ความเห็น 160465

จดหมายถึงญาติมิตรพัฒนาสังคม ฉบับที่ 7 (5 ก.พ. 50)

เขียนเมื่อ 

เรียนท่าน รมว.ไพบูลย์ ที่เคารพอย่างสูง  
    เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ผมด้ฟังท่านบรรยายเรื่อง การจัดการความรู้สู่สังคมอุดมปัญญา” ในมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค ซึ่งจัดโดยสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส)
สาระสำคัญที่ท่านพูด คล้ายเป็นการแถลงแนวคิด/แนวนโยบายของท่านในการดูแลกระทรวงนี้ ว่า KM จะเป็นทั้งเนื้องานและส่วนสนับสนุนการทำงานของกระทรวงฯ  ซึ่งผมประทับใจท่านมาก  ยังไม่เห็น รมว.คนไหนที่พูดจริงใจ จริงจัง รู้สึกเย็นเมื่ออยู่ใกล้ท่าน  เป็นผู้ใหญ่ใจดี และพูดอย่างชัดเจนอย่างนี้
      ท่านกล่าวว่า การจัดการความรู้มีหลายชั้น คือ
1.การจัดการ
2.การจัดการความรู้(KM)
3.อย่างบูรณาการ
4.ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
โดยมียุทธศาสตร์สังคม 3 ยุทธศาสตร์ คือ
1.ยุทธศาสตร์สังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน คือผู้คนมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตากรุณา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
2.ยุทธศาสตร์สังคมที่เข้มแข็ง คือ ทุกส่วนของสังคมเข้มแข็งอย่างบูรณาการหลายๆมิติ ได้แก่
2.1ภาคชุมชนท้องถิ่น (ชุมชนฐานราก) รวมคนทั้งประเทศ
2.2ภาคประชาสังคม คือบุคคล/กลุ่มคน/องค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่ได้หวังกำไรเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่เพียงทำตามบทบาทหน้าที่เท่านั้น แต่หมายถึงความตระหนักในการมารวมกันเพื่อช่วยเหลือสังคม (พลังทางสังคม/ทุนทางสังคม)
3.ยุทธศาสตร์สังคมที่มีคุณธรรม คือกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม สุจริต สามัคคี สมานฉันท์
จากยุทธศาสตร์สังคมทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ จะนำไปสู่การทำแผน/มาตรการ หรือที่เรียกว่า Road Map ในการพัฒนาอย่างบูรณาการภายใต้ 3 บริบท (ช่องทาง) คือ
1.บริบทพื้นที่ ได้แก่ หมู่บ้าน ตำบล เมือง ฯลฯเป็นการจัดการความรู้ในพื้นที่ ที่หลายฝ่ายร่วมมือกันอย่างบูรณาการ ซึ่งขณะนี้หลายแห่งกำลังทำเป็นชุมชน เป็นเครือข่าย เป็นต้น
2.บริบทของกลุ่มคน อาจจำแนกกลุ่มใหญ่ๆได้เป็น 5 กลุ่ม คือ
2.1สตรีและครอบครัว
2.2เด็กและเยาวชน
2.3ผู้สูงอายุ
2.4คนพิการ
2.5ผู้ด้อยโอกาส
3.บริบทของประเด็น
ซึ่งแบ่งเป็น
3.1ประเด็นเชิงบวก เช่น การมีคุณธรรม ความเอื้ออาทร ฯลฯ
3.2ประเด็นเชิงลบ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการใช้ความรุนแรง ฯลฯ
ซึ่งบริบททั้ง 3 นี้ ต้องทำโดยไม่ทอดทิ้งกัน ทำให้เข้มแข็ง และมีคุณธรรม อย่างบูรณาการ จึงจะทำให้สังคมสงบสุขร่มเย็นได้
เงื่อนไขความสำเร็จคือ ทุกกลุ่มสังคมต้องมาช่วยกัน...1)จัดการ 2)การจัดการความรู้(KM) 3)อย่างบูรณาการ 3)ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง      
      ซึ่งดูยุทธศาสตร์การทำงานของท่าน ที่พยายามสร้างการมีส่วนร่วม ของทุกกลุ่มทุกองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง หวังว่าใน 1 ปี คงเห็นสังคมเช่นนี้ขยายวงกว้ามากขึ้น
     ผมมีแนวคิดเรื่องการระดมนักจัดการเพื่อจัดการความรู้มาช่วยท่านอีกแรงหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ยังกระจัดกระจาย  ใครมีพลังมีเรี่ยวแรงก็ทำไป มีผลงานเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นระบบนัก
    ถ้าจะมีการรวมกลุ่มเป็นชมรมหรือสมาคมนักจัดการความรู้ในแต่ละจังหวัด(หรือแต่ละภาค) อย่างเป็นจริงเป็นจัง สนับสนุนให้เขามีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนกันตามภารกิจ(ที่มี Tacit) เขาอาจจัดกลุ่มย่อยกันตามภารกิจ  ก็น่าจะมีพลังในการขับเคลื่อนกันมากขึ้น..จะดีไหมครับ  เพราะอย่างที่จังหวัดผมก็ยังกระจัดกระจาย พอเอา KM เข้ามาในระบบก็ติดระบบราชการหมด ครับ...