ความเห็น 128176

สมการที่แปรผกผันเรื่องกฎเกณฑ์ทางสังคม

เขียนเมื่อ 

เจริญพร จ้า คนชายขอบ

เข้ามาอ่านนะ แต่ข้อเสนอความเห็นเชิงคัดค้านในฐานะที่ถูกพาดพิง (5 5 5 เดียวเครียด ตอนนี้ระเบิดเยอะ หัวเราะไว้ก่อน 5 5 5) จะตั้งไปที่ละประเด็นนะครับ...

สังคมเล็ก กฎเกณท์น้อย แต่ดูเหมือนมาก เพราะเราเก็บรายละเอียดได้มาก เกิดความอืดอัด และะความซับซ้อนในกฎเกณฑ์ก็มีน้อย มีธรรมชาติเป็นไปเชิงจารีต (ทำตามๆ กันมา) ...ที่เป็นเช่นนี้เพราะกฎเกณฑ์ของสังคมเล็กมีลักษณะนิ่งขาดความเคลื่อนไหว หรือเป็นสถิต (static)

สังคมใหญ่ กฎเกณฑ์มาก แต่ดูเหมือนน้อย เพราะเราไม่ใส่ใจกับรายละเอียด มีความคล่องตัว แต่ความซับซ้อนในกฎเกณฑ์มีมาก มีธรรมชาติเป็นไปเชิงเรียนรู้ ..ที่เป็นเช่นนี้เพราะกฎเกณฑ์ของสังคมใหญ่มีลักษณะเคลื่อนไหว แปรเปลี่ยนสูง หรือเป็นพลวัต (dynamic)

ตามตัวอย่างของคุณโยมชายขอบ เรื่อใส่ชุดว่ายน้ำในคลองของชนบท ว่ายอมรับไม่ได้...นั่นคือ การสังเกตเห็นได้ง่าย แต่....

สังคมใหญ่ในกรุงเทพฯ คอยรถเมล์ต้องตามที่ป้ายจอด.. ขับรถต้องรู้จักไฟเขียวไฟแดง...ในวันอาทิตย์ร้านทั่วไปปิด ก็ต้องรู้..ไปเที่ยวสถานเริงรมณ์ก็ต้องมีค่าทิปตามทำเนียม..ที่นี้ใส่รองเท้าแตะ เค้าไม่ให้เข้า..แต่ทำไมที่นี้แต่งตัวสุภาพทั่วๆ ไปเข้าไม่ได้ ต้องนุ่งน้อยห่มน้อยเค้าจึงให้เข้าได้... สิ่งเหล่านี้จัดเป็นปทัสถานของสังคมใหญ่ เช่นเดียวกัน แต่เราไม่ค่อยรู้สึก เพราะเราต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดนั่นเอง

เสนอแนะให้ทดลอง นำคนที่อยู่แต่สังคมเล็กไปอยู่สังคมใหญ่ และนำคนที่อยู่แต่สังคมใหญ่ไปอยู่สังคมเล็ก ...น่าจะได้คำตอบเชิงปริมาณได้ว่า ใครตอบยังไง ?

ดังนั้น แนวคิดสมการแปรผกผันเรื่องกฎเกณฑ์ทางสังคมนั้น น่าจะมีการทบทวน

เพิ่มเติม เรื่องสังคมเล็กสังคมใหญ่ นี้ เดียวนี้กำลังพัดผ่านไปแล้ว เพราะสังคมเล็กได้พัฒนาการมาเป็นสังคมโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมองโลกนี้เปรียบเสมือนหมู่บ้านเล็กๆ ที่คนมีวิถีความเป็นไปทำนองเดียวกันโดยอำนาจของเทคโนโลยีและสาระสนเทศ ...ขณะที่สังคมใหญ๋ได้พัฒนาการมาเป็น สังคมโพสต์โมเดิร์น ซึ่งมองว่าโลกนี้ไร้รูปแบบ ไร้ระบบกฎเกณฑ์ สิ่งต่างๆ ตอบสนองเราตามที่เราจะยอมรับและเลือกสรรค์เท่านั้น...

เหนื่อยแล้วจ้า คนชายขอบ

เจริญพร