ความเห็น


สวัสดีครับคุณsantiphap (ไม่แน่ใจว่าคือ คุณหมอพี่โจ ณ อาจสามารถ หรือเปล่า?)

"...ทพ.(ที่รับ)จัดฟันบางคนกลับทำเสียเอง เราจะช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างไร"

ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาครับ แต่มีประเด็นสองสามเรื่องที่ต้องมอง

1.ทันตแพทย์ที่จัดฟันแฟชั่นถือว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่?...เท่าที่ผมทราบ ไม่ผิดนะครับ

2.หากไม่ผิดกฎหมาย แล้วการกระทำดังกล่าวเป็นปัญหาอย่างไร?

หากเราเชื่อจริงๆว่า ทันตแพทย์มีความรู้พอที่จะทำการจัดฟันแฟชั่น โดยไม่เป็นอันตราย (ถึงตาย) กับผู้รับบริการ

(ส่วนอันตรายประเภทอื่นๆ เช่น เกิดความเสี่ยงต่อโรคปริทันต์ หรือโรคฟันผุ นั้น ผมว่ามันไม่ชัด และแรงพอที่จะทำให้สังคม

หันมาจับตามองได้)

ปัญหามันก็จะมาตกอยู่ที่หมวด "ความไม่เหมาะสม" ในอีหรอบเดียวกับการให้บริการในเชิงเสริมสวยทั้งหลาย พวกฝังเพชร, ทำเขี้ยว หรือกระทั่งเป็นไปในทำนองเดียวกับ วิชาชีพแพทย์ที่ให้บริการฉีดโบทอกซ์ ขายยาลดความอ้วน ฯลฯ

ความไม่เหมาะสมส่งผลอะไรต่อวิชาชีพ

คำตอบคือ ส่งผลต่อความศรัทธาในวิชาชีพทันตกรรมครับ

เมื่อศรัทธาหมดลง สถานะของทันตแพทย์ จากที่เคยเป็น"วิชาชีพ"ที่ผู้คนยกย่องว่าเป็นผู้เสียสละ ไว้ใจได้ ว่าจะพวกเราจะไม่ 'do no harm' ตามจรรยาที่เหมาะที่ควร กลายมาเป็น "อาชีพ" ที่บำบัดความใคร่ของผู้รับบริการ แบบเดียวกับช่างเสริมสวย ที่ผู้มารับบริการจะให้ความคาดหวังสูง ตามราคาที่จ่ายมาก

ทีนี้มาถึงคำถามว่า เราจะแก้ยังไง

ผมเชื่อในการกระทำสิ่งดีงามทีละน้อย ทีละขั้น ว่ามันจะส่งผลสะสมต่อสังคมโดยรวม

ป่วยการที่เราจะสาปแช่งความมืด อยากเห็นแสงสว่างก็ต้องจุดตะเกียง

สังคมจะดี เพราะคนทำตามหน้าที่ของตัวเองครับ

เมื่อคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลไกทางสังคมก็จะทำงาน

ผมไม่ไปชนกับทันตแพทย์เสริมสวย เราไม่มีหน้าที่ตรงนั้น สิ่งที่ผมทำได้ คือการสอนศิษย์ให้คิดเป็น จริงๆ ใครก็อยากสอนให้ศิษย์เป็นคนดีนะครับ แต่การสอนให้เป็นคนดีนั้นยาก สอนให้คิดเป็นนั้นพอไหว ผมเชื่อว่าคนที่รู้คิดนั้นจะมีความมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับกระแสแห่งความชั่วร้ายโดยง่าย

ส่วนบทบาทของทันตแพทย์โดยรวมเล่า ทันตแพทย์จะแก้ปัญหาวิกฤติศรัทธาได้ ก็ด้วยการทำงานแบบ "ตรงไป ตรงมา" นี่ล่ะครับ ให้สังคมเห็นว่า ยังมีทันตแพทย์ที่พวกเขาสามารถเชื่อถือ ไว้ใจ และศรัทธาได้ ทำไปเรื่อยๆ ผลของมันก็จะสะสมเป็นศรัทธาในวิชาชีพระยะยาว

สุดท้ายก็มาสรุปเหมือนบันทึกนี้ล่ะครับ คือจะแก้ปัญหาเรื่องจัดฟันแฟชั่น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยต้องใช้ทางเลือก และโอกาสที่ตัวเองสามารถจะทำสิ่งดีงามต่อผู้รับบริการทันตกรรม อย่างเต็มที่ โดยหวังว่า ในระยะยาว ความดีนั้นจะส่งผลสะสมเป็นความเชื่อถือและศรัทธาต่อวิชาชีพโดยรวม หากทุกคนทำหน้าที่ของตน กลไกทางสังคมทำงานได้ คนที่ให้บริการแบบไม่ตรงไปตรงมา ก็จะอยู่ไม่ได้เอง

ไม่ทราบว่ามองโลกในแง่ดีเกินไปหรือเปล่า แต่ฐานคิดนี้มันมาจากการมองสังคมไทยในแง่ที่ว่า กลไกทางสังคมมันไม่ทำงานครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี