ความเห็น


29 มีนาคม 2551 วันนี้นุชขึ้นเวร เช้า บ่าย ตอนเช้า มาพับกล่องเอาขึ้นรถไว้รอไปขาย กว่าจะเสร็จเกือบ 9 โมงเช้า กะว่าเสร็จแล้วจะไปตัดผม พูดถึงเรื่องล้มหมอนนอนเสื่อ แม่เคยเตือน ตอนที่ผมไปภูกระดึงบ่อย ๆ บอกว่าระวังพลังหมดนะ ผมก็สงสัยว่าหมดแรงก็กินข้าว แต่เริ่มรู้จักคำว่าหมดแรงก็ตอนไปเที่ยวดอยภูคา ตอนนั้นมีลูกแล้ว 2 คน พาไปตามเส้นทางที่เขาไม่ไปกัน โดยขึ้นไปตามเส้นทางจากวนอุทยานแห่งชาติสักใหญ่ บ่อเหล็กน้ำพี้ สักการะพระยาพิชัยดาบหัก เข้าเส้นทางไปทางน้ำปาดของอุตรดิตถ์ กะว่าจะข้ามเขื่อนภูมิพลไปขึ้นตรงเวียงสา น่าน เส้นทางมหาโหดและต้องขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่โปรดให้ลูกรอดมาได้ เพราะพอออกจากสักใหญ่แล้วเส้นทางเริ่มเป็นทางที่ทำไม่เสร็จบ้าง เป็นทางวิ่งในป่าบ้าง ไม่แน่ใจก็เริ่มถามคนนู้นคนนี้ ก็ไปเรื่อย ๆ จนไปถึงตรงที่น้ำปาดจริง ๆ คือแม่น้ำน่านตัดผ่านบริเวณเส้นรอยต่อระหว่างน้ำปาดกับเวียงสา ปรากฏว่ามีหลุมหล่มอยู่ตอนนึง ผมนึกถึงคำสอนของลุงสะท้านว่า ถ้าเจอแบบนี้ให้วิ่งตามร่องเดิม ผมไม่เชื่อเพราะกลัวท้องรถเลอะ เหยียบคันเร่งวิ่งใส่หลุมใหม่ เฮอะ ปึกเดียวไม่ร่อนผ่าน ติดหล่มอย่างแรง หน้ารถจมเลยครับ ตอนนั้น 6 โมงเย็น มืดมากแล้วผมออกไปตามคนมาช่วย โชคดีที่มีน้องนักเรียนปิดเทอมวันแรกมากระโดดน้ำเล่น กับพี่อะไรผมจำชื่อไม่ได้แล้วเป็นคนคุมแพขนานยนต์ข้ามฟาก มาช่วยกันผลัก แต่คนเหนือนี่ใจดีนะครับ แกขายอาหารด้วย เป็นไข่เจียวที่ฟะฉายบอกว่าอร่อยที่สุด ข้ามไปได้ก็ไปนอนตามที่ยายนุชซื้อทัวร์นั่งช้าง ล่องแก่งไว้ ที่จังหวัดน่านนี้มีต้นดิกเดียมแต่ไม่ได้เข้าไปดู ไปถึงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีเจ้าหน้าที่ที่ขาเสีย ประมาณว่าพิการอยู่หนึ่งคน เหมือนกับว่าแกรับไม่ได้ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้ต้องพิการ ก็เลยหลบมาอยู่ที่นี่ เพราะนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาก อากาศหนาวมาก ตอนเย็น อาหารร้อน ๆ ทำออกมาไม่เกิน 5 นาที เย็นเฉียบ พาลูก ๆ ไปเดินเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ยอดภูบางส่วน ยายนุชเอาใจเด็ก ๆ มาก ประมาณว่าลูกชอบเล่นน้ำตก ขนาดอยู่อีกฟากหุบเขาก็พากันเดิน เดินไม่ไหวก็ให้ลูกขี่ ผมยังสบายครับตอนนี้ แต่ตอนที่พากันไปดูต้นชมพูภูคานี่สิ ขึ้นไปทางยอดภู เดินไปเรื่อย ๆ จากที่แห้ง ๆ เริ่มชื้น เอาลูกมาขี่คอ แรงชักจะหมดทั้ง ๆ ที่กินข้าวมาอย่างอิ่มครับ พอไปถึงที่สูง ๆ เริ่มมีทากดูดเลือดนี่แหละครับ ยายนั่นหายไปตอนไหนไม่รู้ ผมเลยต้องรีบลงมาหา อารมณ์รีบบวกกับการใช้แรงมาก ๆ ทั้งปีนเขา และเขา (ลูก) ปีนป่ายอยู่บนบ่านี่แหละ “หมดแรง” มาแล้ว รู้จักแล้วครับ เที่ยวกันคราวนั้นสนุกมาก เพราะไปซื้อผ้าอนามัยกับชาวเขา ไม่ใช่กาบมะพร้าวนะครับ เขามีขาย ผมหยอกเขาด้วยการจ่ายเป็นก้อนหินที่หยิบมาจากหน้าร้านขายของนั่นแหละ เขาก็มองหน้านะ ผมเลยบอกว่าหยอกเล่นนะ ที่ทำการและห้องน้ำสะอาดมาก ตอนนั้นจำได้ว่าท่านปลอดประสพ เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ถูกใจยายนุชเขาละ อีกอย่างอุทยานนี้เพิ่งเปิดใหม่ เลยสะอาดมาก กลับทางเส้นทางสายปกติ สายไฮเวย์ ตำรวจถามตลอดทางว่ารถไปทำอะไรมา แวะเที่ยวเล่นน้ำตกทุกป้ายที่มี เลยได้แวะนอนที่พิษณุโลกอีก 1 คืน จำได้ว่าตอนนั้นเจอ “กาละแม” พิธีกรช่อง 3 แบบผ่าน ๆ นะ ตอนนั้นเขายังไม่ดัง

4 ว่าไปแล้ววันนี้ พับกล่องเสร็จ มานั่งขายของ มีคนสติไม่ค่อยดี ประมาณว่าโฮมเลส แต่จิตใจดี มาบอกว่าเมื่อคืนนี้ไม่ได้เก็บจักรยานเข้าบ้าน เลยเอาขึ้นรถกระบะของใครก็ไม่รู้ไว้ให้ เพราะตอนเช้ามีพนักงานซิงเกอร์มาบอกว่า รถจักรยานของลูกอยู่ท้ายรถพนักงานเลยยกกลับคืนมา เสร็จแล้วออกไปรับลูก ตอน 10.30 น. แล้วพากันเอากระดาษไปขาย ก็ไปเจอที่คั่นหนังสือ เอามาชั่งกิโล 5.5 กิโล เป็นเงิน 110 บาทเลยซื้อมาเลย คิดแล้วกิโลละ 20 บาท แต่ร้านเวลาซื้อเข้า จะซื้อกิโลละ 12 บาท แต่ก็นั่นแหละครับ พอใจซื้อ พอใจขาย กินก๋วยเตี๋ยวตอนเที่ยงกับข้าวเหนียว พอดียายนุชพาลูกมา ก็เลยเอามาอวด เฮ้อบางทีผมก็มาคิดว่ายายนุชอาจจะไม่ค่อยสนใจผมก็ได้ ไปตัดผมแล้วแวะบ้าน น้าเหมอ (กิ๊กของผม – ยายนุชเขาว่า) พาพี่สมพิศทบทวนหน้าที่ และน้าเหมอเอาเหรียญหลวงตาบัวมาให้ และบอกให้คิดเชิงบวกจะได้ไม่ขัดแย้งกัน งันงันงัน ตกเย็น พี่โต อดีตแฟนพี่อ้อย ซึ่งเสียสติไปแล้วมานั่งคลั่งอยู่หน้าบ้านแม่เลยสั่งปิดบ้าน พาลูกไปหาแม่เขา แล้วพา 3 คนกลับบ้าน นอน ตื่นหกทุ่มมานั่งรอยายนุชกลับจากขึ้นเวร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี