ความเห็น 20498

การเรียนการสอนยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เสริมสร้างหรือทำลายการศึกษา

โอ๋-อโณ
IP: xxx.170.234.8
เขียนเมื่อ 

ขอลปรร.กับบทความสักนิดนะคะ เกี่ยวกับความคิดเดิมและความคิดใหม่ เพราะบางข้อ ดิฉันเห็นไม่ค่อยตรงกัน แต่คิดว่าการที่เราวิเคราะห์จุดนี้ให้ดีๆ เราน่าจะได้แนวปฎิบัติที่เหมาะสมกับเด็กของเรามากยิ่งขึ้น

การเรียน การสอนแบบเน้นผู้เรียนนั้น ไม่ควรหยุดนิ่ง จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยเรียนรู้จากการกระทำค่ะ ซึ่งระบบนี้น่าจะสนุกสนาน มีความสุขทั้งแก่ผู้เรียนและผู้สอน

"ความคิดเดิมมุ่งไปที่การดูว่าครูมีวิธีสอนที่ทำให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเน้นการคิดเอง ปฏิบัติเอง แต่ความคิดใหม่ความสำเร็จอยู่ที่ผลลัพธ์ของผู้เรียน"

ประเด็นนี้ดูจะเปรียบเทียบอะไรที่ไม่ตรงกัน จึงลปรร.ยากค่ะ แต่ตัวเองไม่รู้สึกว่าคุณครูสมัยก่อน(โดยมาก)มุ่งวิธีสอนอย่างนี้นะคะ 

"ความคิดเดิมเชื่อว่า ผู้เรียนมีความสามารถต่างกันจึงมีผลการเรียนไม่เท่ากัน แต่ความคิดใหม่ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้เท่ากัน ถ้าครูจัดวิธีการเรียนให้เหมาะกับความสามารถของเขา" 

เห็นด้วยกับความคิดเดิม แต่ความคิดใหม่ ผู้เรียนทุกคนไม่น่าจะเรียนรู้ได้เท่ากันนะคะ น่าจะเป็น เรียนรู้ได้ตามศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งครูต้องรู้จักจัดการเรียนให้โดยดูตรงจุดนั้นๆ

 "ความคิดเดิม ผู้เรียนเรียนรู้จากการอ่าน การฟัง การฝึก และการจดจำ แต่ความคิดใหม่ ผู้เรียนเรียนรู้จากได้รับประสบการณ์จากแหล่งต่าง ๆ จากการค้นคว้า ทดลอง ปฏิบัติ สอบถามผู้รู้ วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน"

ประเด็นนี้ ดูเหมือนจะหมายถึง เดิมแบบเมื่อหลายๆสิบปีก่อน ที่เรานึกถึง สุ จิ ปุ ลิ แต่ถ้าเดิมเมื่อสักสิบยี่สิบปี คือรุ่นที่ดิฉันเป็นนักเรียนนั้น เราเน้นคิด ถามและเขียนน้อยลงจนน่าใจหาย เหลือก็แต่ฟัง และ จำเท่านั้น ถ้าหากเราสามารถทำให้กลับไปเน้นได้ครบทั้งสี่หลักจริงๆ ก็จะตรงกับความคิดใหม่นะคะ

เห็นด้วยกับข้อสรุป และอยากให้ยึดแนวทางนี้อย่างเข้าใจและยืดหยุ่น ผลประโยชน์ก็จะตกกับระบบการเรียนรู้ การคิดของเยาวชนของเราซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติต่อไป เพราะระบบนี้น่าจะทำให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพของคนได้ตรงกว่าการเรียน การสอนแบบเดิม

จากระบบเดิม เราจะได้คนเก่งมาจากการแข่งขันกันเอง คนดีมาจากการบ่มเพาะของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติพื้นฐาน

ส่วนระบบใหม่ เราน่าจะได้คนเก่งและคนดี ที่ให้ความเคารพในความคิดของคนอื่น และภาคภูมิใจในความเป็นตนเอง โดยไม่ต้องคิดแข่งขันกับใคร ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปตลอดชีวิต แทนการกักเก็บสิ่งที่ตัวเองรู้เพราะกลัวคนอื่นเก่งกว่า หรือไม่ยอมแสดงว่าตัวเองไม่รู้ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะเห็นว่าตัวเองไม่เก่ง