ซ.ซวง
นาย นพรัตน์ รัตนพงศ์ผาสุข

เรื่องราวอลวน...จับเด็กวัยซนมาฝึกพิมพ์ดีด


นอกเหนือไปจาก "ฟัง" "พูด" "อ่าน" "เขียน" แล้ว "พิมพ์ดีด" ก็เป็นทักษะการสื่อสารที่จำเป็นยิ่งสำหรับโลกยุคไอทีครองเมือง

เรื่องราวที่ผมกำลังจะนำมาแบ่งปันต่อไปนี้
เป็นบันทึกประสบการณ์ของพ่อจอมซน
ที่พยายามสร้างเรื่องราวอลวน
ด้วยการจับลูกชายที่ซนกว่ามาฝึกพิมพ์ดีด
จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ครับ

หวังว่าประสบการณ์นี้
น่าจะมีประโยชน์บ้างต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง
หรือคุณครู ผู้กำลังจะฝึกฝนนี้ให้กับบรรดาเด็กๆ ในวัยซนนะครับ
เผื่อว่าจะมีใครอยากจะปั้นเด็กให้เป็นบล็อกเกอร์เสือปืนไวในอนาคต


เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อสักครี่งปีที่แล้ว
ผมได้ซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่มมีชื่อว่า

"คู่มือพิมพ์ดีดสัมผัส" (ภายใน 7 วัน) + CD ฝึกพิมพ์

แต่งโดย คุณเชิญศิริ รุ่งสบแสง

ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้ผมซื้อหนังสือดังกล่าว
เพราะผมเองก็พิมพ์สัมผัสเป็นมานานแล้ว
ตั้งแต่สมัยเรียน กศน.
และตอนนี้ทักษะการ
พิมพ์สัมผัสของผมก็อยู่ในเกณฑ์เอาตัวรอดได้

แล้วซื้อมาทำไม ตั้ง 199 บาท ?

จำได้ว่าตอนนั้น ที่ทำงานผมพยายามรณรงค์เรื่องการสื่อสารไอทีผ่านอีเมล
แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะปัญหาอุปสรรคใหญ่คือเรื่อง
พิมพ์ดีดไม่คล่อง  ทำให้หลายๆ คน ไม่อยากใช้อีเมลกัน
ผมจึงคิดว่า คู่มือพร้อมโปรแกรมชุดนี้
น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานบ้าง


แต่ผมก็พบว่าคนรุ่นผมส่วนใหญ่ (ไม่อยากจะบอกว่าเริ่มแก่แล้ว)
มักจะมองข้ามเรื่องของการพิมพ์ดีด และก็ไม่สนใจฝึกฝนกัน
ซึ่งจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่พึ่งจบ
โดยผมสังเกตว่า น้องๆ ที่มาฝึกงานจะพิมพ์กันคล่องปร๋อเลย
ถามไปถามมาเลยรู้ว่า  เขาฝึกพิมพ์ดีดกันทุกวัน
แต่เป็นการฝึกแบบไม่ฝึก ผ่านการ Chat กับเพื่อนๆ
ผมคิดว่า เด็กยุคใหม่ไม่ค่อยน่าห่วงครับ
ที่ต้องห่วงมากๆ คือคนที่คิดว่าตัวเองเริ่มแก่เกินแกงนี่แหละครับ
มักจะไม่ค่อยยอมฝึกฝนพัฒนาทักษะอะไรเลย

ผมจึงวางทิ้งวางขว้างหนังสือเล่มนั้นไว้พักใหญ่...
และแล้ววันหนึ่งก็มี "งานเข้า" ครับ

ท่าน ผอ. ที่บ้าน มาแจ้งข่าวให้ทราบว่า
"นี่เธอ...ลูกเรา (กำลังเรียน ป.1)
กำลังมีปัญหาวิชาคอมพิวเตอร์นะ
พิมพ์ดีดไม่คล่อง ทำให้ช้ากว่าเพื่อนๆ
คุณครูฝากให้พ่อแม่ช่วยดูแลด้วย..." 

ต้องขอขยายความนิดนึงว่า
โรงเรียนที่ลูกผมเรียนอยู่เค้าให้เด็กเรียนคอมพิวเตอร์
ตั้งแต่อนุบาล ลูกผมพึ่งมาเข้าตอน ป.1 
จึงไม่ทันเพื่อนๆ ที่ล่วงหน้ามาเป็นปีแล้ว

ผมจึงเกิดอาการเลือดขึ้นหน้าอย่างแรง
ประมาณว่า
ตัวเราหรือก็มีทักษะพิมพ์ดีดไม่เป็นสองรองใคร
(ในบ้านนะครับ นอกบ้านผมไม่รู้)
เสียศักดิ์ศรีลูกชายนักพิมพ์ดีดมือวางอันดับหนึ่งในบ้านอย่างแรง
อย่างนี้ยอมไม่ได้ซะแล้ว


แต่พอเลือดที่หน้าเริ่มกลับไปสู่อวัยวะอื่นๆ
จึงเริ่มตั้งสติได้แล้วก็เริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาใหญ่ก็คือ...

จะสอนกันอย่างไรดีครับพี่น้อง???

และแล้ว...ผมก็แว็บขึ้นมาถึงหนังสือเล่มที่วางทิ้งไว้นานแล้ว

เอ๊ะ...มี CD โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับฝึกพิมพ์ด้วยสิ

เอา...ลองติดตั้งโปรแกรมดู

เอ...เข้าท่าแฮะ

เอ้า...ลองให้เจ้าลูกชายจอมซนฝึกฝนดูซิ

เห็นหน้าปกเค้าบอกว่า จบหลักสูตรภายใน 7 วัน
งั้นเดี๋ยวอาทิตย์หน้า คงกลับไปเกทับคุณครูได้แล้วล่ะ

ฝันคิดไปไกลเกินถึงโน่นแน่ะ...

จนถึงตอนนี้ ผ่านไป 7 เดือนแล้วครับ
ยังไปได้ไม่ถึงครึ่งเลย...มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย
หรือจะโดนคนแต่งหนังสือหรอกเอา

เปล่าหรอกครับ
ผมว่าสิ่งที่คุณเชิญศิริฯ  และทีมงานได้สร้างสรรค์ออกมานั้น
มันเป็นคุณูปการที่ยิ่งใหญ่มากต่อ
ทุกคนที่ต้องการจะฝึกพิมพ์ดีด

เสียอย่างเดียวว่าโปรแกรมนี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ
เด็กวัยซนเล่นปนเรียน
อันเป็นช่วงวัยที่จะชอบเรียนรู้ผ่านการเล่น
โดยเฉพาะเจ้าลูกชายที่พึ่งจะผ่าน 6 ขวบมาไม่นาน

โดยส่วนตัวผมคิดว่า โปรแกรมนี้
น่าจะเหมาะกับเด็กอายุ 10 ขวบขึ้นไป
อันเป็นวัยที่เด็กจะเริ่มมีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากพอสมควร
ที่สามารถควบคุมตัวเองได้ในระดับนึง
ยิ่งถ้าเป็นระดับเด็กมัธยมขึ้นไปแล้วยิ่งสบายเลย

ถึงตรงนี้ชวนให้ผมนึกถึงลูกศิษย์ครูคิมคนนึง
ชื่อ "น้องฝน" - ศิราพร ภู่โต

P
นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนวิทยสัมพันธ์

 

P
โดยครูคิมได้พยายาม "ปั้น"
น้องฝนและเพื่อนๆ อีกจำนวนหนึ่ง
ให้เป็นบล็อกเกอร์ชั้นแนวหน้าของประเทศในอนาคต
ขอแสดงความชื่นชมต่อวิสัยทัศน์อันยาวไกล
ของคุณครูคิมมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ในบันทึกแรกของน้องฝนใน GotoKnow
ได้เล่าว่ายังมีอุปสรรคเรื่องพิมพ์ดีดไม่ค่อยคล่อง
เชิญอ่านเรื่องราวของน้องฝน
และร่วมให้กำลังใจได้ที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ
http://gotoknow.org/blog/phon2552/237714


ซึ่งผมคิดว่า
หนังสือและซีดีโปรแกรมชุดนี้น่าจะเหมาะกับน้องฝน
และเพื่อนมากๆ เลยครับ
ยิ่งมีความตั้งใจที่จะเขียนบล็อกเป็นทุนอยู่แล้ว
รับรองว่า 7 วันน่าจะเริ่มเห็นผล
ได้อย่างที่เขาโฆษณาไว้

ต่อไปผมจะลองแนะนำส่วนต่างๆ ของโปรแกรม Typing Master
ให้เห็นหน้าเห็นตากันก่อนนะครับ
สำหรับโปรแกรมชุดนี้จะมี 3 ส่วนคือ

 

1.แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดออกแบบได้ดี มีการไล่ระดับจากง่ายไปสู่ยาก เป็นขั้นเป็นตอน

 

แบบฝึกหัดแรก

 

มีแสดงค่าเปอร์เซนต์ความถูกต้องให้ดูด้วย

 

แสดงจำนวนคำผิด และเวลาที่ใช้ไป 

 

2.แบบทดสอบ

แบบทดสอบ - ยากเกินไปสำหรับเด็ก ต้องพิมพ์สัมผัสคล่องแล้วจึงจะ OK

3.เกมส์

รูปแบบเกมส์น่าสนใจ แต่ตัวอักษรก็ยังยากเกินไปครับ ควรจะให้ล้อกับแบบฝึกหัด
เกมส์นี้จะแข่งกับคอมพิวเตอร์ว่าใครจะทำลูกโป่งแตกก่อนกัน
พิมพ์ถูกหนึ่งตัวลูกโป่งจะขยาย

 

เกมส์นี้ หากพิมพ์คำไม่ทันในห้าวินาทีก็จะแพ้

 

เกมส์นี้ก็น่าตื่นเต้น ถ้าพิมพ์ไม่ทันเจ้ามือปืนในคอมฯ ก็จะยิงเราเลือดท่วมเลยครับ
สังเกตว่า คำที่ให้เราพิมพ์นั้นโหดมากๆ ผู้ใหญ่ยังร้องจ๊ากเลยครับ

 

จุดเด่นของโปรแกรมฝึกพิมพ์ชุดนี้
ที่พอจะให้เด็กวัยขนาดลูกผมฝึกฝนได้ก็คือในส่วนของ
แบบฝึกหัด  ที่แบ่งออกเป็น 7 วัน ไล่ไปทีละวันๆ
ซึ่งก็จะไล่ลำดับจากง่ายๆ  "ฟ ห ก ด  ่ า ส ว"
และก็ทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ 

แต่ในอีกสองส่วนก็คือ แบบทดสอบ 
และเกมส์ นั้นเป็นที่น่าเสียดายมาก
ที่ไม่ได้แบ่งตามลำดับความยาก เหมือนกับแบบฝึกหัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ส่วนที่เด็กวัยซนสนใจมากที่สุดคือ "เกมส์" ครับ 

เกมส์ ของโปรแกรมชุดนี้ก็มี 3 เกมส์
ที่ลูกผมอยากเล่นมากครับ
(แต่เล่นไม่ได้เพราะยากเกินไป)  ประกอบด้วย

เกมส์ "ปั๊มลูกโป่ง"  "5 วินาที"  และ "เสือปืนไว"
ทว่าในแต่ละเกมส์นั้น 
ผู้เล่นจะต้องฝึกพิมพ์จนครบทุกแป้นแล้วเท่านั้น
จึงจะเล่นได้  เพราะชุดตัวอักษรที่ออกมาจากเกมส์นั้น
ไม่ได้แบ่งความยากง่าย
ให้ล้อกับตัวแบบฝึกหัดที่ทำไว้ค่อนข้างดี
ความยากของเกมส์นั้นประมาณว่า
ต้องพิมพ์สัมผัสเป็นแล้วจึงจะเล่นได้ครับ

ผมเกิดความอึดอัดใจมากกับความยากของเกมส์
จนเป็นเหตุให้โทรไปคุย
กับทางคุณ เชิญศิริฯ  ผู้แต่งหนังสือ
ซึ่งท่านก็น่ารักมาก 
ที่ได้รับฟังความคิดเห็นอันอัดอั้นของผม
และก็ยังรับปากว่า
จะพิจารณาปรับปรุงในเวอร์ชั่นต่อๆ ไป
ซึ่งผมก็ได้เรียนไปว่า 
หากทำได้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง
กับเด็กๆ  จำนวนมหาศาลครับ 

ซึ่งจุดที่ผมได้เสนอความเห็นกับทีมงานไปก็มี 2 เรื่องใหญ่ๆ ก็คือ

1. ควรปรับปรุงในส่วนของเกมส์ ให้มีระดับ ความยากง่าย
ล้อกันไปกับส่วนของแบบฝึกหัด ซึ่งจะทำให้เด็กเล็กๆ
ก็สามารถฝึกพิมพ์ดีดผ่านการเล่นเกมส์ได้แบบเนียนๆ

2. ควรปรับปรุงตัวอักษรในแบบฝึกหัด
เพื่อบังคับให้เด็กเล็กได้มีพื้นฐานการวางนิ้วบนแป้นเหย้า
(ฟ ห ก ด   ่ า ส ว) โดยพยายามสร้างแบบฝึกหัด
ให้มีการสืบนิ้วจากแป้นเหย้าไปบนแป้นอื่นๆ
 โดยพยายามให้มีการเคลื่อนนิ้วกลับไปกลับมา
(อาจเข้าใจยากนิดนึงครับ 
แต่ท่านที่พิมพ์สัมผัสเป็นคงจะพอนึกออก)
ซึ่งในประเด็นนี้ ถ้าเป็นเด็กโตจะไม่มีปัญหา
เพราะจะรู้เรื่องว่าต้องทำอย่างไร
แต่ถ้าเป็นเด็กเล็ก มักจะแอบขี้โกง (ชอบสบาย)
โดยไม่ยอมวางนิ้วไว้ที่แป้นเหย้า
เช่นกรณีลูกชายผมเวลาฝึกพิมพ์ ตัวอักษร " ภ ถ ค  ต "
จะชอบยกทั้งมือไปรอไว้ที่แป้นเลย
ทำให้เกิดความเคยชินที่ไม่ดี
ซึ่งที่จริงตามหลักก็ต้องวางนิ้วที่แป้นเหย้า
แล้วค่อยๆ สืบนิ้วไปๆ กลับๆ

หน้าตาเมนูของแบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด 9.3 การผสมแป้นอักษร

แบบฝึกหัด 9.4 การผสมแป้นอักษร
แบบฝึกหัดผสมแป้นอักษร สำหรับเด็กเล็กต้องคอยดูเป็นพิเศษ
เพราะจะชอบแอบขี้โกงโดยไม่ยอมสืบนิ้วจากแป้นเหย้า

 

แบบฝึกหัดที่ 9.5 การผสมคำ - ดีอยู่แล้วไม่มีอะไรต้องปรับปรุง

สำหรับกลยุทธ์ในการหลอกล่อ
เพื่อให้ลูกชายวัยซนยอมจำนนมาฝึกพิมพ์ดีด
ก็เป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีนักครับ
แต่อยากเล่าไว้
เผื่อท่านใดอาจเสนอแนะวิธีที่ดีกว่า
ผมจะได้นำไปลองใช้ดูบ้าง


ในช่วงแรกผมใช้วิธี "ติดสินบน"
โดยบอกให้ฝึกพิมพ์ดีดก่อน
แล้วจะให้เล่นเกมส์คอมฯที่ชอบ

(เกมส์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เกมส์พิมพ์ดีด)
ซึ่งจริงๆ แล้วหนังสือจิตวิทยาการเลี้ยงลูกทั้งหลายแหล่
ต่างก็พูดตรงกันว่าไม่ควรทำ
เพราะจะสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้เด็กๆ
แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันครับ
จนด้วยเกล้าจริงๆ
ถึงต้องทำอะไรที่ไม่ควรแบบนี้

ช่วงนี้ก็ทำอยู่ประมาณเดือนสองเดือนครับ
สุดท้ายก็ต้องเลิก เพราะจะทะเลาะกันตาย
เป็นไปตามที่หนังสือบอกไว้อย่างกับรู้ล่วงหน้า

ในช่วงที่หลอกล่อให้พิมพ์ดีดด้วยการติดสินบนแบบนี้
ผมสังเกตว่า
ช่วงที่เขากำลังฝึกพิมพ์ดีด
ใจมันจะไม่อยู่กับการพิมพ์ดีด
แต่ใจมันจะล่วงหน้าไปอยู่กับเกมส์
ทำให้เวลาฝึกพิมพ์ดีด ก็จะหงุดหงิด
เพราะคิดถึงแต่จะเล่นเกมส์คอมฯ
ทำให้ไม่ตั้งใจ พิมพ์ให้มันผ่านๆ ไปซะงั้น
ซ้ำรายตัวผมเองก็มักกจะหงุดหงิด
ด้วยว่าทำไมลูกจึงไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย

ผลลัพท์ที่ได้เหรอครับ
ทักษะการพิมพ์ดีดก็กระท่อนกระแท่นไปทีละนิด
แต่สุขภาพจิต และความสัมพันธ์พ่อ-ลูก แย่ลงเรื่อยๆ 

หลังจากนั้น ผมก็ลองปรับโปรแกรมการฝึกใหม่
โดยให้เขาเล่นเกมส์ที่เขาอยากจะเล่นก่อน
กำหนดเวลาเล่นเกมส์ให้แน่นอน
เช่น 20 นาที ถึง ครึ่งชั่วโมง

เมื่อเล่นเกมส์ที่ชอบจนพอใจ
(อาจจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องเลิก)
แล้วก็ค่อยมาฝึกพิมพ์ดีดตบท้าย
ผมพบว่าแบบนี้กลับดีกว่า
เพราะเวลาเขาฝึกพิมพ์ก็ไม่หงุดหงิดเหมือนก่อน
(ก็ได้เล่นเกมส์สมใจในระดับนึงแล้วนี่)
หลังจากนั้น ผมก็จะให้ฝึกต่ออีกแค่ 10 - 15 นาที ต่อครั้ง
อาทิตย์นึง ก็ 2-3 ครั้ง

หลังจากเปลี่ยนกลยุทธ์ก็คิดว่า
ทักษะการพิมพ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
มือไม้เริ่มดูดีขึ้น
ที่สำคัญสุขภาพจิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ดีขึ้น
และตัวผมเองก็ต้องลดความคาดหวังลงบ้าง
คิดว่า 7 วันไม่ได้
7 เดือนก็ยังโอเคน่ะ
สำหรับเด็กตัวแค่นี้
ได้แค่นี้ก็นับว่าน่าพอใจแล้วล่ะ

(ขณะเวลาที่เขียนบันทึกนี้อยู่ฝึก
ได้ประมาณครึ่งนึงของบทเรียนแล้วครับ) 

ผมจึงตั้งใจเขียนบันทึกเพื่ออยากแบ่งปันประสบการณ์
ของการฝึกพิมพ์ดีดกับเด็กวัยซน ให้แก่ท่านที่สนใจ
และอีกส่วนหนึ่งก็ตั้งใจจะช่วยโฆษณา
ให้กับทางคุณเชิญศิริฯ และทีมงาน
เพื่อเป็นการไถ่ถอนความรู้สึกผิดเล็กๆ ในใจด้วยครับ 
(อย่าบอกใครนะว่าผมเคยแอบก๊อปปี้โปรแกรม
ไปให้เพื่อนๆ ลูกได้ฝึกฝน..แต่ก็แค่สองสามคนเองนะครับ)
เลยต้องช่วยเขาโฆษณาเพื่อทำคุณไถ่โทษเสียหน่อยครับ

ผมหวังว่าท่านที่ได้อ่านบันทึกนี้แล้ว
ท่านอาจจะอยากซื้อหนังสือและซีดีโปรแกรม
เพื่อไปฝึกฝนให้กับลูกหลาน หรือลูกศิษย์
ถ้าจะให้ดีก็ตั้งแต่อายุ 10 ขวบขึ้นไป 
สามารถปล่อยให้ฝึกเองได้เลย

แต่ถ้าเป็นเด็กเล็ก 5-6 ขวบก็ยังพอไหว
ต้องหลอกล่อกันเหนื่อยนิดนึง
และควรจะต้องมีครู หรือผู้ปกครอง
ที่พิมพ์สัมผัสเป็น คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
จะได้ช่วยแก้ไขเวลาใช้นิ้วไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกเขาได้ฝึกฝนทักษะที่ห้าของการสื่อสารในยุคไอที
นอกเหนือไปจาก "ฟัง" "พูด" "อ่าน" "เขียน" แล้ว
"พิมพ์ดีด"  ก็เป็นทักษะหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
และมีแนวโน้มว่าจะจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่จะสร้างเด็กให้เป็น Blogger รุ่นเยาว์

และในอนาคตหากลูกผมฝึกฝนจนจบครบกระบวนท่าเมื่อไหร่
คงได้กลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง
แต่ก็ไม่แน่ว่าคราวนั้น
ผมจะให้เขามาเปิดบล็อกใน GotoKnow
แล้วเล่าด้วยตัวเขาเองเลยล่ะ


เอาจริงเอาจังขนาดนี้...พอมีแววบ้างมั๊ยคร๊าบ...


ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร๊าบ...

หมายเลขบันทึก: 239882เขียนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2009 16:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:15 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (56)

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันได้ตามอัธยาศัยนะคร๊าบ...

:)

สวัสดีค่ะคุณ ณภัทร๙

อ่านแล้วต้องอมยิ้ม ... จนกระทั่งได้หัวเราะ ก่อนจะต้องออกไปทานข้าวเที่ยง.....555555...เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ ... เห็นใจคุณพ่อจังเลยค่ะ

 ผมจึงเกิดอาการเลือดขึ้นหน้าอย่างแรง
ประมาณว่า
ตัวเราหรือก็มีทักษะพิมพ์ดีดไม่เป็นสองรองใคร
(ในบ้านนะครับ นอกบ้านผมไม่รู้)
เสียศักดิ์ศรีลูกชายนักพิมพ์ดีดมือวางอันดับหนึ่งในบ้านอย่างแรง
อย่างนี้ยอมไม่ได้ซะแล้ว
แต่พอเลือดที่หน้าเริ่มกลับไปสู่อวัยวะอื่นๆ
จึงเริ่มตั้งสติได้แล้วก็เริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาใหญ่ก็คือ...


5555... อย่าเครียดเกินไปนะคะ เรื่องพิมพ์ดีดน่ะ เป็น ทักษะ นะคะ การได้ฝึกพิมพ์บ่อย ๆ จะดีขึ้นเองค่ะ 

มีตัวอย่างพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง พิมพ์สัมผัสไม่เป็น ใช้นิ้วจิ้มดีด แต่ใช้ 8 นิ้วในการจิ้มดีด นะคะ เร็วกว่าพิมพ์สัมผัสมากเลยค่ะ

ข้อสำคัญได้แนวคิดว่า...การจะให้เด็กเรียนรู้ได้ดี ต้องทำให้เขารู้สึก พอใจ ก่อน เป็นจิตวิทยาเด็เลยล่ะค่ะ

ขอให้ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้ลุกชายเป็น นักพิมพ์ดีดมืออาชีพในเร็ววันค่ะ

(^__^)

ปล.แล้วจะไปหาซื้อมาสอนหลานบ้างค่ะ

 

สวัสดีค่ะ

  • ติดตามมาจากคำแนะนำค่ะ
  • ขอชื่นชมว่าเป็นบันทึกที่ยาวมากนะคะ
  • พี่คิมได้พิมพ์ออกมา 3 ชุดให้เด็ก ๆแบ่งกันอ่าน
  • และเรียนรู้เอาเองบ้าง
  • จะไปหาซื้อคู่มือมาฝากเด็ก ๆค่ะ
  • ขอขอบคุณในความรู้สึกที่ดีต่อพี่คิมและน้องฝน
  • ป้าครูคิมขอเป็นกำลังใจให้น้องชายตัวน้อยนะคะ

 

ส่วนตัว..ตัวเองแล้วไม่ได้พิมพ์สัมผัสเพราะไม่เคยเรียน..จิ้มจิ้มแต่ก็รวดเร็วได้เช่นกันอิอิ..ทึ่งคนที่พิมพ์สัมผัสได้..เก่งมากมาก..เด็กสมัยนี้พิมพ์สัมผัสทั้งนั้นเพราะเขาเรียนมาอย่างถูกวิธี

  • มาเรียนรู้วิธีพิมพ์ดีดค่ะ (ล้อเล่น)
  • คุณลูกถอดแบบมาจากคุณพ่อได้น่ารักเหลือเกินนะคะ
  • ดื้อ ซน ชน เงียบ
  • จะมาติดตามอ่านกระบวนท่าสุดท้าย "กระบี่อยู่ที่ใจ" ค่ะ

ขอบคุณครับ ท่านจอมยุทธ์ไร้ราก

P

หากลองซื้อไปสอนหลานดูแล้ว
ได้ประสบการณ์มันส์ๆ ก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

:)

บันทึกยาวดีจังค่ะ

เดี๋ยวมาใหม่น่ะค่ะ ยังไม่ทันอ่าน

แว้ปปปปปปปปป

ขอบคุณมากครับ คุณพี่ครูคิม

P

 

หวังว่าโปรแกรมนี้คงมีประโยชน์กับบรรดาลูกศิษย์ของคุณครูนะครับ
สำหรับเด็กมัธยมน่าจะสบายหายห่วง
ถ้าใช้แล้วประสบผลอย่างไร
ช่วยกลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

<h3><span style="color: #3366ff;">โห..พี่ณภัทร</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ทำไมลูกพี่อายุ 6 ขวบ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ต้องฝึกพิมพ์ดีดแล้วเหรอค่ะ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">กอฝึกพิมพ์ดีดตอนอาย 16</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ว้าวต่างกันตั้ง 10 ปี</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ทำไมเดี๋ยวนี้โลกมันไปเร็วจัง</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ตายแล้ว ตามไม่ทัน</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">มีโปรแกรมสอนพิมพ์ดีดแบบนี้ด้วยน่ะ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">เด็กนั่งหน้าจอ ควรพักสายตามาก ๆ น่ะค่ะ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">เวลาเรียนก็ใช้สายตาเยอะแล้ว กลับมาฝึกพิมพ์ดีดหน้าจอคอมฯอีก</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ระวังจะสายตาสั้นตั้งแต่เด็กน่ะค่ะและจะสั้นเพิ่มขึ้นน่ะค่ะ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ไม่เชื่อล่ะสิ ว้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">กอว่า รีบเร่งเด็กมากไปน่ะค่ะ คุณครูสมัยนี้</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">น่าจะให้กลางวันเรียน ตอนเย็นเล่นเกม หนึ่งชั่วโมง</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">แล้วก็ปฏิบัติธรรม หนึ่งชั่วโมง</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">อิอิ </span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">เอาแล้ว กอว่ากอไปดีกว่าค่ะ</span></h3>

<h3><span style="color: #3366ff;">ขอบคุณน่ะค่ะ</span></h3>

อ้าว เม้นกอเป็นอะไร

ทำไมออกมาเป็นแบบนี้

  • ท่าทางหลานมีแววจริงๆๆด้วย
  • สำเนาถูกต้องเลย
  • ลูกใครหนอ
  • ผลผลิตนี้จากคนไหนหนอ ล้อเล่น
  • อิอิๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณครับ ท่าน ศน. add

P

จะจิ้มดีด หรือจะพิมพ์ดีด
ถ้างานออก รวดเร็ว ทันใจ
ก็คงไม่ต่างกันครับ
ชอบแบบไหน
ถนัดแบบไหน
ตามอัธยาศัยครับ

พอดีผมเคยฝึกมาแบบนี้
เลยคิดว่าน่าจะโอครับ

ว่าแต่ว่า ยังไม่เคยเห็น
โรงเรียนสอนจิ้มดีดเลยครับ
หรือว่า ท่านศน. จะลองเปิดดู

:)

ขอบคุณครับ คุณพี่ศิลา

ว่าแต่ว่า...ชมลูกหรือชมพ่อกันแน่ครับ!!!

:)

สวัสดีคะ พี่ณภัทร

รอลูกชายพี่มาเปิดบล็อกค่ะ

เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ถึงไม่บันทึกบ่อย อิอิ ยาวมากๆ แต่ขอบอกว่ามีประโยชน์ค่ะ

สวัสดีครับ น้องกอ

P

 

ขอบคุณมากๆ สำหรับความห่วงใยที่มาจากใจ
ไม่ต้องห่วงนะครับ มีท่าน ผอ. คอยคุม
อยู่อีกคน ช่วงนี้ให้ฝึกเฉพาะช่วงวันหยุดครับ

ส่วนเรื่องปฏิบัติธรรมกับเด็กวัยนี้
เคยลองบ้างเหมือนกัน
ให้นั่งสมาธิน่ะ
แต่อย่าว่าแต่ 1 ชั่วโมงเลย
1 นาทียังนั่งไม่ค่อยอยู่เลย
เลยต้องปล่อยไปก่อน
ถ้าน้องกอ หรือท่านอื่นมีเทคนิค
การหลอกล่อดีๆ ก็แนะนำกันได้นะครับ

สวัสดีครับ น้องพอลล่า

P

ยังมีที่ยาวกว่านี้อีกนะ
แต่ไม่รู้จะมีประโยชน์หรือเปล่านะ

เอาไว้รอฤกษ์งามยามดี
ค่อยปล่อยออกมาครับ

ขอให้มี "สุขภาวะ" ที่ดีในการทำงานครับ

:)

สวัสดีครับน้องณภัทร๙

ไม่น่าห่วงหลานชายไปโลดแน่ เพราะมี ผบทบ(ผู้บัญชาการที่บ้าน)คอยสั่งงานกำกับอยู่

ถ้าหลานชายพิมพ์ไม่ได้ ต้นแบบต้องรับผิดอย่างเดียว 555555555

อ๋อ....พี่ณภัทร

ปฏิบัติธรรมของพี่ณภัทรคือให้ลูกนั่งสมาธิเหรอค่ะ

อิอิ อย่าว่าแต่เด็กเลยค่ะ

ขนาดกอเองนั่งสมาธิได้มากที่สุด ไม่เคยเกิน 20 นาทีค่ะ

กอหมายถึง ชั่วโมงนึงกับการปฏิบัติธรรม

คือ แล้วแต่พ่อแม่จะให้ลูกธรรมอะไรค่ะ

เช่น ธรรม 1 พาลูกไปเที่ยวบ้านคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย วิ่งเล่นกับลูกหลานคนอื่นตามสนามหญ้า เพราะอยู่ที่โรงเรียน ลูกเราจะเจอครูสอนมากกว่าที่เราสอน ลองคิดดูสิค่ะ วันนึงอยู่โรงเรียนกี่ชั่วโมง กลับถึงบ้านก็นอน พอตื่นเช้าก็ไปอีกแล้ะ คำสอนจากพ่อแม่และปู่ย่าตายาย จึงเป็นธรรมอันวิเศษอย่างนึง ที่เด็กไทยเราสมัยนี้ไม่ได้รับค่ะ

ธรรม 2 พาลูกไปเที่ยวลานวัด อิอิ พาไปวิ่งส่งเสียงแจ้วๆ เหมือนกอตอนเด็ก ๆ พาไปบ่อย ๆ อีกหน่อยจะนึกว่าวัดก็เหมือนบ้าน บ้านก็เหมือนวัด ทุกที่มีพระอยู่ในใจ พ่อกับแม่ก็เป็นพระในบ้าน คอยสอนธรรมให้เราได้ พระอยู่วัดก็เหมือนพ่อกับแม่ ท่านก็ปราถนาดีกับเราได้

ธรรม 3 พาลูกไปดูการแสดงบันเทิง การละเล่น ที่สนุกสนาน โดยที่เค้าได้ไปกับเพื่อน ๆ ด้วย มีพ่อแม่และพ่อแม่เพื่อน และเพื่อนพ่อแม่ และเพื่อน ๆ อิอิ พ่อแม่ก็จะได้หัวเราะกันตามภาษาเพื่อน ลูก ๆ ก็จะได้ซนกันเต็มที่ อยากให้ลูกมีจิตใจดี ลูกต้องเรียนรู้ความเป็นเพื่อน

สามธรรมนี้เป็นตัวอย่าง อิอิ ธรรมของกอไม่ได้หมายถึงการนั่งสมาธิค่ะ กอไม่ชอบนั่งสมาธิ ง่วงนอน อ๋อ อีกอย่างนึง นึกออกแล้ว ธรรมอีกอย่างนึง เปิดเพลงสนุกสนานตอนเย็น ๆ ตามใจพ่อแม่มั่ง ตามใจลูกมั่ง สร้างงานเลี้ยงในบ้านอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี เต้นจ้ำบ่ะกัน อิอิ หมายถึง เต้นเชิงออกกำลังกายค่ะ จ้ำๆๆๆๆบ่ะๆๆๆๆๆๆๆ

โชคดีมีความสุขค่ะ

ธรรม 2

ขอบคุณครับ ท่านผู้เฒ่าตั(วอย่า)ง

นั่นสิครับ

งานนี้ถ้าพลาดสงสัยจะโดนท่าน ผบ.ทบ. ตัดเงินเดือนเป็นแน่

ตอนเรียนพิมพ์ไม่เอาไหน มาพิมพ์เก่งตอนรู้จัก G2K นี่แหละค่ะ อิอิ

แวะมาทักทายค่ะ ทานข้าวเย็นให้อร่อยนะค่ะ

P

สวัสดีครับ น้องกอ

ขอบคุณมากครับสำหรับ
ธรรมสามสี่หมวดที่แนะนำ...สุดยอดจริงๆ
เดี๋ยวจะหาเวลาลองทำ "ธรรม" ที่น้องกอว่าดู

ติดอยู่อย่างเดียวล่ะ
เต้นจ้ำบ๊ะๆๆๆนี่ขอไว้ก่อนนะ

 

ขอบคุณครับ คุณลูกแมวกระโดด

P

อย่างนี้ต้องบอกว่า

เรียนเพื่อให้รู้หลัก
แต่ทักษะจะเกิดต้องหมั่นทำ

ใช่ไหมครับ

  สวัสดีค่ะ... น้อง  P  ณภัทร๙

      *  พิมพ์สัมผัสไม่เป็น จิ้มมาโดยตลอด เรียนรู้ด้วยตนเองค่ะ

      *  แต่ชื่นชมคนที่พิมพ์สัมผัสได้นะคะ

      *  ดูท่าทางหลานจะอนาคตไกล  ท่าทางคล้ายมืออาชีพ

      *  ฝากสุขสันต์วันวาเลนไทน์ทั้งครอบครัวนะคะ

                     
                       

มาสวัสดีวันวาเลนไทน์ มอบดอกไม้แด่ผู้ชายหัวใจอบอุ่น และเกื้อกูลกันเสมอมาจ้ะ....คัดสรรดอกคู่สีชมพูให้โดยเฉพาะ...

ขอให้ดำรงไว้ซึ่งความรัก ความเมตตาที่มีให้แก่กัน ทุก  ๆ วันไม่เสื่อมคลายค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพ่อยอดเยี่ยม

...

โห เก่งจังค่ะ ... คิดถึงช่วงตอนฝึกเรียนพิมพ์ดีด ใหม่ๆ บอกได้ว่า โหดค่ะ .. แล้วเด็กๆ ผู้ชายนี่ สุดยอดคร้าบบบ เป็นกำลังใจให้ค่ะ เวลาคงไม่สำคัญว่า นานแค่ไหนค่ะ ... หากถูกต้องตั้งแต่เริ่ม ต่อไปจะพัฒนาความเร็วเองค่ะ ... ช่วงไปเรียน ใช้เวลาวันละแค่ หนึ่งชั่วโมง หนึ่งปีค่ะ

...

เป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับคุณพ่อและคุณลูกนะคะ

สุขสันต์วันแห่งรัก อบอุ่นในครอบครัวค่ะ

สวัสดีครับคุณ ณภัทร๙

แฮะๆผมไม่ถนัดเลยครับพิมพ์ดีด ขอแวะปั่นสามล้อมาเติมคำว่ารักที่ห้องนี้เฉยๆได้มั้ยครับ :)

สุขใจสุขใจคร๊าบ

ท่านพี่ อ.ขจิต ครับ...

P

ลูกผมยังไม่ละเว้นเลยหรือครับ...
สงสัยว่าวันนี้จะต้องไปหา "ฝอยทอง"
กินกันให้หายแค้นหน่อยนะลูก

(เอาจริงนะครับไม่ล้อเล่น)

 

:)

สวัสดีค่ะ

มาขอบคุณ ความคิดเห็น ที่ทำให้เกิดมุมมองที่แตกฉานยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ....

จะเขียนยาว สั้น ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่ต้องการจะ "สื่อ" ... ว่าไหมคะ

ส่งภาพนี้มาให้แทนคำขอบคุณค่ะ....

เริงระบำดอกหญ้า... คือ ธรรมชาติที่ชูใจด้วยความเรียบง่ายและสมถะ ถ่อมตน ....^_^....

ผมไม่ค่อยถนัดพิมพ์สัมผัส...

เป็นแต่จิ้มดีด

แต่การพิมพ์แบบจิ้มๆๆๆ มีข้อดีนะครับ คือ ไม่เคืองตา เวลานั่งหน้าจอนานๆ เพราะต้องก้มมองแป้นพิมพ์ตลอด อิๆ

ขอบคุณนะครับ

P

สำหรับภาพสวยๆ แถมด้วยความหมายดีๆ

ขอบคุณครับ คุณพิทักษ์

P

ที่ช่วยชี้ให้เห็นข้อดีของการจิ้มดีด
ได้เปลี่ยนเป้าสายตาตลอดเวลา สายตาไม่เสีย

แถมยังบริหารต้นคอจากการก้มๆ เงยๆ ได้อีก

เยี่ยมครับ

สวัสดีครับ คุณพี่หมอเจ๊ฯ

P

ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนครับ

แวะมาขอบคุณกัลยาณมิตรค่ะ

โจทย์ที่ไปวางไว้ที่บันทึกของคนไม่มีราก...คงได้แลกเปลี่ยนกันในโอกาสต่อไปนะคะ ...

วันนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ

(^___^)

ขอบคุณมากครับคุณวันวันหนึ่ง

P

จะมาแบบไหน มารถอะไรก็ดีใจ
และขอบคุณทั้งนั้นแหละครับ

:)

ขอบคุณครับสำหรับเค็กน่ารักน่ากิน

P

และขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ

P

ขอบคุณเช่นกันครับคุณพี่ศิลา(ณี)

สำหรับสิ่งดีๆ และคำแนะนำดีๆ
ที่มีให้เสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง

แล้วพบกันที่ ศาลาคนสุขนะครับ

P

ขอบคุณครับคุณพี่สาวสวยมวยไทยและใจดี

ผมก็ชื่นชมคนที่จิ้มดีดได้จนชำนาญเช่นกันครับ

@ ตามมาขอบพระคุณที่แวะไปเยี่ยม

@ และยินดีที่ได้รู้รัก

@ คงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่ออีกหลายๆ ครั้ง

@ ขอเป็นกำลังใจกับว่าที่ blogger ตัวน้อยครับ

เยี่ยมเลยครับ..

ไม่รู้จะบอกกล่าวด้วยถ้อยคำใดดี จึงได้แต่ขอบคุณที่ถอดสาระมาให้ได้รับรู้อย่างง่าย-งาม

ขอบคุณครับ,

P

ขอบคุณนะครับสำหรับการมาเยี่ยมเยียน

ได้ความรู้ มากมายค่ะ

มีอีกปัญหาสิคะ

 

ลูกชอบพิมพ์มากกว่าชอบเขียน ลายมือโย้เย้มาก

(แม่เคยคัดลายมือที่หนึ่งนะคะ)

พี่ว่า เริ่มเป็นอีกปัญหานะคะ เด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบเขียนมือ ;P

P

ขอบคุณครับ คุณพี่ภูสุภา

เห็นด้วยครับว่า มันจะกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่ง

ตัวผมเองในขณะนี้ ถ้าให้เขียนงานด้วยลายมือ

ก็จะไปไม่เป็นเช่นกัน

มันติดที่จะคิดแล้วก็พิมพ์ออกมาเลย

เพราะสะดวก รวดเร็วกว่า ผิดก็ลบแก้สะดวก

ดูๆ ไปมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ

ทำให้ไม่ค่อยปราณีตเท่าที่ควร

พี่ก็เป็นค่ะ ชอบพิมพ์ไปคิดไป เขียนน้อยลง..อย่าว่าแต่เด็ก ๆเลยเน้อ 

อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยพี่บังคับตัวเองได้อย่างหนึ่งค่ะ แต่ละสัปดาห์ ต้องเขียนจดหมายด้วยลายมือให้ลูก

แอบคิดว่า เขาน่าจะรู้นัยยะของเรา ว่าอยากให้เขาเขียนด้วยลายมือบ้าง

แต่ทว่า

เกือบหนึ่งปีได้จดหมายตอบแบบใช้ลายมือ..อืม..ตั้งหนึ่งฉบับ ค่ะ

 

 

สวัสดีค่ะ พี่ณภัทร อิอิ

พอลล่ามาขอบคุณพี่ค่ะ

กราบงามๆ นะคะ

P

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ คุณพี่ภูสุภา

เห็นความตั้งใจของคุณพี่แล้วน่านับถือจริงๆ ครับ

:)

P

ขอบคุณเช่นกันครับ

ที่นำเรื่องราวดีๆ ที่อบอุ่น (และรูปอาหารอร่อยๆ)

และมาให้ดูและอ่านกันอย่างสม่ำเสมอครับ

  •  
    • สวัสดีค่ะ
    • สบายดีไหมคะ
    • ช่วงนี้ใกล้สอบ
    • งานยุ่งค่ะ
    • แต่คิดถึงเหมือนเดิมนะคะ
    • (มาส่งอาหารมื้อดึกค่ะ...เผื่อหิวค่ะ)
  •  

×÷•.•´¯`•)» บ้านรักษ์สุขภาพ «(•´¯`•.•÷×

P

ขอบคุณครับ คุณครูดีที่ปลายฟ้า

สำหรับ "เสบียงใจ" ในยามดึก

สวัสดีค่ะ

*เป็นเกมที่มีประโยชน์อย่างมากค่ะ  ขอบคุณนะคะ

* ผู้ปกครองและคุณครูสามารถนำมาใช้ได้โดยวางเงื่อนไขให้เด็กแข่งกันค่ะ..สนุกดีค่ะ

* สุขกายสุขใจนะคะ

P

ขอบคุณครับ คุณพี่พรรณาฯ

เห็นด้วยครับกับไอเดียจัดแข่งพิมพ์ดีด

บรรจุเป็นกีฬาสาธิตในงานกีฬาสีของโรงเรียนปีนี้เลยดีไหมครับ

:)

ท่านจอมยุทธตอนนี้จอมยุทธหญิงต้องกลับสำนักเดิมแล้ว

ดูแลตัวเองกะบล๊อกดีดีนะ

โดนทำลายวิทยายุทธแล้ว..ป่นปี้หมดจากจอมมาร..อันนี้เลยขอกลับบ้านก่อน

มีอะไรดีดีก็ไปหาที่สำนักของจอมยุทธหญิงได้..http://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem124076.html

ที่นั่นมีจอมยุทธเชิงกลอนมากมายมีน้ำใจสูงส่ง..เชิญท่านแวะเยี่ยมได้นะคะ

รักษาสุขภาพค่ะ

คนจะมา จะไป ใครเล่าห้าม

ดั่งสายน้ำ เลื่อนไหล ไปทุกหน

ดั่งเวลา เลื่อนไป ในกมล

เก็บหนึ่งคน ในห้วง ความทรงจำ

ไปดีมาดีนะครับ ท่านอาจารย์พิมเหล่งนึ่ง

คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ เมื่อไหร่ก็กลับมาเยี่ยมเยียนกันบ้าง

มิตรภาพนั้นหากเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

หมดอาจารย์พิมเหล่งนึ่งไปคนนึง

ศิษย์น้อยคงต้องไปดั้นด้นค้นหาอาจารย์เอี้ยก้วยเตี๋ยวเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์

อยากได้โปรแกรมนี้จังเลยค่ะ มีประโยชน์มาก

ต้องทำอย่างไรบ้างคะ

รบกวนแนะนำหน่อยค่ะ

ดาวโหลดยังไงค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี