ความเห็น


ต่อไปนี้เป็นเรื่องของ กมลวรรณ แซ่อึ้งครับ

เรื่องเล่าจากโสเภณีแฝง

ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำในช่วงชีวิตนักศึกษาแพทย์กับการได้พูดคุยและสัมผัสกับชีวิตของบุคลกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย เชื่อว่า หลายๆคนคงรู้สึกสงสัยหากจะกล่าวว่า  นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 อยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวและสัมผัสชีวิตของ “โสเภณี”

วันที่ 29 ธันวาคม 2553 ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยและทำความรู้จักกับหญิงสาวที่หลายๆคนรวมทั้งตัวดิฉันเองมองว่าเป็นเพียงหญิงกลางคืนที่ขายความเป็นคนยอมเอาร่างกายเข้าแลกเพื่อเงิน ความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้า เธอเป็นผู้รูปร่างสูงโปร่ง หุ่นดี หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับนางเอกช่องหลายสีคนหนึ่ง เธอที่พกเอาความมั่นใจมาเต็มเปรี่ยมพร้อมด้วยสีหน้าที่ดูเย้อหยิ่ง ทำให้ดิฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที

สาวผู้นี้มีชื่อว่า “อิง (นามแฝง)” ตอนนี้เธออายุ 34 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัด... ทำอาชีพขายบริการมาแล้วประมาณ10 ปี มีลูกสาวอายุ15ปี ตอนนี้โสด เธอเล่าให้ฟังว่าเธอจบการศึกษาแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุประมาณ 16 ก็ตัดสินใจแต่งงาน ครอบครัวเธอประกอบอาชีพขายอาหารในสถานที่ราชการแห่งหนึ่งและมีร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้นเธอจะพยายามหลบตาและหันหน้าไปทางอื่น แต่ดิฉันก็พยายามที่จะสร้างความเป็นกันเองเพื่อให้บรรยากาศในการสนทนาดีขึ้นเหตุผลสำคัญที่ดิฉันอยากฟังเรื่องราวของสาวผู้หญิงผู้นี้เป็นพิเศษเพราะเธอเป็นคนจังหวัดเดียวกับดิฉัน  พี่อิงเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาประกอบอาชีพขายบริการเธอทำอาชีพขายอาหาร จุดพลิกผันของชีวิตทีต้องมาทำงานนี้เพราะ เธอได้เลิกรากับสามี ประกอบกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ “รู้สึกเบื่อหน่าย” รวมทั้งมีเพื่อนๆของเธอหลายคนที่ชักชวนให้ทำงานกลางคืน เธอตัดสินใจเลือกเดินทางนี้ด้วยตัวเอง เธอยังบอกอีกว่า “ตอนนั้นพี่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เราไม่ใช่ผู้หญิงบริสุทธิ์ ผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว พี่ตั้งใจจะทำอาชีพนี้” สิ่งที่เธอพูดออกมาทำเอาดิฉันและเพื่อนๆอึ้งไปตามตามกัน เธอได้พลิกตัวเองมาเป็นหญิงขายบริการทางเพศอย่างเต็มตัวโดยการขึ้นทะเบียนที่สถานีตำรวจมีการบันทึกข้อมูลส่วนตัวพร้อมลายนิ้วมือเพื่อว่าหากลูกค้าคิดไม่ซื่อกับเธอก็สามารถแจ้งตำรวจได้                  

 ปัจจุบันนี้เธอทำงานที่โรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เข้างานตั้งแต่ทุ่มครึ่งถึงตีหนึ่งครึ่ง เธอถูกจัดให้อยู่ในระดับสอง “PR” นั่นหมายถึงมีการใช้ปากร่วมด้วย (oral sex) ค่าตัวคืนละสี่พันบาทเมื่อเปิดห้องจนถึงเช้า ถ้าหากรับแขกไม่ทั้งคืนราคาจะลดลงหน่อย แต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่เท่ากันอาจจะเป็นชั่วโมงหรืออาจแค่ยี่สิบนาที แต่หลังจากนั้นเธอต้องกลับมาทำงานต่อจนครบเวลางาน รายได้อีกทางหนึ่งคือเป็นสาวนั่งดริ๊ง ชั่วโมงละ150บาท ถ้าหากสั่งเครื่องจะได้แก้วละประมาณห้าสิบบาท โดยรวมแล้วเธอมีเงินเก็บเดือนละประมาณแสนบาทแต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีรายได้ลดลงเหลือเดือนละหกหมื่นบาท รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากค่าทิปและเปิดห้อง เมื่อถามถึงการรับแขกเธอจะมีลูกค้าประจำแต่จะมานานๆครั้ง ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นแขกมาเลย์ ถ้าเป็นคนไทยก็จะเป็นวัยกลางคนมีครอบครัวแล้ว เธอบอกว่าถ้าหากเป็นแขกมาเลย์จะให้ทิปหนักตรงข้ามกับแขกฝรั่งที่จะชอบเบี้ยวเงิน ลูกค้าบางคนรักครอบครัวเปิดห้องจริง จ่ายจริง แต่ไม่ทำอะไรเลยก็มีเพราะว่าเกรงใจเพื่อนๆที่มาด้วยกัน เธอเคยรับงานนอกสถานที่ไปอยู่มาเลเซียคิดค่าตัววันละห้าพัน โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยอยู่เป็นเพื่อนคุย ในช่วงวันหยุดเทศกาลเช่นปีใหม่ลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษ

 เมื่อถามถึงความรู้สึกเวลาทำงาน เธอบอกว่าบางครั้งก็รู้สึกอบอุ่นลูกค้าบางคนจะอ่อนโยนไม่รุนแรง แต่บางครั้งก็เจอพวกสกปรกเป็นกลาก เกลื้อน แต่ก็ต้องทำงานฝืนทำให้เสร็จ ความคิดของเธอตอนนั้นคือเงินเท่านั้น เธอจะสามารถปฏิเสธที่จะมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าได้เมื่อลูกค้าไม่ยอมสวมถุงยางอนามัย และเธอจะได้รับค่าตัวเนื่องจากถอดเสื้อผ้าแล้ว

ถามถึงรายได้แต่ละเดือนแบ่งสันปันส่วนยังไง เธอบอกว่า ส่วนหนึ่งส่งให้ลูกเรียนหนังสือ  ส่วนหนึ่งส่งให้พ่อแม่ แต่รายจ่ายของเธอส่วนใหญ่จะหมดไปกลับเสื้อผ้า การแต่งหน้าและอาหารบำรุงเพราะต้องสวยอยู่ตลอดเวลาตอนนี้อายุมากแล้วยิ่งต้องบำรุง

 เธอวางแผนชีวิตของเธอเอาไว้ให้ผ่านปีใหม่เธอจะลากลับบ้านถ้าหากเบื่อๆก็จะกลับมาทำอีกอีกประมาณสองสามปีก็จะหยุดและจะเปิดร้านเสริมสวยเล็กๆที่บ้านเกิด กลับไปอยู่กับครอบครัว เธอเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนทำงานแบบเดียวกันแต่เป็นบุญของเพื่อนที่ได้พบกับลูกค้าชาวต่างชาติมีความรักต่อกัน แต่งงานกันตอนนี้อยู่ประเทศเดนมาร์กกลายเป็นคุณนายฝรั่งไปเลย เธอบอกว่าอยากมีแบบนั้นบ้างมันเป็นความฝันเลยทีเดียว

ตอนนี้ สถานภาพทางสังคมของหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปเลย เธอบอกว่าครอบครัวเธอ น้องสาว พ่อแม่ ลูก รับรู้ตลอดว่าทำงานกลางคืนไม่มีใครรังเกียจกลับคอยให้กำลังใจและเป็นที่พักพิงทางใจได้เสมอ แต่ดิฉันกลับมีคำถามในใจว่า ถ้าหากลูกสาวของคุณอิง ทำอาชีพอย่างแม่บ้างแล้ว เธอผู้เป็นแม่จะรับได้อย่างไร

สิ่งที่หญิงขายบริการได้รับคือการได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัย เธอทำงานมาเป็นสิบปียังไม่มีใครสอนเรื่องการสวมถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง การใช้ยาคุมกำเนิดและการทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธีเพื่อที่หญิงสาวจะได้นำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการป้องกันตัวเองอีกทางหนึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เธอได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดแม้ว่าในตอนแรกเธอจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่แต่เมื่อเวลาผ่านไปจากที่ต้องเป็นผู้ตอบคำถามกลายเป็นผู้เล่าเรื่องเอง แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้ว เธอก็มีเรื่องที่อยากจะระบาย อยากจะเล่าแต่ก็ไม่มีโอกาส ถือเป็นการระบายความเครียดไปพร้อมๆกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตควบคู่กันไป

การพูดคุยในครั้งถือเป็นประโยชน์ในการเรียนสังคมในอีกแง่มุมหนึ่งที่พวกเรานักศึกษาแพทย์ไม่เคยรู้มาก่อน ดิฉันได้ทราบถึงการประกอบอาชีพขายบริการจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการทำงาน มุมมองชีวิตของหญิงขายบริการที่แตกต่างกับความคิดของตัวเองเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้เห็นได้เรียนรู้การทำงานอีกอาชีพหนึ่งในสังคมที่ต้องใช้ร่างกายเข้าแลกกับเงิน ทำให้มองย้อนถึงตัวเองว่าจะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดความลำบากของเราตอนนี้เทียบไม่ได้เลยกับความลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ สุดท้ายทำให้ฉันเข้าใจว่าการกระทำใดๆก็ตามล้วนมีเหตุและผล แต่ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนเราจึงเลือกที่จะขายชีวิตตัวเองทั้งๆที่ยังสามารถเลือกทางเดินอื่นได้!!!!!!!!

นางสาวกมลวรรณ  แซ่อึ้ง

 ถึงลูกศิษย์

พูดถึงคนๆนี้ ผมคิดว่าเธอโชคดี ที่มีครอบครัวเข้าใจ

เป็นคำถามที่ดีนะครับ ว่าหากเธฮทราบว่าลูกสาวมาทำงานแบบนี้บ้าง เธอจะรู้สึกอย่างไร

คุณหมอบรรยายได้ดีมากนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี