ความเห็น 2480289

การพัฒนาสมรรถภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียน : กุญแจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

เขียนเมื่อ 

ขอตอบคำถาม "ลูกหนานวัฒน์ Ico48" อาจารย์ม.ราชภัฏลำปางรุ่นใหม่ ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการจัดการเรียนรู้

  • อันดับแรกขอเริ่มจากการอธิบายคำว่า “เชิงปริมาณ (Quantitative)” กับ “เชิงคุณภาพ (Qualitative) ก่อนนะคะ.... ใน “การประเมิน (Evaluation)”  ซึ่งเป็นการแปลความหมายของคะแนนที่ได้จาก “การวัด (Measurement)” ตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นนั้น  บางลักษณะก็เหมาะที่จะใช้ข้อความเชิงปริมาณในการแปลความหมาย เช่น การวัดความจำ การคิด ความพึงพอใจ ฯลฯ ถ้าประเมินเป็น 3 ระดับ ระดับ 3 จะแปลความหมายว่า มากหรือสูง 2 ปานกลาง 1 น้อยหรือต่ำ ถ้าประเมินเป็น 5 ระดับ 5 จะแปลความหมายว่า มากที่สุดหรือสูงที่สุด 4 มากหรือสูง 3 ปานกลาง 2 น้อยหรือต่ำ และ 1 น้อยที่สุดหรือต่ำที่สุด เช่น มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด หรือ มีการคิดสร้างสรรค์ในระดับต่ำ เป็นต้น แต่บางครั้งก็เหมาะที่จะใช้ข้อความเชิงคุณภาพในการแปลความหมาย เช่น การประเมินผลการเรียนของมรภ. อุบลฯ  จะแปลความหมายโดยใช้ข้อความเชิงคุณภาพ คือ ผลการเรียน A แปลว่า ดีเยี่ยม (Excellent) B+ ดีมาก (Very Good) B ดี (Good) C+ ดีพอใช้ (Fairy Good) C พอใช้ (Fair) D+ อ่อน (Poor) D อ่อนมาก (Very Poor) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อความเชิงคุณภาพที่ใช้บอกระดับคุณภาพของเพชร 5 ระดับ ได้แก่ระดับดีเยี่ยม (Excellent) ดีมาก  (Very Good) ดี (Good) พอใช้ (Fair) และ แย่ (Poor) ดังภาพ 

                               

                                                               Source : Jewelryfancub.com

  • การวัดและประเมินที่อาจารย์แม่ใช้ เป็น "การวัดประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Measurement and Evaluation)" คือ วินิจฉัยว่า ก่อนเรียนผู้เรียนแต่ละคนมีลักษณะต่างๆ ที่เป็นสมรรถภาพด้านทักษะในการเรียนรู้ ในระดับใดเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ให้ผู้เรียนได้รู้ระดับพื้นฐานของตนเอง ว่าตนมีอะไรที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้ว ซึ่งก็จะต้องพัฒนาให้น่าพอใจมากขึ้นไปอีก และมีอะไรที่อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องหาทางพัฒนาให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เช่น การประเมินการฟัง (L) การอ่านเชิงวิเคราะห์ (R) การเขียนสื่อความ (W) การติดตามข้อมูลข่าวสาร (F) และการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด (C) ถ้าได้รับการประเมินระดับ 1 จะแปลว่ามีทักษะในระดับต้องปรับปรุง  ระดับ 2 พอใช้ ระดับ 3 ดี และการประเมิน ความจำ (M) ถ้าได้รับการประเมินระดับ 1 จะแปลว่ามีความสามารถในการจำต่ำที่สุด 2 ต่ำ 3 ปานกลาง 4 สูง 5 สูงที่สุด
  • การวัดคุณลักษณะ (มีสมาธิจดจ่อ) และทักษะ (สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด) ในการฟัง วัดจากการเขียน Section ว่าเขียนในที่ที่กำหนดให้เขียนหรือไม่ (1) การเขียนหมายเลขคู่ (เขียนเป็นเลขไทย 1 เขียนถูกที่ 1) การกรอกข้อความที่หัวกระดาษซึ่งอาจารย์บอกว่าให้กรอกให้ครบถ้วน (มีที่ให้กรอก 9 แห่ง) การเขียนเลขข้อนอกเส้นกั้นหน้า (1) การเขียนคำนำหน้าชื่ออาจารย์ (1) และการเขียนคำถามตามจำนวนที่กำหนด (1) มีหลายคนเขียนมากกว่า 1 คำถาม  รวม15 คะแนน ถ้าได้คะแนนรวมอยู่ในช่วง 0-5 แสดงว่ามีคุณลักษณะและทักษะการฟังในระดับ 1  (ต้องปรับปรุง) ช่วง 6-10 ระดับ 2 (พอใช้) ช่วง 11-15 ระดับ 3 (ดี) และตรวจสอบการฟังอีก 2 ครั้งประกอบ (เพื่อที่จะดูว่าถ้าไม่บอกว่าจะทดสอบการฟัง ผู้เรียนจะมีสมาธิและสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้องหรือไม่) ถ้าปฏิบัติตามได้ไม่ถูกต้องในครั้งหลังแม้เพียงครั้งเดียว ผลการประเมินจะลดระดับลงมา 1 ระดับ แล้วกรอกผลการประเมินในช่องที่ 6 (L: Listening)
  • การประเมินความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ จะประเมินตาม Rubrics ที่กำหนดไว้ ซึ่งมีหลักการว่า ถ้าเลือกบทกวีได้ตรงกับบทบาท จะได้ระดับ 3 : ดี ระบุได้ใกล้เคียง ระดับ 2 : พอใช้ ระบุได้ไม่ตรงและไม่ใกล้เคียง ระดับ 1 : ต้องปรับปรุง (ใน Rubrics จะระบุไว้ชัดเจนว่าบทกวีบาททใดตรง บาทใดใกล้เคียง แต่เปิดเผย ณ ที่นี้ไม่ได้เพราะเป็นแบบทดสอบค่ะ) แล้วกรอกผลการประเมินในช่องที่ 7 (R: Reading)
  • การวัด-ประเมินความสามารถในการเขียนสื่อความ จะวัดจากการเขียนอธิบายสัญลักษณ์ และเขียนสะท้อนความรู้สึกนึกคิด แล้วประเมินตาม Rubiics ที่กำหนดว่า เขียนได้ตรงประเด็น ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักการเขียน สื่อความหมายได้ชัดเจน และมีความกระชับ ไม่วกไปวนมา ให้ระดับ 3 : ดี เขียนได้ตรงประเด็น ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักการเขียน สื่อความหมายได้ชัดเจนพอสมควร แต่ข้อความไม่กระชับ เขียนวกไปวนมา ให้ระดับ 2 : พอใช้ เขียนได้ไม่ตรงประเด็น หรือใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักการเขียน หรือเขียนสื่อความหมายไม่ชัดเจน และข้อความไม่กระชับ เขียนวกไปวนมา ให้ระดับ 1 : ต้องปรับปรุง แล้วกรอกผลการประเมินในช่องที่ 8 (W: Writing)        
  • การวัด-ประเมินพฤติกรรมการติดตามข้อมูลข่าวสาร  วัดจากการคำถามข้อ 3-4 แล้วประเมินตาม Rubiics ที่กำหนดไว้ว่า รู้ข่าวทั้ง 2 ข่าว และให้สาระสำคัญได้ถูกต้อง ให้ระดับ 3 : ดี รู้ข่าวเดียวและให้สาระสำคัญได้ถูกต้อง ให้ระดับ 2 : พอใช้ ไม่รู้ทั้ง 2 ข่าว ให้ระดับ 1 : ต้องปรับปรุง แล้วกรอกผลการประเมินในช่องที่ 9  (F: Following)  
  • การวัด-ประเมินการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด พิจารณาจากความหลากหลายของประเด็นที่สะท้อน ไม่ใช่จากทิศทางของการสะท้อนว่าเป็นทางบวกหรือทางลบ โดยกำหนดเกณฑ์ว่า ถ้าสะท้อนได้ 1-2 ประเด็นจะได้ระดับ 1 : ต้องปรับปรุง สะท้อนได้ 3-4 ประเด็นจะได้ระดับ 2 : พอใช้ และสะท้อนได้ 5 ประเด็นขึ้นไปจะได้ระดับ 3 : ดี แล้วกรอกผลการประเมินในช่องที่ 10  (C : Comment) 
  • ช่องที่ 11 T20 คือ คะแนนรวม กำหนดเกณฑ์ในการแปลความหมายว่า ถ้าได้คะแนนในช่วง 0-4 คะแนน แปลว่ามีทักษะในการเรียนรู้ในระดับต้องปรับปรุงอย่างยิ่ง (1) ช่วง 5-8 คะแนน แปลว่ามีทักษะในระดับต้องปรับปรุง (2) ช่วง 9-12 คะแนน แปลว่า มีทักษะในระดับพอใช้ (3) ช่วง 13-15 คะแนน แปลว่า มีทักษะในระดับดี (4) และช่วง 16-20 คะแนน แปลว่ามีทักษะในการเรียนรู้ในระดับดีเยี่ยม (5)
  • การตีความสัญลักษณ์ ประจำตัวก็แปลตรงๆ ตามคำอธิบายสัญลักษณ์ที่เจ้าของสัญลักษณ์ได้อธิบายไว้ เช่น ผู้เรียนที่ใช้สัญลักษณ์ประจำตัวและเขียนอธิบายว่า "แก้วน้ำ" ซึ่งสามารถนำอะไรมาเติมเต็มได้ตลอด เหมือนข้าพเจ้าที่พร้อมจะรับความรู้-ประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ ก็ตีความว่า ผู้เรียนคนนั้น เป็นคนที่มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นลักษณะที่จะช่วยให้เรียนรู้ได้ดีและเป็นลักษณะที่อาจารย์คาดหวังให้มีในผู้เรียนทุกคน โดยต้องเป็นแก้วที่ต้องไม่มีน้ำเต็ม เพราะจะไม่สามารถเติมน้ำเข้าไปได้ เรียกว่า เป็นพวก "น้ำชาล้นถ้วย" ผู้เรียนที่ใช้สัญลักษณ์ประจำตัวและเขียนอธิบายว่า"เสื้อยืดฟรีไซส์" เพราะเข้าได้กับทุกคน ก็ตีความว่า ผู้เรียนคนนั้นเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี และแซวซักหน่อยว่า แต่ก็ต้องเรียนด้วยนะไม่ใช่มาเรียนเพื่อมาแสวหาคนรู้ใจเท่านั้น และผู้เรียนที่ใช้สัญลักษณะประจำตัวและเขียนอธิบายว่า "Z" เพราะชอบง่วงในห้องที่ครูสอนน่าเบื่อ หรือเรียนไม่เข้าใจ ก็ตีความว่า ผู้เรียนคนนั้นเป็นโจทย์ปัญหาให้อาจารย์หาทางแก้ไข เพราะเธอพร้อมที่จะหลับถ้าอาจารย์สอนน่าเบื่อ หรืออาจารย์สอนไม่น่าเบื่อแต่ตัวเธอเองเรียนไม่เข้าใจเพราะไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจ มีเทคนิคง่ายๆ ว่า ถ้าใช้อารมณ์ขันในการตีความก็จะสร้างบรรยากาศได้ดี อาจสุ่มให้นักศึกษา 3-5 คนบอกว่า ชอบสัญลักษณ์ใด เพราะเหตุใด  
  • การให้นักศึกษาเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับลูกหนานวัฒน์ เอาเป็นว่า อาจารย์แม่จะให้นักศึกษาที่สมัครใจเข้าไปแสดงความเห็นในบันทึกของลูกหนานวัฒน์โดยผ่านการเข้าระบบของอาจารย์แม่แล้วกันนะคะ เพราะถ้าจะให้สมัครเป็นสมาชิก เกรงจะไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ Web.Blog GotoKnow.org ที่ระบุว่า ต้องการให้เป็นช่องทางในการจัดการความรู้ของคนทำงานในสาขาอาชีพต่างๆ
  • ท้ายนี้ก็ขอแสดงความชื่นชม "ลูกหนานวัฒน์" อีกครั้ง ที่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ขอเป็นกำลังใจนะคะ ถ้าการตอบคำถามยังไม่ครบถ้วนหรือมีอะไรยังไม่ชัดเจนก็ถามไปใหม่ได้นะคะ