ความเห็น 20429

การจัดการความรู้ขององค์กร

ธนพร วงษ์จันทร 483008 มหาวิทยาลัยคริสเตียน
IP: xxx.144.143.6
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

     สัปดาห์นี้ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ  KM  โดยขอเริ่มด้วยคำร้องของเพลงดังต่อไปนี้ค่ะ   

"อันความกรุณาปราณี    จะมีใครบังคับก็หาไม่

 หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ    จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

ข้อความนี้องค์พระธีรราชเจ้า    พระโปรดเกล้าประทานให้ใจถวิล

ใช้คุณค่ากรุณาไว้อาจิณ    ดั่งวารินจากฟ้าสู่สากล

อันพวกเราเหล่านักเรียนพยาบาล  ปณิธานอนุกูลเพิ่มพูนผล

เรียนวิชากรุณาช่วยปวงชน    ผู้เจ็บไข้ได้พ้นทรมาน

แม้โรคร้ายจะแพร่พิษถึงปลิดชีพ     จะยึดหลักดวงประทีปคือสงสาร

ยอมตรากตรำใจสำราญ   อุทิศงานเพื่อคนไข้ทั้งใจกาย"

       บทเพลงข้างต้นมีชื่อว่า  "เพลงมาร์ชพยาบาล"  คำร้องโดยท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลย์สงคราม"   นักศึกษาพยาบาลทุกคนในประเทศไทยต้องร้องได้ด้วยกระบวนการของ  Socialization  ของสถาบันการศึกษาวิชาชีพพยาบาล  และสิ่งที่ประทับใจของดิฉันที่สำคัญในชีวิตก็คือเรื่องของการเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล  ดิฉันเข้าเป็นนักศึกษาพยาบาลเมื่อปี  2521  และสำเร็จการศึกษาเมื่อปี  2524  ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของดิฉันและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง  หลังปฏิบัติงานในโรงพยาบาลนาน  8  ปี  ชีวิตได้เริ่มต้นความเป็นครูภายในรั้วของวิทยาลัยคริสเตียน(ในสมัยนั้นเมื่อปี  2532)  ชีวิตการทำงานต้องรับภาระเพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยและนักศึกษา  ตลอดจนอาจารย์รุ่นน้อง   จึงเป็นที่มาว่าดิฉันจะปฏิบัติตัวอย่างไร  ภายใต้หมวก  3  ใบนั้น ซึ่งแน่นอนคงไม่พ้นประเด็นของการจัดการความรู้ไปได้  แม้แต่เพลงมาร์ชพยาบาลถ้าศึกษาถึงคำร้องให้ละเอียดแล้วก็จัดเป็นการจัดการความรู้อีกประการหนึ่งด้วย  ซึ่งพร้อมที่จะเผยแพร่ให้บุคคลอื่นๆได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่สำคัญของพยาบาล  ลักษณะการปฏิบัติงานของพยาบาล  รวมทั้งการถ่ายทอดวิชาความรู้แก่นักศึกพยาบาลรุ่นแล้วรุ่นเล่าของแต่ละสถาบัน

       การจัดการความรู้(Knowledge  management)  คืออะไร?

    1.คือการสร้างมูลค่าให้กับคน (Value  added)

    2.คือการทำให้คนเป็นคนที่มีโลกทัศน์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

    3.เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากโลกในปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

    4.คือการสร้าง  "เกลียวความรู้ :Knowledge  spiral" ให้เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาองค์การ  โดยอาศัยกระบวนการ  Socialization, Internalisation, Externalisation    และ  Combination

     5.เป็นมุมมองของการจัดการความรู้ในด้านต่างๆ

     5.1.ด้านการจัดการเวลา

     5.1.1.เป็นเวลาสำหรับการประยุกต์และใช้ความรู้  (Knowledge  application , Knowledge  usage)

     5.1.2. เป็นเวลาสำหรับการสร้างและบ่มเพาะความรู้  (Knowledge  creation , Knowledge  cultivation)

     5.1.3.เป็นเวลาสำหรับการกระจายและแบ่งปันความรู้  (Knowledge  distribution, Knowledge  sharing)

     5.2.ด้านการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่สำคัญคือ

     5.2.1.Care & Share

     5.2.2.Give & Grow

     5.2.3.Show & Shine

     5.3.ด้านการบูรณาการระหว่างปัจจัยที่สำคัญคือ

     5.3.1.ระบบและคน

     5.3.2.สมองและใจ

     5.3.3.เหตุผลและความรู้สึก

     5.3.4.หลักวิชาและภูมิปัญญา

     5.4.ด้านการสร้างสมดุลระหว่างปัจจัยที่สำคัญคือ

     5.4.1.Efficiency &Creativity

     5.4.2.Disciplines & Chaos

     5.4.3.ศาสตร์และศิลป์

       ด้วยสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์การต้องมีการสร้างวัฒนธรรมการจัดการความรู้  และ  ดร.ประพนธ์   ผาสุขยืด  ได้กล่าวถึงบันได  5  ขั้นของการสร้างวัฒนธรรมการจัดการความรู้ ไว้ดังนี้

    1.Goal  setting

    ตั้งหลัก  โดยปรับหลักคิด  ระบุหลักชัย  และกำหนดหลักการ

    2.To  intend

    สร้างพันธะสัญญาและวางกลยุทธ์ 

    3.To  start

    ตั้งต้น  โดยเริ่มดำเนินการ  /โครงการทดลอง

    โดยใช้หลักการของ  "3K2P2T"

    3.1.  3K

    1).Tacit  knowledge

    2).Explicit  knowledge

    3).Embedded  knowledge

    3.2.  2P

    1).Person

    2).Process

    3.3.  2T

    1).Tool

     2).Technology

    4.Expansion       ขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆ

    5.Institutionalisation  แทรกซึมไปยังทุกหน่วยงานขององค์การเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้

     แนวทางที่สำคัญของการจัดการความรู้โดย  KM  Model  "ปลาทู"  ประกอบด้วย  3K  คือ

   1.Knowledge  vision

   2.Knowledge  sharing

   3.Knowledge  assets

   สำหรับวิชาชีพพยาบาลองค์ความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดประกอบด้วย  3  องค์ประกอบเช่นกันคือ  3H

   1.Head

   2.Hand

   3.Heart

   หรืออาจกล่าวในประเด็นอื่นว่าองค์ความรู้ของพยาบาลต้องประกอบด้วย  หลักการของ  KAP  นั่นคือ  Knowledge, Attitude  และ  Practice

      ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักการของแนวทางการจัดการความรู้  3K  ของ  KM  Model  "ปลาทู" แล้วสามารถได้รายละเอียดดังนี้

   1.Knowledge  vision

   เปรียบได้กับ  Head  และ   Knowledge   ซึ่งเป็นส่วนหัวและส่วนตา    โดย Chief Knowledge Officers (คุณเอื้อ)ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลสามารถนำพาองค์การให้พัฒนาได้เท่าทันกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 

   2.Knowledge  sharing

   เปรียบได้กับ Hand  และ  Practice  ซึ่งเป็นส่วนกลางลำตัวเป็นส่วนที่เป็นหัวใจ  โดย Knowledge  Facilitators (คุณอำนวย)ต้องให้ความสำคัยกับการแลกเปลี่ยนความรู้  ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn)

   3.Knowledge  assets

   เปรียบได้กับ Heart  และ  Attitude  ซึ่งเป็นส่วนหาง    โดยKnowledge  Assets (คุณกิจ) ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างคลังความรู้  เชื่อมโยงเครือข่ายที่มีพลังดุจดังปลาสะบัดหาง

   ซึ่งในวิชาชีพพยาบาลรวมหมายถึงการมีความรู้ความสามารถในศาสตร์ที่เรียนมาและสามารถประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติการพยาบาลด้วยความชำนาญ  นุ่มนวลและด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์  รวมทั้งมีการเรียนรู้และพัฒนาอย่าต่อเนื่องเพื่อยกระดับตนเอง  และที่สำคัญคือการยกระดับวิชาชีพพยาบาล  โดยใช้วงจรของหลักการจัดการความรู้ทั้ง  1.Sharing  2.Capture  3.Classification  และ  4.Understanding

     สรุปได้ว่าสังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning  society)  และโชคดีที่มนุษย์มีความสามารถพิเศษคือมีพรสวรรค์ด้านการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตาม  และที่สำคัญมนุษย์รักดี  มีความทะเยอทะยาน  มีความพยายามเป็นอย่างยิ่งจึงเกิดการใฝ่หาพรแสวงเพื่อประกอบกันในการสร้างองค์ความรู้หรือการจัดการความรู้ของแต่ละคน  แต่ละองค์การ  มนุษย์จึงมีความรู้เป็นอาวุธประจำตัวโดยการเก็บสะสมความรู้  รู้จักคิด  รู้จักเหตุผล  รู้จักปฏิบัติ  ใช้ความรู้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคมยุคปัจจุบัน  ดังคำกลอนที่ว่า

           "มีความรู้  เหมือนมีทรัพย์  อยู่นับแสน

     หากข้นแค้น  ยากลำบาก  ให้สับสน

    ใช้ความรู้  ที่ได้รับ  ในบัดดล

           รับรองผล  ความสำเร็จ  บังเกิดตาม"