ความเห็น


ชุมชนและคนอาศัยในชุมชนด้วยกัน ต้องพัฒนาการเดินเข้าหากันอยู่เสมอ

  • ต้องกราบอภัยพระคุณเจ้า ผมเคยเข้ามาอ่านและเห็นพระคุณเจ้าเข้ามาแลกเปลี่ยน-สนทนาไว้ในนี้แล้วครับ แต่พอเข้าไปตอบในที่อื่นๆก็ลืมไปเลยว่าอันไหนเป็นอันไหน
  • วันสองวันมานี้ มีคนพูดถึงบทความนี้ ๒-๓ คน คนหนึ่งบอกว่าเขาชอบนั่งรถไฟและบรรยากาศระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟ และอีกสองคนเขาบอกว่าเขาได้อ่านแล้วก็สะท้อนให้ฟังว่าเขาชอบเรื่องนี้ ผมเองที่เขียนเองก็เลยกลับมานั่งอ่านของตัวเองอีก เลยได้พบว่ายังไม่ได้เข้ามาตอบที่พระคุณเจ้าแลกเปลี่ยนทรรศนะไว้ในหัวข้อนี้
  • อย่างที่พระคุณเจ้าพูดถึงนั้นเป็นความเป็นจริงที่เห็นได้ทั้งในชนบทและในเมืองครับ ผมเพิ่งคุยหารือกับเพื่อนผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองครับ
  • คนเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะในเมืองหรือชนบท ต้องมีคนช่วยให้เดินเข้าหากันและเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน สร้างความเป็นชุมชน และสร้างความเป็นส่วนรวมด้วยกัน ทำได้ยากครับแต่หากต้องการให้เกิดสุขภาวะของชุมชนก็จำเป็นครับ
  • ในหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่เขาพยายามรวมตัวกันยื่นเรื่องขอตั้งชุมชน แล้วก็ช่วยกันรวบรวมรายชื่อ ทั้งกรรมการและแกนนำที่เป็นตัวแทน กับกลุ่มคนที่อยู่ในหมู่บ้านด้วยกัน เพื่อเป็นรายละเอียดและข้อมูลประกอบการนำเสนอต่อสำนักงานเขตของ กทม. การจัดองค์กรกันเองเป็นชุมชน จะทำให้เราทำสิ่งเพื่อส่วนรวมได้อีกหลายอย่างโดยได้รับการสนับสนุนจากราชการและ กทม.
  • ผมเองนั้นยิ่งเห็นด้วย พยายามสนับสนุนการทำกิจกรรมรวมคน แล้วก็อยากจะทำกิจกรรมสร้างความเป็นชุมชนกับเขา ในใจยังอยากช่วยชาวบ้านตั้งหน่วยดูแลสุขภาพของตนเองโดยชาวบ้าน อยากทำไว้ก่อนที่ผมจะออกไปอยู่ต่างจังหวัด 
  • แต่จนแล้วจนรอดก็หาย พอไปถามดูก็ปรากฏว่า ปัญหาน่ารำคาญใจที่ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่เป็นแกนนำหมดกำลังใจเดินต่อมีอยู่เยอะแยะไปหมด ตั้งแต่รวบรวมรายชื่อได้ไม่ครบ เพราะคนไม่ให้ความร่วมมือ
  • พอจัดกิจกรรม ต้องมีการกินข้าวและสร้างความบันเทิงใจกันบ้าง ก็โดนคนที่ทั้งไม่ให้ความร่วมมือแต่อยากมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอาเงินหมู่บ้านมาใช้ฟุ่มเฟือยทั้งที่เป็นเงินที่ควักเนื้อของตนเองออกมาใช้ โดยคิดว่ายอมเสียสละทั้งแรงกายแรงใจและเงินส่วนตัว
  • ผมนึกภาพออกและคิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เพราะทุกแห่งที่ผมเคยทำงานกับชุมชน ก็จะต้องมีเรื่องพวกนี้เข้ามาสร้างความรำคาญใจให้ อย่าว่าแต่ในวิถีชุมชนเลยครับ ในองค์กรทำงานสมัยใหม่หรือแม้แต่ในกลุ่มคนที่รวมตัวกันเองก็มีครับ ก็เลยบอกให้เขาว่าไม่ต้องเสียกำลังใจหรอก ขอให้ลองทำอีกเถอะ
  • ที่บ้านนอกก็มีอย่างนี้บ้างเหมือนกันครับ แต่เรื่องพวกนี้ต้องไม่คิดด้วยเหตุผลครับ ต้องใช้จิตใจแบบทำทาน ถือคุณธรรม และใช้หลักพรหมวิหารธรรม จะเจ็บตัวบ้าง กระทบทางจิตใจบ้าง เดือดร้อนตนเองและคนใกล้ชิดบ้าง  หากคิดจะทำก็ต้องกำหนดใจไปเลยว่าต้องทำเหมือนอย่างดูแลญาติพี่น้อง หากอาวุโสหน่อยก็ทำเหมือนทำให้ลูกหลาน
  • เวลาเป็นหัวหน้าคนหรือบริหารองค์กรให้คนอื่นเขาทำงาน ก็ต้องใช้หลักอย่างนี้เหมือนกันครับ บางเรื่องต้องทำเหมือนโง่และยินดีให้คนเดินเหยียบเอาด้วยครับ หากไม่ทำอย่างนี้ก็ปวดใจ ทำไม่ได้ แต่ถ้าหากส่วนรวมดีและเกิดสุขภาวะแก่คนส่วนใหญ่ ซึ่งในที่สุดก็เป็นผลดีต่อเราเองด้วย ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีคนที่อดทนทำอย่างนี้ได้ครับ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี