ขอชี่นชมท่าน ท่านเป็นครูดี ครูเก่ง ครูที่เป็นแบบอย่างให้แก่ครูในยุกต์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดีครับ ผมครูโหลเป็นครู 23 ปี ได้ค้นพบปัญหา และวิธีแก้ปัญหาของเด็กในท้องถิ่นชนบทในภาคอีสาน และได้พบความจริงบางอย่างเกียวกับเทคนิคหรือวิธีการสอนอ่านเขียนภาษาไทย แต่ผมพูดแล้วไม่ค่อยมีใครเชื่อ แต่มีส่วนหนึ่งที่สนใจและได้นำไปใช้ ผมพูดเสมอว่า การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ปัญหาไม่ได้เกิดกับผู้เรียนเสมอไป หากเกิดจากเทคนิคหรือวิธีการสอนของครูมากกว่าครูส่วนใหญ่สอนให้นักเรียนจำคำ ไปอ่านมากกว่าการสอนให้นักเรียนเข้าใจ เด็กส่วนใหญ่ต้องการจะเข้าใจก่อนจึงจะจดและจำ ตัวอย่างครูสอนจำ เช่น บอกว่า ก - า - น ให้อ่านว่า กาน เด็กเก่ง ๒๕ % ของห้องเรียน เท่านั้น จึงจะจำได้และเอาไปเทียบเคียงกับคำที่คล้ายกันจึงสามารถอ่านออกได้ แต่นักเรียนอีก ๗๕ % ยังไม่เข้าใจว่า ทำไม ก- า - น จึงอ่านว่า กาน อ่านอย่างอื่นไม่ได้หรือ ดังนั้นนวัตกรรมครูโหลจึงเป็นนวัตกรรมที่สอนให้นักเรียนเข้าใจก่อนแล้วนำไป สู่ความรู้ความเข้าใจที่ คงทนและยั่งยืนครับท่าน ……
ผลงานของผมได้เผยแพร่แก่ครูที่สนใจนำไปปรับใช้และแก้ปัญหาที่ Google พิมพ์ว่า " ครูโหลสอนอ่านที่หนูรัก " ใน www.nongdonrog อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ท่านได้ช่วยนำจะเป็นพระคุณยิ่งครับ...
ถ้าครูเปลี่ยนวิธีการสอนสักนิดปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จะน้อยลงครับ ถ้าตราบใดที่เด็กไทยยังอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้การปฏิรูปจะกี่รอบก็สำเร็จยากครับ (นวัตกรรมไม่ใช่คาถาหรือยาวิเศษที่คอยจะเสกเป่าให้หายจากโรคได้ ถ้าไม่นำไปใช้จริงกับผู้เรียน) แด่ ศรัตรูตัวร้ายสำหรับการศึกษาของไทยคือ ความอดอยากและความหิวโหย " เมื่อท้องมันอยาก เมื่อปากม้นหิว เพียงแต่ตามองครูแต่ใจคิดอะไรอยู่ เที่ยงน้ีจะมีอะไรกินหนอ เย็นนีัจะมีอะไรกินหนอ คืนนี้จะนอนหนาวอีกไหมหนอ พ่อแม่จะกลับมาไหมหนอ พ่อแม่จะทะเลาะกันอีกไหมหนอ พรุ่งนี้เช้ายายไปขอข้าวที่วัดจะพออิ่มไหมหนอ นวัตกรรมครูจะดีเด่นเพียงใดก็ไม่มีความหมายสำหรับเขา ถ้าปัญหานี้ไม่ได้แก้ไข ใครคือความหวังและที่พึ่งสุดท้ายสำหรับพวกเขา..
ขอบพระคุณครับที่อ่านข้อคิดเห็นจากครูโหล สวัสดีครับ....