ความเห็น 20230

การจัดการความรู้ขององค์กร

ร.ต.อ.หญิง ศิริพร ลือวิภาสกุล
IP: xxx.19.85.66
เขียนเมื่อ 

เรียน ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข ที่เคารพ

              การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กร (Organization Development) เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งหลักสำคัญของการจัดการความรู้ของ รร.นรต. มีลักษณะคล้ายกับการระดมสมอง (Brain Storming) คือการให้ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ หลาย ๆ คน มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมารวบรวมจัดกลุ่มให้เป็นระเบียบ แล้วจึงนำความรู้เหล่านั้นไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร
                สำหรับประสบการณ์ความสำเร็จของดิฉัน ที่ได้นำการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มาใช้ในการทำงาน คือ เมื่อครั้งที่ได้ไปสอนพิเศษให้กับหลักสูตรของ ป.ป.ช. ในเรื่องการยิงปืน ดิฉันได้นำความรู้จากการผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เช่น หลักสูตรครูฝึกยุทธวิธีตำรวจในเมือง, หลักสูตรครูฝึกยิงปืนในระบบต่อสู้แบบตำรวจ ฯลฯ รวมทั้งความรู้ที่ได้จากการบอกเล่าของอาจารย์ในกลุ่มวิชาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม มาประกอบกันในการใช้สอนให้กับ ป.ป.ช. ซึ่งก่อนการสอนในแต่ละครั้ง จะมีการแบ่งปันความรู้ (Sharing) ในกลุ่มอาจารย์ แล้วจึงนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ให้เป็นความรู้ใหม่ของตนเอง (Capture) ก่อนนำไปใช้ในการสอน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งความรู้ที่นำไปสอนนั้น    ส่วนหนึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์และความสามารถส่วนตัว (Tacit Knowledge) อีกส่วนหนึ่งเป็นความรู้ที่ฝังแน่นอยู่ในองค์กร (Embeded Knowledge) คือ ความรู้ในเรื่องเนื้อหาของการฝึกยิงปืน ซึ่งในการยิงปืนระบบต่าง ๆ จะมีรายละเอียดกำหนดไว้ในหลักสูตรการฝึก เช่น การยิงปืนระบบ P.P.C. จะมีท่ายิง 10 ท่า แต่ละท่าจะใช้กระสุนยิงครั้งละ 6 นัด รวม 60 นัด, การยิงปืนระบบ N.R.A. จะมีท่ายิง 4 ท่า คือ ท่ายิงช้า, ท่ายิงเร่ง, ท่ายิงเร็ว และท่ายิงเป้าหุ่นคน แต่ละท่าจะใช้กระสุนท่าละ 10 นัด  รวม 40 นัด  โดยใช้ปืนพกลูกโม่ (Revolver Pistol) ขนาด .38 หรือ .357 ความยาว    ลำกล้องไม่เกิน 4 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดในเรื่องอื่น ๆ เช่น กฎแห่งความปลอดภัยของการใช้อาวุธปืนพก (Safety Ruler Shooting) ได้แก่
1.       เมื่อจับปืนทุกครั้ง ให้พึงระลึกเสมอว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุนปืนบรรจุอยู่
2.       ตรวจปืนทุกครั้งที่จับ ว่ามีกระสุนปืนบรรจุอยู่ หรือมีวัตถุอื่นใดติดค้างอยู่ในลำกล้องปืนหรือไม่
3.       อย่าเล็งปืนไปที่บุคคล สิ่งมีชีวิต หรือสิ่งของมีค่า ถ้าผู้ยิงไม่ต้องการยิง
4.       อย่ายิงปืนไปทางวัตถุอื่นใดที่อาจทำให้หัวกระสุนปืนสะท้อนกลับหรือแฉลบได้ เช่น วัสดุที่มีผิวแบนแข็ง หรือผิวน้ำ
5.       อย่าพูดคุยหรือหยอกล้อเล่นกับผู้อื่นในขณะยิงปืน
6.       อย่าทิ้งปืนที่บรรจุกระสุนปืนไว้ในที่ซึ่งบุคคลอื่น โดยเฉพาะเด็กอาจหยิบฉวยเอาไปเล่นได้ง่าย
7.       อย่าหันปากกระบอกปืนไปทางด้านข้างหรือด้านหลัง ขณะจับปืนอยู่ในแนวยิง
8.       เมื่ออยู่ในห้องฝึกหรือสนามยิงปืน ต้องเชื่อฟัง และปฏิบัติตามผู้ควบคุมการฝึกอย่างเคร่งครัด
9.       ถ้าไม่เก็บปืนไว้ในซอง ต้องจับถือปืนในลักษณะเปิดลูกโม่ หรือให้โครงเลื่อนปืนอยู่ในลักษณะค้างโครงเลื่อนปืนไว้ การส่งปืนให้กับผู้อื่นก็ต้องส่งปืนในลักษณะดังกล่าวนี้เช่นกัน
          เนื่องจากความรู้ที่ฝังอยู่ในองค์กร (Embeded Knowledge) เป็นความรู้ที่มีประโยชน์ต่อ
องค์กรและมีประโยชน์ต่อผู้ที่นำความรู้ไปใช้ จึงควรนำความรู้เหล่านี้ออกมาใช้ให้คุ้มค่า โดยการเขียนอธิบาย (Explicit) เพื่อเผยแพร่สู่องค์กรและกระจายความรู้สู่กลุ่มเป้าหมาย (Classification) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป