ความเห็น


น้องเองค่ะ! เห็นภาพแม่กวนขนมแล้วตื้นตันใจมาก จริง ๆ ด้วย ถ้าไม่เห็นภาพเขียนภาพนี้ก็จะไม่นึกถึงฝาบ้านด้านหน้าในครัว

และที่นั่งและนอนเล่นกันรอแม่กวนขนมก็คือนอกชานบ้านที่พวกเราจะใช้นั่งทำกิจกรรมในครอบครัวร่วมกัน ยิ่งวันไหนเดือนหงาย

(บ้านเราเรียกกันอย่างนั้น) จะรอฟังนิทานจากพ่อและพ่อจะมีผ้าขาวม้าพาดบ่า 1 ผืนไว้ไล่ยุง ไฟฟ้าก็ไม่มี (ใช้ตะเกียง) พัดลมก็ไม่มี ใช้ความเย็นจากผ้าขาวม้าพ่อนั่นแหละ อีกอย่างหนึ่งคือโอ่งแดง (โอ่งดินสีแดงใส่น้ำไว้ดื่มกันทั้งครอบครัวไม่มีตู้เย็น) เวลานั่งใกล้ ๆ โอ่งจะเย็นถึงข้างนอกสัมผัสได้จากร่างกายของเรา วันไหนอากาศร้อนมาก ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทั้ง 7 คน จะแย่งกันนั่งกอดโอ่งแดง

(โอ่งใบนั้น ณ เวลานี้ก็ยังอยู่ที่บ้านตาลินนั่นแหละ) ในสมัยที่เรายังเป็นเด็กจะที่คอยวิ่งส่งกับข้าว+ขนมให้ญาติ ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่พ่อได้ไปตลาดหนองบัว พ่อจะซื้อหมูมาทีละ 2 กิโล แม่จะแกงหม้อใหญ่ ๆ แล้วให้พวกเรานำแกงไปส่งให้ญาติผู้ใหญ่ บางทีบ้านญาติหมาดุ ไล่กัดถ้วยชามแกงหกทิ้งหมดก็มี ยายทวด (ยายทา) จะเรียกพวกเราว่า "ลูกอีแกงแซบ" (หมายถึงแม่) ส้ม+มันแกว (ดีที่สุดสำหรับชาวชนบทในสมัยนั้น) และที่ขาดไม่ได้เลยคือหนังสือเด็กก้าวหน้าเพียง 1 เล่มต่อลูก ๆ 7 คน ต้องจัดลำดับคิวกันอ่าน

ไม่งั้นเดี๋ยวทะเลาะกัน

พูดถึงแม่ทุกวันนี้ก็ยังทำน้ำพริกเผาส่งทางไปรษณีย์อยู่ตลอดเวลา มีอยู่วันหนึ่งแม่ดูทีวีรายการอาหารที่เห็นชาวตลาดน้ำราชบุรี

ทำหมี่กรอบขายโดยทำไปขายไปกันเดี๋ยวนั้นเลยพอดูทีวีเสร็จแม่ไปจัดการหาวัตถุดิบจัดการทำหมี่กรอบเดี๋ยวนั้นแล้วให้น้องจัดการส่งไปรษณีย์ให้ลูก ๆ ที่อยู่ไกลทันที บางทีน้องอยากจะบอกว่าอย่าเหน็ดเหนื่อยกับการทำเลย ค่าส่งน้ำพริกไปรษณีย์ต่อครั้งก็ไม่คุ้ม ค่าหีบห่อ+ค่าธรรมเนียมในการฝากส่งแพงกว่าค่าน้ำพริกในกล่องอีก ซื้อน้ำพริกเผา 10 บาท กินไปได้ตั้งหลายวันแต่คิดดูแล้ว มันเป็นความสุขของแม่ทึได้แสดงฝีมือการทำกับข้าวให้ลูก ๆ กินแล้วมีความสุขก็เลยดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยทุกครั้งไป

--พอพูดถึงพ่อ-แม่แล้วมีความสุขและอบอุ่นดีเนาะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี