ความเห็น


ผมว่าตามความหมายของหลวงพ่อพุทธทาสที่บอกว่า เกิดการตายแบบชั่วไม่กี่ขณะจิต ที่ว่าเมื่อความรู้สึกว่า "ตัวเรา" หรือ "ตัวกู" เกิดขึ้น นี้ไม่ได้หมายความว่าการตายเกิดแบบข้ามภพข้ามชาติไม่มีจริงนะครับ

ไม่เช่นนั้นท่านพุทธทาสจะบอกว่า เมื่อจิตสุดท้ายจะดับ ให้คิดว่าชีวิตไม่น่าเอาไม่น่าเป็น ให้จิตน้อมไปสู่ความดับไม่เหลือ เข้าสู่ความว่างทำไมกัน ถ้าแบบข้ามภพข้ามชาติไม่มีจริงก็ไม่ต้องทำให้จิตน้อมไปสู่ความดับไม่เหลือสิครับ เพราะก็ต้องดับไ่ม่เหลือกันทุกคนอยู่แล้ว และท่านบอกอีกว่า ดับไม่เหลือนั้นงามที่สุดด้วย สมควรที่ทุกคนควรดับไม่เหลือ

และมีประเด็นอีกอย่างที่ทำให้ฉุดคิดได้ก็คือ ท่านบอกว่า เมื่อรู้ว่า่พระพุทธเจ้าก็ไม่มี คน สัตว์ก็ไม่มี เพราะความเป็นอนัตตา

เมื่อนั้นจิตถึงความเป็นพุทธะเสียเองแล้ว ผมคิดว่านรก สวรรค์ก็ไม่อาจจะมีสำหรับผู้ที่จิตถึงความเป็นพุทธะด้วย สาเหตุที่ทำแบบนี้คือ เพื่อให้จิตมันเข้าถึงสุญญตาอย่างแท้จริงถ้ายังพูดอยู่ก็แสดงว่ามันยังยึดถือเมื่อยึดถือจิตมันจึงยังไม่ว่างนั่นเอง เมื่อจิตเข้าำถึงสุญญตาแล้วจึงเป็นอสังคตะธรรม ซึ่งเป็นนิรันดร ปรุงแต่งจิตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จึงเป็นเรื่องเหนือโลก

เพราะท่านพุทธทาสก็เน้นตรงที่ว่าเมื่อรู้ถึงที่สุดแล้วจิตก็จะหมดตัวกู-ของกู กิเลส อนุสัย อาสวะ ก็ไม่อาจจะมีได้

แต่ว่าประเด็นที่ว่าท่านไม่เน้นเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดแบบเข้าโลงออกโลงก็ถือว่าเป็นจุดบอดนิดหนึ่ง

เพราะจะทำให้คนไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ท่านเน้นในเรื่องโลกุตระ เพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากโลกจริงๆ

ดังนั้นจึงมีคนเชื่อคนถือกันไปต่างๆนานา ถ้าจะสอนกับคนที่ยังมีตัวตนก็สอนเรื่องวัฏสงสารให้หมั่นทำบุญทำทานเพื่อให้ไปเกิดดี อะไรดี แต่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด และมีนรกสวรรค์จริงๆสำหรับคนคนนั้น

ส่วนพระอริยเจ้านั้นจะไม่มีนรกสวรรค์ก็ต้องสอนอีกอย่างแยกกันตรงนี้ จะไม่มีการเกิดอีกต่อไปแล้ว

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี