ความเห็น


มาถึงเรื่องเล่าของ นันท์นิธี แก้วศรี ผมแอบเปลี่ยนชื่อ และข้อความบางอย่างไปครับ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันสิทธิ์ของหมอนวด อีกทั้งจำนวนเงินที่ได้นั้น ผมไม่ทราบจริงๆ เพราะคุณลูกศิษย์ไม่ยอมเขียนลงมา สงสัยจำไม่ได้ หรือรู้สึกอายก็ไม่รู้นะครับ

 อู๋ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เป็นคนขอนแก่น แม่เป็นคนไทย มีพ่อบุญธรรมเป็นชาวต่างชาติ มีน้องชาย 1 คน อู๋อยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่ ป.4 ถึง ม.3 แล้วกลับมาเรียนต่อในโรงเรียนพาณิชย์ที่ประเทศไทย เธอเริ่มคบกับแฟนตอน ม.3 และรักแฟนคนนี้มาก ในขณะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนจะไม่เคยป้องกัน เนื่องจากไม่อยากขัดใจแฟน เธอตั้งครรภ์ตอน ม.5 ตอนนั้นเครียดมาก กลัวไปหมดทุกอย่าง เคยคิดจะไปทำแท้งแต่ก็ไม่กล้า กลัวว่าอาจเสียชีวิตได้ เลยตัดสินใจบอกแม่ ตอนนั้นเป็นเรื่องที่เกือบทำให้บ้านแตก แต่สุดท้ายแม่ก็เข้าใจ เธอขอหยุดเรียนและแต่งงานกับแฟน เนื่องจากอายเพื่อน อู๋ออกมาอยู่บ้านและไม่มีงานทำ ส่วนแฟนจะรับจ้างทั่วไป อู๋ใช้ชีวิตคู่กับแฟนคนนี้อยู่ 4 ปี จึงเลิกรากัน เนื่องจากทะเลาะกันบ่อยๆ ทั้งเรื่องแฟนเจ้าชู้ รายได้ไม่เพียงพอ ทุกครั้งที่ทะเลาะก็จะมีการใช้กำลัง หลังจากเลิกกับแฟน อู๋ก็มาอยู่กับป้าที่หาดใหญ่เนื่องจากอยากหนีจากผู้ชายคนนี้ แฟนยังคงตามง้ออยู่จนถึงปัจจุบัน อู๋มักจะรู้สึกโกรธตัวเองเสมอที่ทำให้แม่ต้องผิดหวัง อู๋เลยขอบอกแม่ว่าต้องการมาเรียนต่อที่หาดใหญ่ มาอยู่กับครอบครัวของป้า ลูกชายจะให้แม่เลี้ยง เนื่องจากคิดว่าแม่คงเป็นคนที่เลี้ยงได้ดีที่สุด ปัจจุบันเธอจะคุยกับลูกผ่าน web cam ทุกวัน ครอบครัวของป้ามีลูกชาย 2 คน เรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษา ในช่วงเดือนแรกที่มาอยู่ที่หาดใหญ่ อู๋ออกเที่ยวเตร่สนุกสนานพบกับสิ่งใหม่ๆและเพื่อนใหม่ๆ แต่ในช่วงหลังเงินที่แม่ส่งมาให้เริ่มไม่พอ อู๋ไม่อยากรบกวนแม่อีก เนื่องจากรู้ว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการให้อย่างฟุ่มเฟือยของตน และไม่ได้นำมาใช้ในด้านการศึกษาตามความตั้งใจของแม่ อู๋ปรึกษาป้า และได้ข้อสรุปว่าจะทำงานเป็นสาวนั่งดริ้ง เนื่องจากป้าเคยทำงานที่นี่มาก่อน ป้าเลยโทรนัดมาม่าซังให้มาดูตัวอู๋ เธอเล่าว่าการที่มาม่าซังจะรับเด็กหรือไม่นั้น จะพิจารณาจากหน้าตา รูปร่าง สีผิว ดูความเรียบเนียนของหน้าท้อง เรื่องที่เธอทำงานนี้จะมีเฉพาะอู๋กับป้าเท่านั้นที่รู้ พ่อ แม่ และเพื่อนๆ ไม่มีใครรู้ความลับนี้ โดยอู๋ยังคงบอกแม่ว่ามาเรียนหนังสือ เธอไม่อยากให้แม่รู้ เนื่องจากไม่อยากทำให้แม่ผิดหวังอีก อู๋มาเป็นสาวนั่งดริ้งได้ 3 วันก็เริ่มขายบริการทางเพศ เนื่องจากเห็นว่ารายได้ดีกว่า  อู๋ใช้เวลาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมาทำงานขายบริการประมาณ 1 วัน เนื่องจากเห็นว่าใช้เวลาทำงานน้อยกว่าแต่ให้รายได้ดีกว่ามาก  ปัจจุบันเธอทำงานมาอยู่กับป้า ได้ 2 เดือน ทำงานนี้มาและ 1 เดือน มีรายได้เดือนละ 60000 บาท ยังคงรู้สึกสนุกกับงานที่ทำ เนื่องจากรู้สึกว่าตนไม่ได้เสียไปฟรีๆ ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ เป็นความสัมพันธ์แบบไม่ผูกพัน  ไม่ต้องเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา จบในแต่ละคืนก็จบกันไป เธอชอบเวลาแขกพาไปเที่ยวในที่ต่างๆ ได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ในตอนเริ่มทำงานครั้งแรกก็รู้สึกกลัวและเครียด แขกคนแรกอายุ 35 ปี อายุมากที่สุดที่เธอเคยให้บริการคือ 54 ปีและอายุน้อยที่สุดคือ 18 ปี เธอไม่ได้มาทำงานทุกวัน จะมาเฉพาะในวันที่รู้สึกเบื่อ และต้องการเงินไปซื้อของ อู๋จะรับแขกแค่คืนละ 1 คน ถ้าเป็นแบบค้างคืน (ให้บริการถึง 6โมงเช้า )จะได้คืนละ     บาท โดยต้องไม่ต้องหักคืนให้แก่ที่ผับ และหากเป็นชั่วคราว (ให้บริการ 2 ชม ในห้องของที่ผับ) จะได้คืนละ     บาท โดยต้องไม่ต้องหักคืนให้แก่ที่ผับ แต่จะต้องซื้อบัตรเริ่มทำงานราคา    บาท  และหากขาดงานต้องเสียวันละ    บาท  ก่อนทำงานทุกครั้งอู๋มักจะกินเหล้าย้อมใจ เพื่อให้กล้ามากขึ้น ตอนนี้รู้สึกชินกับการต้องมีความสัมพันธ์กับคนที่เพิ่งจะรู้จักกัน อู๋จะให้ลูกค้าใส่ถุงยางทุกครั้ง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีลูกค้าฝ่าฝืน เนื่องจากกฎข้อนี้เป็นกฎของผับที่ลูกค้าต้องทำตาม หากลูกค้าไม่ทำตาม อู๋สามารถตัดสินใจไม่ให้บริการแก่ลูกค้าคนนั้นได้ เธอยังไม่เคยต้องให้บริการแก่ลูกค้าที่ใช้กำลังหรือใช้วิธีการแปลกๆในการร่วมเพศ ปัจจุบันอู๋มีรายได้เดือนละ 60000 บาท จะใช้หมดไปกับการช๊อปปิ้ง เที่ยว กับเพื่อนๆในตอนกลางวัน เธอบอกว่าการมาทำงานนี้ทำให้ใช้จ่ายมากขึ้นเนื่องจากต้องมีเสื้อผ้าหลายชุด ต้องแต่งหน้าทุกวัน และต้องตอบสนองต่อความคิดของตนที่ว่าเมื่อเสียอะไรไปแล้วก็ควรให้รางวัลกับตนเอง เลยใช้เงินซื้อสิ่งต่างๆตามที่ตนต้องการ การมีเงินเยอะทำให้เธอตัดสินใจในการซื้อน้อยลง เธอไม่เคยส่งเงินกลับทางบ้าน เนื่องจากกลัวว่าแม่จะสงสัยว่าได้เงินมาได้อย่างไร และยังคงรับเงินเดือนจากแม่อยู่ โดยได้เงินเดือนจากแม่เดือนละ 5000 บาท อู๋ไปตรวจที่คลินิกทุก 2 สัปดาห์ ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอนาคต คิดว่าทุกวันที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว

สิ่งที่ดิฉันได้จากการไปพูดคุยในครั้งนี้คือ เข้าใจและเห็นใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น ทุกคนที่พูดคุยด้วยล้วนมีเหตุผลต่างๆกันไปในการที่ตัดสินใจมาทำงานนี้ แต่มีข้อสังเกตข้อหนึ่งที่ทุกคนที่ถูกสัมภาษณ์มีเหมือนกันคือ ทุกคนมีลูก โดยอาจเกิดจากความตั้งใจหรือความผิดพลาด เกิดในช่วงที่พร้อมหรือยังไม่พร้อมจะมีครอบครัว แต่เมื่อพวกเขาเหล่านั้นต้องตัดสินใจว่าจะให้เด็กคนนั้นมีโอกาสได้ลืมตาดูโลกหรือไม่ ทุกคนที่ถูกสัมภาษณ์ก็เลือกที่จะไม่ทำแท้งและยอมทำงานที่ตนก็คิดว่าน่าอาย ต้องเสียศักดิ์ศรี ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งของครอบครัวและสังคมรอบข้าง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว และสมาชิกใหม่ตัวน้อย หลายคนทำงานที่ผับและทำงานประจำตลอดช่วงเช้าด้วย ทุกคนมีเงินเก็บและคิดจะเลิกทำงานนี้ ทำให้ดิฉันเข้าใจชีวิตมากขึ้น บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้งดงามเสมอไป ยังมีอีกหลายด้านของสังคม ที่ผู้หญิงยังคงเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ เช่นมีหญิงบริการบางคนทำงานเลี้ยงลูกโดยที่สามีไม่ทำงานหารายได้เลย หลายคนทำให้ดิฉันรู้สึกเห็นใจ และอยากให้กำลังใจให้เขาเหล่านั้นสู้ต่อไป การมาพูดคุยครั้งนี้ดิฉันได้เรียนรู้ทักษะในการพูดคุย การรับฟังมากยิ่งขึ้น ฝึกให้เป็นผู้ตั้งคำถามที่ดี คือถามไปแล้วคนตอบไม่ลำบากใจจนเลือกที่จะไม่ตอบและเป็นคำถามที่เรายังคงได้ข้อมูลที่เราต้องการจะทราบ

หญิงบริการทุกคนที่ดิฉันและเพื่อนสัมภาษณ์จะได้รับความรู้ในเรื่องการป้องกันการติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ วิธีการใส่ถุงยาง  วิธีการกินยาคุมกำเนิด

นางสาวนันท์นิธี  แก้วศรี ชั้นปีที่ 2

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี