ความเห็น 1729073

นกแอ่นกินรัง บันทึกหน้าที่ 14

ครูเล็ก
IP: xxx.147.74.6
เขียนเมื่อ 

Brood parasitism เป็นภาวะปรสิตอย่างหนึ่งของสัตว์กับสัตว์ด้วยกัน ตัวที่เป็นกาฝากไม่ได้กินเลือกเนื้อเจ้าบ้าน แค่ฝากให้นกตัวอื่น หรือพันธุ์อื่นเลี้ยงลูกของมันเท่านั้นเอง(อย่างชาญฉลาด) แต่ อะ ตัวที่เป็นเจ้าบ้านเสียหายมาก เสียหายในระดับประชากรและเผ่าพันธุ์เลยที่เดียว.........ต่อไปนี้คือข้อมูลทึครูเล็กเขียนหนังสือไว้เตรียมสอนอะ

ภาวะปรสิต คือ การที่สิ่งมีชีวิตอย่างน้อยสองชนิดมีความสัมพันธ์กัน ผลของ

ความสัมพันธ์นั้น ปรสิตเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์และ อีกฝ่ายหนึ่งคือโฮสต์ เป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ภาวะปรสิตมีดังนี้

ก.) ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ เหา ฯลฯ ปรสิตภายใน ได้แก่พยาธิ และโปรโตซัว ฯลฯ

ข.) กาฝากในรัง หรือ brood parasitism หรือ social parasite หรือ nest parasite

ค.) ตัวเบียน หรือ parasitoids เป็นปรสิตในระยะสืบพันธุ์ เช่น แตนเบียน

ง.) นักปล้นสะดม หรือ kleptoparasitism เช่นนกสกัวที่ขโมยอาหารของนกทะเลอื่นๆ

กาฝากในรัง หรือ ปรสิตสังคม ( nest parasite หรือ brood parasite หรือ social

parasite) พบในพวกนก นกปรสิตจะได้ประโยชน์ นกเจ้าของรัง หรือพ่อแม่อุปถัมภ์ (foster parent) จะเสียประโยชน์ ใครเป็นปรสิตแบบนี้บ้าง? ไม่ทุกเผ่าพันธุ์หรอกนะ

โดยทั่วไป นกส่วนใหญ่ จะสร้างรังและเลี้ยงลูกของมันเอง แต่มีนกบางพันธุ์ที่ไม่ทำเช่นนั้น มันวางไข่ในรังของนกพันธุ์อื่นและปล่อยให้เจ้าของรังเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกของมัน เจ้าของรังอาจเป็นนกพันธุ์เดียวกันหรือพันธุ์อื่น นกที่มีพฤติกรรมกาฝากสังคมแบบนี้เรียกว่า นกกาฝากในรัง (Brood parasites)

นกเจ้าเรือนได้รับผลกระทบถึงอนาคตของเผ่าพันธุ์ เพราะว่ามันจะเลี้ยงลูกนกพันธุ์อื่นจนโต ไม่มีไข่ของมันเองเลย ไม่มีโอกาสได้สืบทอดพันธุกรรมของมันเอง ซึ่งมีผลเสียต่อขนาดประชากรโดยรวมของมันเองอย่างมาก แม้ว่านกเจ้าเรือนบางพันธุ์จะมีโอกาสเลี้ยงลูกของมันควบคู่ไปกับลูกของนกกาฝากก็ตาม แต่ก็จัดว่าความสำเร็จในการสืบพันธุ์ของมันลดลงไปมาก

brood parasites มีสองกลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งคือพวกที่วางไข่ในรังของนกพันธุ์เดียวกัน (con specifics) เรียกว่า non-obligate parasites นกพวกนี้ได้แก่ Barn Swallows, American Weavers

กลุ่มที่สองคือ พวกที่วางไข่ในรังของนกพันธุ์อื่นเรียกว่า Obligate brood parasites พวกนี้ได้แก่ Brown-headed Cowbirds และ European Cuckoos (กลุ่มนกคัคคู, cuckoo แฟมิลี Cuculidae ดังรูปที่ 4.2-6 ก.) รวมถึง African Honeyguides ทั้งหมด กับครึ่งหนึ่งของนกกลุ่ม Cuckoos, Black-headed Duck ในอเมริกาใต้ Shiny Cowbirds, Screaming Cowbirds, Bronze Cowbirds และ Giant Cowbirds

มีรายงานว่าในธรรมชาติมีนกพวก obligate brood parasite มีประมาณ 1 % ของนกปรสิตทั้งหมด

Neotropical migrants ซึ่งได้แก่ warblers, tanagers, vireos และ thrushes ได้รับความเสียหายจากพวกนกกาฝากเช่นเดียวกัน นกกลุ่มนี้จะอพยพในฤดูหนาว จากเขตอเมริกาเหนือซึ่งเป็นพื้นที่สืบพันธุ์ของมัน ไปยังเขตอเมริกากลางซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยหากินของมัน ประชากรของนก Neotropical migrants ลดลงอย่างมากเนื่องจากถูกอิงอาศัยโดยนกกลุ่ม cowbirds

นกกาฝากในรัง ทำลายความสำเร็จในการสร้างรัง (breeding success) ของนกเจ้าเรือน เพราะว่ามันมักจะกินไข่หรือเอาไข่ของเจ้าบ้านทิ้งไปขณะแอบวางไข่ในรัง เมื่อลูกนกปรสิตออกมาแล้ว ก็ยังเขี่ยไข่ใบอื่นๆทิ้งไปหมด (ถ้าโชคดี ถ้าไข่ของนกเจ้าบ้านฟักออกมาได้ ลูกนกปรสิตจะแก่งแย่งกับลูกนกเจ้าบ้านอย่างมาก มันแก่งแย่งเก่งกว่ามาก) ซึ่งโดยปกติแล้วลูกนกกาฝากพวก cowbirds มักจะตัวโตกว่าและก้าวร้าวกว่า ทำให้สามารถแก่งแย่งอาหาร รับอาหารจากพ่อแม่อุปถัมภ์ของมันได้มากกว่า ทำให้ลูกนกของเจ้าบ้านไม่รอดชีวิต

มีรายงานว่า Brood parasitism เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เคยพบสูงถึง 70% (ที่พบลูกนก cowbirds ในรัง) และมีรายงานว่า การทำลายพื้นที่ป่านั้น มีส่วนทำให้ภาวะนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนกกลุ่ม cowbirds มักวางไข่ที่รังซึ่งอยู่บริเวณด้านในของป่า ถ้าป่าถูกทำลาย รังนกที่อยู่ด้านในก็เปิดเผยตัว การทำลายป่าจึงเป็นการลดความต่อเนื่องของป่า เป็นการลดระยะทางที่ตัวเมียของ cowbirds จะต้องเดินทางเพื่อหารังของนกเจ้าบ้าน ทำให้นกแอบวางไข่ได้ง่ายขึ้น

นกcowbird เป็นนกที่มีชื่อสกุลว่า Molothus แปลว่าเป็นผู้บุกรุก หมายถึงมันแอบรุกล้ำในชีวิตของคนอื่น มันเป็นนกที่หากินกับฝูงวัว มันกินแมลงที่แตกกระจายเพราะฝูงวัว ที่ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ มันจึงไม่มีเวลาสร้างรัง แต่จะแอบวางไข่ในรังของนกอื่น แล้วจากไปพร้อมฝูงวัวป่า นก cowbird จึงเป็นปัญหามากกับนกพันธุ์อื่น มันปรับตัวได้ดี เมื่อชาวอเมริกันบุกเบิกพื้นที่และตัดป่า มันก็ตามวัวที่คนเลี้ยงและแทรกไปในป่าละเมาะ เป็นปรสิตในรังต่อนกพันธุ์ใหม่ ปัจจุบันมันเป็นปรสิตในนกท้องถิ่นอย่างน้อย 15 ชนิดในอเมริกาเหนือ บางชนิดเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วย มันเป็นนกที่วางไข่ได้มาก ฤดูกาลหนึ่งอาจวางไข่ได้ถึง 30 ฟองในรังนกอื่นๆ ถึง 30 รัง นับว่านกcowbird เป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์นกอื่นมาก

ลูกนกปรสิต กับ พ่อแม่อุปถัมภ์ จึงมี DNA ต่างกันอย่างลิบลับ (เวอร์ไปมั้ง) เรียกว่าถ้าทั้งคู่ต่างพันธุ์กัน ทั้งคู่ก็มียีนไม่เหมือนกันเลย ถ้าเป็นพันธุ์เดียวกัน ลูกที่เลี้ยงมาก็ไม่มียีนของพ่อแม่คู่นั้น พ่อแม่อุปถัมภ์เลี้ยงลูกของตัวอื่น อย่างนี้เรียกว่าพ่อแม่อุปถัมภ์ดวงไม่ดี ถูกกาฝาก แตกต่างจากพ่อหรือแม่ของเหล่า monogamous ที่ชอบที่ไปมีกิ๊กที่อื่นนะจ๊ะ พวกนั้นจะเรียกว่าเป็น extra pairing ซึ่งกลับมาบ้านแล้วก็ทำหน้าที่พ่อแม่(สองตัวเท่านั้น=จึงเรียกว่า monogamous) หน้าตาเฉย