ความเห็น 1266863

ถ้าเราไม่พูดไม่เขียนเราจะไม่สามารถเอาความรู้ออกมาได้เลย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  ผศ.วศิน เหลี่ยมปรีชา

ตอนนี้อาจารย์คงอยู่ในช่วงงานเขียนนะคะ...(แอบติดตามค่ะ)...

ขอแลกเปลี่ยนในมุมมองที่กะปุ๋มพอมีฐานความรู้เดิมอยู่บ้างนะคะ กะปุ๋มจะมองอยู่สองด้านว่า "ทำไมเวลาพูดและฟังจึงเกิดความไม่เข้าใจ" 

  • ด้านแรกอยู่ที่ผู้พูด...เรื่องที่พูดนั้น บางครั้งอาจจะยังไม่ตกผลึกในความคิด เวลาที่พูดหรือสื่อสารให้ผู้ฟัง==> ฟังจึงไม่สามารถเรียบเรียงออกมาได้ดีนัก (Retrive) ตัวเองเคยมีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกัน คือ สื่อสารไม่รู้เรื่อง หรืออาจมีปัญหาในเรื่องการจัดระบบระเบียบทางความคิด... หรืออาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ ลุ่มลึก และลึกซึ้ง... พูดแล้วฟังยาก เข้าใจยาก ... สังเกตนะคะว่า เวลาที่ใครสามารถอธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่ายนั่นน่ะ ได้เกิดการตกผลึกในเรื่องที่รู้.. การที่เราจะลุ่มลึกหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องที่เราจะพูดต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ และการเรียนรู้ที่ดีคือ ผ่านการลงมือกระทำเรียนรู้นั้นด้วยตนเอง ดังนั้นอาจารย์ที่ทำวิจัยเยอะๆในเรื่องที่ตนเองสนใจและเชี่ยวชาญ เวลาที่ถ่ายทอดออกมาจะเข้าใจและฟังง่ายกว่าอาจารย์ที่เรียนรู้เฉพาะทฤษฎี ยกตัวอย่างเช่น รศ.ดร.แสวง ท่านเป็นอาจารย์สอนทางสาขาเกษตร เวลาที่กะปุ๋มฟังท่านพูดเรื่องการทำนา จะเข้าใจเพราะอาจารย์ได้นำความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีทางด้านวิชาการและการปฏิบัติ(อาจารย์ลงมือทำนาเอง)มาเชื่อมโยงกัน เวลาที่อธิบายอาจารย์จะไม่อธิบายเป็นวิชาการ แต่ผ่านการบอกเล่าเป็นเรื่องราวสบายๆ ก็ทำให้เราซึ่งอยู่นอกฟิวเข้าใจได้
  • ด้านผู้ฟัง บางครั้งฐานความรู้เดิมของผู้ฟังก็มีส่วน ทางทฤษฎีการเรียนรู้เขาจะเรียกว่า pior knowledge แต่กะปุ๋มจะชอบเรียกว่าพื้นความรู้เดิม ในบางคนที่ไม่มีพื้นความรู้ในเรื่องที่ฟัง แต่ถ้าหากได้ใช้แนวทางการฟังแบบ deep listening ซึ่งเป็นการฟังอันปราศจากอคติ เปิดประตูใจฟัง กระบวนการนำข้อมูลเข้าไปเก็บไว้จะทำได้ดีกว่าการฟังที่เต็มไปด้วยอคติและการตัดสินผู้พูด ดังนั้นเวลาที่เราฟังเรื่องใหม่ๆ ถึงแม้ว่าคนพูดจะพูดรู้เรื่องไม่รู้เรื่อง แต่เราเปิดประตูใจในการฟัง สะสม สั่งสมตัวเนื้อความรู้ (Data) ขณะเดียวกัน ลงมือหาความรู้เพิ่มเติม เราจะเริ่มเข้าใจในเรื่องนั้นมากขึ้น นั่นน่ะเป็นเพราะว่าได้เกิดการขยายโครงสร้างทางปัญญาในเรื่องนั้นเกิดขึ้นค่ะ

และคำถามที่อาจารย์เปิดประเด็นว่า

"การใช้ภาษาในการพูดก็เป็นประเด็นสำคัญของการกระตุ้นให้เกิดการสร้างความรู้ ด้วยไหมครับ"

ในทัศนะของตนเองมองว่าสำคัญค่ะ...การใช้ภาษาที่เหมาะสม สุภาพ เคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้ฟัง จะทำให้ผู้ฟังอยากจะสนใจและเรียนรู้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยรู้เรื่องนั้นมาก่อน สิ่งนี้เขาเรียกว่าส่งเสริมแรงบัลดาลใจให้เกิดขึ้นในตัวผู้ฟัง (แรงจูงใจ) เช่น กะปุ๋มรู้จักอาจารย์ท่านหนึ่ง รศ.ดร.ตรีเพชร ทำวิจัยทางด้านเภสัชศาสตร์ และได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของท่านด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่มีความรู้เลยซึ่งเต็มไปด้วยโครงสร้างทางเคมี แต่พอได้อ่านและได้ฟังการอธิบายด้วยภาษาที่ง่ายแบบไม่ลดทอนกำลังใจของผู้ฟัง ทำให้เราอยากจะฟังอยากจะอ่าน และพอได้อ่านกระบวนการของการทำความเข้าใจของเราจะเป็นอิสระปราศจากอคติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่นำไปสู่ความเข้าใจมากขึ้น สภาวะของความเข้าใจนั้นน่ะ คือ สะท้อนถึงโครงสร้างทางปัญญาของเราได้เกิดการสร้างความรู้ในเรื่องนั้นเกิดขึ้นแล้วนั่นเอง

ต้องขอบคุณอาจารย์ที่มากระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ

(^____^)