ความเห็น 183606

มหันตภัยยักษ์ใหญ่พ่อค้าปลีก The Wal-Mart Effect

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณคนเมืองนราและคุณ wwibul

ชอบคุณมากนะครับที่ได้กลับมาร่วมเสนอความคิด ที่จะมาต่อยอดกันไปเรื่อยๆ

เรื่องสหกรณ์นั้น ด้วยความเคารพครับ ผมไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากเพียงพอที่จะออกความเห็นได้นะครับ

แต่ก่อนที่เราจะลงลึกไปในรายละเอียด สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือแล้วร้านโชว์ห่วยต้องการกำไรขนาดไหนครับ (ผมมองว่าร้านค้ายังไงก็ต้องการกำไรเป็นหลัก) แล้วสหกรณ์สามารถให้ผลกำไรอย่างที่ต้องการได้หรือเปล่า เพื่อจะทำให้เจ้าของร้านอยากมารวมในสหกรณ์ แล้วสถานภาพของร้านโชว์ห่วยแต่ละร้านในสหกรณ์จะเป็นอย่างไรและมีสภานะแบบไหนในสหกรณ์

คำถามผมคงตอบให้ไม่ได้ เพราะผมไม่ค่อยรู้เรื่องสหกรณ์มากนัก ตอบไปก็คงเป็นการแสดงความไม่รู้ออกมามากกว่าครับ   

อีกเรื่องหนึ่งก็คือพฤติกรรมผู้บริโภค ผมคิดว่าระหว่างการที่คุณจะซื้อสินค้าลดราคาทันทีจากร้านค้าสะดวกซื้อ กับสินค้าที่ไม่ได้ลดราคาทันทีจากสหกรณ์ แต่ไปรอเงินป้นผลปลายปี หรือทุก 6 เดือน พฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเป็นอย่างไร ชอบแบบไหนมากกว่ากัน

นอกจากคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกี่ยวกับด้านราคาแล้ว ในเรื่องของความคาดหวังของผู้บริโภคกับร้านค้าก็เป็นสิ่งสำคัญครับ ถ้าร้านขายของชำส่วนใหญ่ดูแล้วมืด อึมครึม ไม่โปร่งตา สิ่งที่ทุกคนมองก็คือ สินค้านั้นเก่าเก็บ อาจจะหมดอายุ ก็ได้

แล้วระหว่างร้านสะดวกซื้อที่สว่าง ดูสะอาดมากกว่า มันก็เป็นไปได้ว่าคุณคิดว่าสินค้านั้นใหม่ ไม่เก่าเก็บ

คำตอบนั้นมันไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการจัดการด้วยครับ ราคาอาจจะทำให้เราสู้ได้ แต่ถ้าการจัดการไม่ได้เรื่อง ก็อาจจะไม่ก่อเกิดประโยชน์อะไร

ผมมองเรื่องการรวมตัวกันแบบบริษัทมหาชน อาจจะเป็นไปได้ที่รัฐต้องเป็นหัวหอก (เพราะไม่มีใครใหญ่พอ หรือถ้าจะให้ซีพี หรือโลตัส หรือแม็คโคร มาทำ มันก็จะเป็นเหมือนเดิม คือเจ้าของร้านแปรสภาพเป็นไปเป็นแค่ลูกจ้าง) เพราะที่เราต้องการก็คือทุน ที่จะมาพัฒนาระบบ เสริมสร้างการจัดการ และภาพลักษณ์

ร้านโชว์ห่วยในระบบ อาจจะไม่ต้องหรูหรา ติดแอร์ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีสภาพน่าดู ไม่รกหูรกตา ไม่มืด ไม่ดูอึมครึม ดูสว่างสะอาดตา