ เพราะผมสังเกตว่าชาวบ้านเรา หลังจากถูกกระตุ้นให้ไหลตามกระแส "ทันสมัย" นับแต่แผนพัฒนาฯ แห่งชาติ ฉบับแรก (พ.ศ.๒๕๐๔) จนถึงปัจจุบัน คนชนบทส่วนใหญ่ล้มเหลวทางเศรษฐกิจ เป็นหนี้เป็นสินกันแทบทุกครัวเรือน โรคภัยไข้เจ็บก็มากขึ้น แต่ที่สำคัญคือพาให้ "จิตใจ" ล้มละลายไปด้วย คือ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมทั้งไม่เชื่อถือตัวเองด้วย เศรษฐกิจก็หวังพึ่งพ่อค้าพึ่งรัฐบาล การศึกษา(ในความหมายจริงๆ)ก็หวังพึ่งสถานศึกษา สุขภาพก็หวังพึ่งโรงพยาบาล หวังพึ่งอะไรต่อมิอะไรข้างนอกทุกอย่าง ยกเว้น "ตัวของตัวเองที่รู้สึกว่าพึ่งไม่ได้สักอย่าง" อันนี้จะเป็นสาเหตุของ โรคทางจิตต่างๆ ด้วยหรือเปล่าครับ