ความเห็น 1687612

ฝึกอ่านงานวิจัยสรุปให้ได้ในสาระสำคัญ

น้ำตาล
เขียนเมื่อ 

การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทย

เรื่อง คำยืมในภาษาไทย

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย กันต์กนิษฐ์ นุ้ยสีรุ่ง 2550

  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่องคำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

2. เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนภาษาไทย เรื่องคำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

  สมมติฐานของการวิจัย

1.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

2.ผู้เรียนมีความพึงพอใจบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นระดับมากขึ้นไป

  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  l1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนควนเนียงวิทยา อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 200 คน

2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนควนเนียงวิทยา อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 40 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling) โดยวิธีการใช้ตารางเลขสุ่ม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

2.1 กำหนดตัวเลขเรียงลำดับให้กับประชากรทั้งหมดแล้วสุ่มกลุ่มตัวอย่างมา40 คน จากประชากรจำนวน 200 คน

  2.2 เปิดตารางเลขสุ่มโดยกำหนดจุดเริ่มต้น และเลือกตามแนว    คอลัมน์ตามตารางเลขสุ่มจากหนังสือเทคนิคการวิจัยทางการศึกษา    ของล้วน สายยศ และอังคณา  สายยศ

 2.3 นับตารางเลขสุ่มทีละ 2 ตัว จนครบกลุ่มตัวอย่างคือ 40 คน

  เครื่องมือและวิธีการสร้างเครื่องมือ

  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทย เรื่อง คำยืมในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นโดยใช้โปรแกรม Macromedia Flash MX 2004 ลักษณะของบทเรียนมี 3 ส่วน คือ คู่มือประกอบบทเรียน บทเรียนและแบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียน

2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง คำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 30 ข้อ เป็นข้อสอบอิงเกณฑ์แบบปรนัย 4 ตัวเลือก ลักษณะของแบบทดสอบจะมีการให้ผลย้อนกลับทันที กล่าวคือผู้เรียนสามารถทราบผลคะแนนจากการทำแบบทดสอบได้ทันทีหลังจากการทำแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อย

  3. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ

  วิธีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีขั้นตอนในการสร้างและหาคุณภาพดังนี้

1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 กระทรวงศึกษาธิการ

1.2 ศึกษาเนื้อเรื่อง คำยืมในภาษาไทยจากหนังสือเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวกับคำยืมเพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดเนื้อหา พร้อมทั้งรายละเอียดของเนื้อหาที่จะนำมาสร้างเป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

1.3 จัดแบ่งเนื้อหาเรื่อง คำยืมในภาษาไทยออกเป็น 6 หน่วยการเรียนรู้ ดังนี้

  วิธีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

หน่วยที่ 1 คำยืมในภาษาไทย

หน่วยที่ 2 หลักการสังเกตคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต

หน่วยที่ 3 หลักการสังเกตคำที่มาจากภาษาเขมร

หน่วยที่ 4 หลักการสังเกตคำที่มาจากภาษาจีน

หน่วยที่ 5 หลักการสังเกตคำที่มาจากภาษาอังกฤษ

หน่วยที่ 6 หลักการสังเกตคำที่มาจากภาษาญี่ปุ่น

  1.4 ศึกษาการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจากหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

 1.5 สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้โปรแกรม โดยมีเนื้อหาสาระตามหน่วยการเรียนรู้ที่แบ่งไว้ในข้อ 1.3

1.6 นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ เมื่อพิจารณาตรวจสอบและดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ แล้วนำเสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากการประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ในระดับดี(4.14/5.00)

 
การหาคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ดำเนินการดังนี้
  1. นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 โรงเรียนควนเนียงวิทยา อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 9 คน โดยแบ่งนักเรียนที่เรียนดี 3 คน ปานกลาง 3 คน อ่อน 3 คน เพื่อดูความเหมาะสมของเนื้อหา ระยะเวลา และความบกพร่องของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนขณะที่ใช้กับนักเรียน เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขและทดลองใช้ครั้งต่อไป

2. นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่แก้ไขปรับปรุงแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนควนเนียงวิทยา อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จำนวน 9 คน โดยแบ่งนักเรียนที่เรียนดี 3 คน ปานกลาง 3 คน อ่อน 3 คน แล้วปรับปรุงแก้ไขหลังทดลอง

  การสร้างแบบทดสอบ

  1. ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบที่ดีและวิธีการหาความเชื่อมั่น ความเที่ยงตรงของข้อสอบจากหนังสือการวิจัยเบื้องต้น

2. หาประสิทธิภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดังนี้

2.1 สร้างแบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 60 ข้อ 2.2 นำแบบทดสอบเสนอคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พิจารณาความถูกต้องตามหลักวิชาและความเหมาะสมเพื่อการปรับปรุงแก้ไข

2.3 นำแบบทดสอบที่ได้ตรวจสอบเสนอผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและด้านการวัดผล จำนวน 3 คน

6. นำผลการตรวจสอบมาวิเคราะห์ข้อสอบเป็นรายข้อเพื่อหาค่าความยากง่าย(P)และค่าอำนาจจำแนก(B)

7. คัดเลือกข้อสอบที่มีความยากง่าย(P) ระหว่าง 20-80 และค่าอำนาจจำแนก(B) ตั้งแต่ .02 ขึ้นไป ทั้งหมด 30 ข้อ และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบตามวิธีของโลเวทท์(Lovelt)

8. จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรูปแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้นักเรียนทดสอบ หลังจากเรียนจบบทเรียนแล้ว

  แบบทดสอบความพึงพอใจของผู้เรียน

  แบบสอบถามที่เลือกใช้แบบปลายปิดและเป็นแบบสอบถามแบบใช้มาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) จำนวน 10 ข้อ โดยมีระดับการให้คะแนนสำหรับข้อความทางบวกดังนี้

มากที่สุด 5 คะแนน

มาก 4 คะแนน

ปานกลาง 3 คะแนน

น้อย 2 คะแนน

น้อยที่สุด 1 คะแนน

  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. สถิติพื้นฐาน

1.1 หาค่าร้อยละ

1.2 หาค่าเฉลี่ย

2. การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

2.1 หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้วิธีของโรวิเนลลี(Rovinelli)และแฮมเบิลตัน(R.K.Hambleton)

 2.2 การวิเคราะห์หาความยากง่ายและอำนาจจำแนกของข้อสอบ วิเคราะห์ความยากง่าย

  2.3 การหาค่าความเชื่อมั่นของแบทดสอบทั้งฉบับตามวิธีของโลเวทท์

3. การหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 โดยใช้สูตรของชัยยงค์   พรหมวงศ์

  ผลการศึกษาค้นคว้า

  1. การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จัดเนื้อหาไว้เป็น 6 หน่วยการเรียน ตอนสุดท้ายเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

- คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกหัด นักเรียน 40 คน ทำแบบฝึกหัดแต่ละหน่วยรวมกันได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 82.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้

- คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ นักเรียน 40 คน ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 81.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้

  2. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเปรียบเทียบจากร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่ทำได้จากแบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียน/ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่ทำได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่น้อยกว่า 80/80  ดังนั้น บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องคำยืมในภาษาไทยได้ และเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัยข้อที่ 1 ที่ว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

  3. การประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปรากฏผลการทดลองว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในระดับมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัยข้อที่ 2 ที่ว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง คำยืมภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นระดับมากขึ้นไป