ความเห็น 175233

ปลูกยางในทุ่งนา เสียทั้งเวลาและนาข้าว

สวัสดีครับ คุณแฮนดี้ ที่เคารพ

      ขอบคุณมากครับ ที่ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บางทีเราเปลี่ยนแปลงอะไรโดยไม่ได้คิดถึงผลกระทบครับ แต่ว่าทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเปลี่ยนแปลงครับ สำหรับคนเราอยู่ที่ว่าเราจะคิดและเปลี่ยนแปลงไปในทางใด ที่เห็นได้ชัดในสังคมชนบทที่มีระบบทุนลงไป แน่ๆคือชาวบ้านอาจจะวัดกันที่สองล้อสี่ล้อมีบ้านหรูๆ จากบ้านที่เคยไม่มีรั้วกั้นก็จะมีรั้วแบบต้นไม้กั้น จากนั้นก็จะกั้นด้วยเสาร์ลวดหนามหรือกำแพงคอนกรีต เพราะเรามีกำแพงสร้างกำแพงกันระหว่างคนระหว่างใจคน

      ยังจำคำพูดของ ดาบตำรวจวิชัย ที่ปลูกต้นไม้เป็นล้านต้นท่านบอกว่า โครงการแผ่นดินธรรมบอกว่ามีเพือนบ้านที่ดีไม่ต้องสร้างรั้วบ้าน ปัจจุบันไม่รู้เรามีเพื่อนบ้านดีหรือไม่รู้ แต่เราสร้างรั้วบ้านกันแล้วแต่ว่าจะมากหรือน้อย เราป้องกันใครกันไม่รู้

     และคำพูดของลุงสงัดที่ปลูกป่าอีกคน ท่านบอกว่า เมื่อก่อนป่าเยอะแถบนั้นแล้วถัดมาคนทำลายกันจนหมด จนในที่สุดท่านก็รื้อใหม่ จนกลายเป็นป่า จากนกหรือตะกวดที่ไม่เคยเห็นก็จะเห็น กระรอกก็มีมาวิ่งให้เห็น แสดงว่ามีป่ายิ่งมีชีวิต มีป่าที่ไหนชีวิตก็จะมาอาศัยในป่าเองครับ เหมือนกับมีทรัพยากรที่ดีที่ไหนก็มีคนอยู่ที่นั่นเลยครับ

    อีกอย่างที่น่าเป็นห่วงมากคือการศึกษาครับ เพราะหากวันใดเรานิยามว่าการศึกษาคือการลงทุน คราวนี้หล่ะคับ อาจจะไม่มีการศึกษาเพื่อสร้างคนแน่ เพราะคนไม่มีทุนไม่มีโอกาสเรียน แล้วเรียนแล้วก็ต้องหาเงินกลับเข้ากระเป๋าตัวเองเพราะได้เรียนไปด้วยการลงทุน คนที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมก็จะน้อยลง

ไม่แน่ใจว่าท่าน คิดกันอย่างไรบ้างครับ แต่พอมองในเรื่องการอยู่แบบพอเพียงที่มีหลายหมู่บ้านเริ่มทำ ก็รู้สึกดีใจที่ยังมีส่วนหนึ่งช่วยกันคิดช่วยกันทำในอีกทางที่เป็นแบบยั่งยืนจริงๆ

มีอะไรเสนอไว้นะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

สมพร