ความเห็น


ในเมื่อพี่เขียนเป็นตอนๆ ก็ต้องตอบเป็นตอนๆเหมียนกัน!!

แต่โชคยังดี เพราะ จิตตปํญญาเวชศึกษา นั้น ไม่ใช่วิชาเรียนซะทีเดียว อาจจะเป็นวิชาเรียนสำหรับนักการศึกษา แต่สำหรับบัณฑิต หรือสำหรับครูแล้ว จิตตปัญญาศึกษา เป็นเครื่องมือ

แปลว่า

  1. ครูช่วยได้
  2. ครูเป็นคน "เอื้ออำนวย" บรรยากาศจิตตปัญญาศึกษา
  3. ไม่ต้องเพิ่มในหลักสูตรนักเรียน แต่เป็น การจัดการเรียนการสอน
  4. อยู่ที่ไหนก็ได้ แม้แต่ข้างๆไส้ติ่ง หลังถุงน้ำดี หรือในมดลูก ก็มีจิตตปัญญาศึกษา ล้วงลงไปก็เจอ!!
  5. จิตตปัญญาไม่ใช่ของแถม แต่เป็นช้อนซ่อมที่มากับอาหาร เป็นกระดุมเป็นซิบที่มากับเสื้อผ้า เป็นเข็มยาวเข็มสั้นที่มากับนาฬิกา เป็นเชือกผูกรองเท้าที่มากับรองเท้า เป็นกุญแจที่มากับรถ so on and so on
  6. เด็กเดินเลยห้องไปก็ไม่เป็นไร เพราะมีอยู่ทุกห้อง!!
  7. ครูต่างหากที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม เพราะนี้เป็น ศึกษาศาสตร์ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนรู้

แน่นอนที่สุด นักศึกษาคนไหนที่สนใจใฝ่รู้ และเข้าใจในวิชาว่าด้วยการรับรู้ เรียนรู้ ก็สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ แต่เขาจะไม่ทันสังเกตว่า ชั่วโมงบรรยายเมื่อตะกี้นี้มันมีเพลงเบาๆเปิดอยู่ใน background มันมีเวลาพอที่จะ "ห้อยแขวน" และ "ไม่เร่งด่วนตัดสิน" ในเนื้อหาที่เข้ามา เขามี "อิสระ" ที่จะพิจารณาเรื่องราวอันมี "บริบทจริง สัมพันธ์กับประสบการณ์เก่า" และตอนจบได้มีการ "แลกเปลี่ยนสะท้อนกับเพื่อน กับครู กับพี่" และได้สังเกต "การเติบโตของตนเอง"

โดยไม่ทราบ หรือเรียกไม่ถูกว่าว่า "นั่นคือจิตตปัญญาเวชศึกษา" แม้แต่น้อยก็ไม่เป็นไร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี