ความเห็น 1985099

นิพพาน คือ ความจริงสูงสุด

สโนว์แมน
IP: xxx.9.220.134
เขียนเมื่อ 

      เมื่อยังเป็นเด็กฉันถามตนเองอยู่เสมอว่า ทำไมหนอ??..คนเราต้องเกิดมา ทำไมทุกคนจึงต้องตาย แล้วทำไมคนเราจึงมีความแตกต่างกันทั้งที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำไมต้องเป็นนี้ ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องดิ้นรนแสวงหาเพื่อความอยู่รอด บางครั้งฉันต้องนั่งมองท้องฟ้าและผืนแผ่นดิน แล้วจินตนาการว่า ทำไมฉันไม่เกิดมาเป็นก้อนเมฆ เป็นก้อนหิน เป็นก้อนดิน จะได้ไร้ซึ่งความรู้สึกทั้งหลาย ฉันก็ได้แต่ตั้งคำถามและนึกอิจฉาวัตถุเหล่านั้นไปตามประสาเด็ก แต่ฉันก็หาคำตอบจากคำถามเหล่านั้นไม่ได้เลยสักครั้ง..
       จนกระทั่งเติบโตขึ้นฉันได้เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งจากการที่ได้อ่านได้ฟังธรรมะจากหลายๆสื่อ ฉันจึงได้คำตอบเหล่านั้น และหันเหชีวิตเข้ามาปฏิบัติธรรมโดยใช้ชีวิตประจำวันมาเป็นบทเรียน เป็นบททดสอบทั้งกายและใจของตนเองมาตลอด โดยมิได้แสวงหาสำนักใดๆเพื่อไปฝึกปฏิบัติ คงเป็นเพราะฉันไม่มีเวลาที่จะไปแสวงหาและใช้เวลาหลายๆวันไปกับการไปนั่งฝึกปฏิบัติค่ะ เพราะภาระและหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบมีตั้งมากมาย..แต่ฉันก็อาศัยตรงนี้แหละค่ะตรงภาระและหน้าที่ที่รับผิดชอบ และสภาวะที่แวดล้อมรอบๆ กายเรานี่แหละค่ะมาเป็นบทเรียนในการฝึกธรรม ให้รู้ธรรม เห็นธรรม และพิจารณาจนเห็นธรรมตามความเป็นจริงค่ะ.. 
      จุดเริ่มต้นของศึกษาธรรมะของฉันก็คือ เริ่มมองตนเองอย่างจริงจังโดยวิธีตามรู้กาย รู้จิต รู้ความคิด รู้การกระทำ และรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงเป็นไปอย่างธรรมชาติ ซึ่งวิธีนี้มิได้ฝึกทำได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากค่ะ เพราะการฝึกวิธีโดยธรรมชาติคือเราตามรู้ ตามดู ตามเห็น แล้วพิจารณาตามความเป็นจริง รู้แล้วก็ปล่อย รู้แล้ววาง ไม่เข้าไปยึดติด ไม่เก็บเอามาปรุงแต่งให้กายและใจต้องเดือดร้อน เพราะทั้งธรรมะและกิเลสปรากฏอยู่ที่ตัวเรานี้เอง ความทุกข์หรือความสุขก็มีอยู่ที่ตัวเรานี้ การปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์ก็มีอยู่ที่นี้ ความมืดก็มีอยู่ที่นี้ความสว่างก็มีอยู่ที่นี้ อวิชชา(ความไม่รู้)ก็มีอยู่ที่นี้ วิชชา(ความรู้)ก็มีอยู่ที่นี้แล้ว เพียงแต่เลือกสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์สลัดสิ่งที่เป็นโทษออกไป โดยใช้สัมมาทิฏฐิ คือ มองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงก็จะพบธรรมะและผลแห่งการปฏิบัติธรรมะอย่างสมบูรณ์ค่ะ
 ดังนั้น จงฝึกจิตให้สงบด้วยสมาธิ  เพื่อจะเรียกปัญญาคือความฉลาดของจิตให้เกิดขึ้นมา  เพื่อจะเอาไปใช้แก้ปัญหา ด้วยการทำจิตให้ปล่อยวางอยู่เสมอ และในที่สุดความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง..
         จงอย่าท้อแท้ใจในการปฏิบัติธรรมนะท่านทั้งหลาย..อย่าคิดว่าหากเรามิใช่นักบวชมิใช่นักพรตแล้วจะเข้าถึงนิพพานไม่ได้ ควรคิดว่า การเชื่อมั่นศรัทธาในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทำให้ทุกคนมีโอกาสสำเร็จธรรมเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน เพราะนิพพาน คือ ความสงบจากกิเลสทั้งหลาย และการไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 นั่นเอง..