ความเห็น


สวัสดีครับคุณครูวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์

รายละเอียดและความรอบคอบในการแก้ไขปัญหานั้น เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากครับ สำคัญมากครับ

ถ้าย้อนรอยกลับมาว่า ห้ามผู้ใหญ่ออกนอกบ้านหลังเวลาสี่ทุ่มละ ทุกท่านจะหาคำตอบอย่างไร

....

นั่นก็เป็นเหตุเป็นผลของเราที่เป็นผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ มีเยอะมากครับ ฉันต้องทำงานเลี้ยงลูก เราต้องไปปฎิบัติหน้าที่ ฉันต้องหาเงินให้ครอบครัว ผมต้องไปประชุม

กระผมอยากนั่งดูแสงจันทร์และเดือนดาว คุณมาห้ามผมทำไมละ กระผมยังหาเงินไม่ได้กำไรเลย คุณจะห้ามทำไมละ ฉันยังรับจ้างอยู่เลย ฉันยังทำงานไม่เสร็จเลย .....

เราผู้เป็นผู้ใหญ่ ก็จะได้ข้อสรุปว่า เป็นไปไม่ได้ คุณจะมาห้ามฉันออกนอกบ้านหลังสี่ทุ่มได้อย่างไร ผู้ใหญ่ใช่ไหม ที่กำลังผลิตรายการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นให้เด็กซึมซับ ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่กำลังโหมกระหน่ำทำธุรกิจบนพื้นฐานของความละโมบ ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่กำลังผลิตเทคโนโลยีให้เด็กสมองเสื่อม ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่เป็นเบ้าหลอมอันเลวร้ายในการสร้างความโหดร้าย เราถ่ายทอดพันธุกรรม โศกนาฐกรรมให้กับคนรุ่นใหม่ทุกลมหายใจ เราคิดถึงตัวเราบ้างหรือไม่

หรือว่าเราจะไปโยนความผิดทั้งปวงให้กับเด็กที่ลอกพฤติกรรมอันเป็นเบ้าหลอมมาจากชายหญิงที่เป็นต้นแบบ หรือว่าเราจะไปโยนให้ว่าเด็กที่โกนหัว เจาะใส่ตุ้มหู หรือว่าเราจะสร้างภาพให้มากขึ้นเรื่อย ๆ สร้างภาพการเป็นผู้นำแฟชั่น สร้างภาพการเป็นบุคคลอินเทรน สร้างภาพการเป็นชายต้นแบบในหัวใจวัยโจ๋ ขับรถด้วยความมาดมั่น สร้างภาพด้วยสายตาที่แกร่งกล้า ไม่ยอมสิโรราบต่อกรกับความโหดร้ายด้วยการล้างแค้นกันอย่างซึ่งหน้า ภาพตรงนี้ ทำไมเราไม่แก้ไขละ

ภาพของผู้ชายถือปืนยื่นมือจ่อยิงในหน้าจอทีวี มีอยู่ในละครทีวีทุกตอนข่าวค่ำ ภาพของผู้หญิงส่งแรงอิจฉาริษยาหึงหวง วางแผนแย่งชิงผู้ชาย ภาพของเด็กนักเรียนในโรงเรียนตบตีแย่งชิง ทะเลาะวิวาทด้วยการแย่งผู้หญิง แย่งผู้ชาย ภาพของความโกรธเกรี้ยว ไม่ยอมใคร ภาพของบุคคลผู้มุ่งมั่น ที่แสดงการฆ่าด้วยหลักการและเหตุผลของแต่ละฝ่าย สำหรับกระผม นั้น สั่นคลอนในดวงใจอย่างยิ่ง

กระผมก็มีลูกครับ ผู้หญิงหนึ่งชายหนึ่ง ฐานสำคัญที่สุดคือตัวกระผม คือผู้เป็นพ่อแม่ ที่จะต้องมีความละเอียดต่อสภาวะทางการครอบงำความคิด แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลย ว่า ผู้เป็นพ่อแม่จะสามารถดูแลเด็ก ดูแลลูกได้ดั่งที่ตนปราถนา พ่อแม่ทุกคนต้องการให้ลูกเป็นคนดี เล่าเรียนเพียรศึกษาเพื่อเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งในภายภาคหน้า โดยพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ความที่ตัวเราถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขความครอบงำดังกล่าว ใช่หรือไม่ว่า เราไม่เคยสอนให้ลูกของเราบอกการบ้านให้กับเพื่อนนักเรียนผู้ไม่รู้ ใช่หรือไม่ เบื้องหลังการบอกหรือสอนการบ้านของเราที่ถ่ายทอดออกไปให้กับผู้ไม่รู้ นั้นคือเราต้องการส่งเสริมอำนาจของความรู้ให้ลูกเราใช่หรือไม่

สิ่งที่เป็นครอบครัว ที่เรียกว่า พ่อ เรียกว่า แม่ นั้น ไม่แน่ใจว่าเราจะยังสามารถใช้คำได้ไพเราะอย่างสุดซึ้งในความหมายที่แท้จริงหรือปล่าว เพราะพ่อก็ยังติดที่จะให้ลูกเก่ง ทำงานทำการดี ๆ แย่งชิงความรู้มาสู่ตัวเองให้มาก ๆ เวลาสอบจะได้คะแนนดี ๆ เวลาโตขึ้นจะได้มีงานมีการทำที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา ส่งลูกให้ไปโรงเรียนเพื่อให้รู้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น จนไม่สามารถที่จะสอนให้ลูกบอกข้อสอบให้กับเพื่อนผู้ไม่รู้ได้

บทบาทของพ่อแม่ในปัจจุบัน ไม่มีความหมายเชิงศิลปแห่งการตื่นรู้อยู่อีกต่อไปแล้ว เราอยากเป็นผู้ทรงอยู่ในอำนาจ เราอยากเป็นคนนั้น คนนี้ เราอยากเป็นผู้ประสพความสำเร็จในชีวิต เราแต่งตัวเพื่อให้ดูดี เป็นที่เคารพ เป็นผู้ที่มีเสน่ เราปราถนาความสบาย เราต้องการการยอมรับในทุกรูปแบบ ให้ใครไม่ได้เลย เราต้องรีบไปหมดเสียทุกเรื่อง รีบซักผ้า รีบหุงข้าว รีบกินข้าว รีบเข้านอน รีบตื่นแต่เช้า เพื่อหาเป้าหมายที่ยังมาไม่ถึง และไม่มีวันที่จะเดินไปปถึง

พ่อแม่ยังคงต้องการร่ำรวย พ่อแม่ยังคงมีความต้องการอยู่ทุกลมหายใจ จนเราลืมไปแล้ว ว่าเรามีลูกอยู่ ลูกที่เราเลี้ยงดูอยู่นี้นั้น ไม่ใช่ลูกของเราในมิติจิตวิญญาณ เป็นลูกของเราแต่เพียงกายภาพภายนอก ทางจิตวิญญาณสำนึกรู้ เราไม่เคยมีลูกเลย ที่เราคงมีอยู่คือตัวเราเองเท่านั้น

..............

ความโหดร้ายนี้ ได้ถ่ายทอดพันธุกรรมไปสู่ลูกของเรา ไปสู่มนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ กระผมขอเพียงแต่ให้เรียนรู้เข้าใจในเรื่องดังกล่าว และขออย่าได้สร้างความผิดให้กับลูกของเราอีกต่อไปเลย ขอให้ใช้จิตแห่งความรักในการมองชีวิตทุกชีวิตนั้นคือตัวเรา ขอให้สอนเขาให้ได้ว่า เวลานี้ไม่ควรทำอะไร เวลานี้ควรอยู่ ณ ที่ตรงไหน

ไม่ว่าเราจะทำอะไร ขออย่าได้สร้างความผิดให้กับลูกของเรา

ยังมีเด็กอีกมากเลยครับ ที่เอ่ยปากว่าเขาเกิดมาทำไม เขาเป็นผลผลิตของใคร เขาไม่ได้รู้เรื่องเลยกับสิ่งที่เป็นอยู่คือตัวตนนี้

เขาคือเด็กครับ เด็กนำไม้ตีเรา ลูกนำมือมาเล่นหัวพ่อ เพราะเขาคือลูก ถ้าเรามองเขาอย่างลูก เราจะแก้ปัญหาได้อย่างลึกซึ่ง ด้วยการไม่ตี ไม่ด่าว่า ไม่ประนาม เพราะทั้งตี ทั้งด่า ทั้งประนาม คือการว่าตัวเราเองครับ

กระผมรู้สึกอึดอัดกับปัญหาอันหนักอึ้งนี้ ลูกกระผมกำลังถูกทำร้ายทางจิตวิญญาณการครอบงำ เราต้องมาชัดเจนให้มากกว่าที่เป็นแค่ว่า เราได้ยอมสิโรราบให้กับโลกวัตถุนิยมเสียแล้ว......

ขอขอบพระคุณมากครับคุณครู เป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นครับ และเชื่อแน่ว่า ที่เขียนมานี้ เราไม่สามารถทำได้เลย บทเสวนานี้ไม่มีผิดไม่มีถูก เป็นบทที่แลกเปลี่ยนทางมิติจิตวิญญาณในความเป็นมนุษย์ และกระผมเชื่อว่า สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูงยิ่ง เมื่อเราเห็นสิ่งมีชีวิตคือความศักดิ์สิทธิ์ เราจะตีลูกของเราหรือ มดตัวหนึ่ง ที่เดินอยู่ในบ้านของเรา ยุงตัวหนึ่ง ที่กำลังกัดกินเรา เราจะเพียงแค่เงื้อมมือไปตบไปตีง่าย ๆ เท่านั้น หรือ ถ้าหากเราเห็นว่าสิ่งมีชีวิตคือความศักดิ์สิทธิ์ .....

กระผมเห็นด้วยครับ หากเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่ไม่เห็นด้วย ที่จะลงโทษเด็กในทุกรูปแบบ เช่นเด็กที่ออกไปนอกบ้านเกินกำหนด ควรติดต่อให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน โดยที่ ห้ามมีการลงโทษทุกรูปแบบ การลงโทษ จะทำให้เงื่อนไขของระบบอำนาจเจริญเติบโตขึ้น แต่ตกต่ำลงทางจิตวิญญาณสำนึกรู้ จะสร้างความผิดให้กับเด็กมากขึ้น คุณคิดว่ามันยากมากนักหรือ แค่คุณโทรศัพท์ไปบอกกับพ่อแม่เขาว่า ให้มารับลูกกลับบ้าน หรือผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เท่านั้นเองครับ

ขออย่าได้ลงโทษเขาเลยครับ คุณไม่สงสารเขาเลยหรือ กระผมสงสารเขาครับ ไม่รู้จะใช้คำอย่างไร นอกจากคำว่า สงสารใจเขามากครับ ........

ด้วยความเคารพครับคุณครู กระผมขออนุญาตถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดให้คุณครูไว้พิจารณา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขในโอกาสต่อไปขอรับ

เนิ่ม ชมภูศรี

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี