เลิกกลัวหมอฟันกันซะที



เมื่อวานผู้เขียนได้ไปตรวจสุขภาพฟันประจำปีที่ศูนย์ทันตกรรมโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ซึ่งเป็นประจำที่ต้องทำปีละสองหนเพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดี สมัยก่อนผู้เขียนเป็นคนที่กลัวหมอฟันมาก แค่ได้ยินเรื่องทำฟันก็จิตตก ถ้าต้องไปหาหมอก็จะเกิดอาการกินข้าวไม่อร่อยล่วงหน้าเป็นวัน เคยถึงขนาดโดดลงจากเตียงเมื่อฉีดยาชาเสร็จ วิ่งหนีกลับบ้านเลย แม่กับหมอก็เซ็ง เหลือสองคนคุยกันเอง คนไข้หนีไปแล้ว 555 พอโตก็หนักกว่าเดิมเพราะดันมีฟันคุดเยอะกว่าชาวบ้านชาวช่อง ผ่าไปหลายรอบ เล่นเอาขวัญกระเจิงอีกครั้งทั้งๆ ที่ไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว

แต่มาวันนี้ความกลัวบรรเทาลงตั้งแต่เริ่มจัดฟันเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา เพราะเจอจนเริ่มชิน ประกอบกับที่ได้เข้าใช้บริการของโรงพยาบาลที่กำจัดภาพลักษณ์ความน่ากลัวของการทำฟันออกไป บริการชั้นเยี่ยม รู้สึกเป็นกันเอง การตกแต่งสถานที่ก็ทำให้เราผ่อนคลาย ไม่มีความรู้สึกว่านั่งรอเชือด ตั้งแต่นั้นมาก็เลยใช้บริการที่นี่มาตลอด หมอนัดก็ไม่เบี้ยว แถมถ้ากลัวลืมก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะที่นี่เขาโทรมาเตือนก่อนหน้า 1 อาทิตย์ พอใกล้วันก็โทร confirm ความสะดวกของเราอีกที

 

เมื่อเข้าไปใช้บริการก็จับเราถ่ายเอ็กซ์เรย์ทั้งปากเพื่อเน้นการรักษาที่ถูกต้อง เครื่องทันสมัย แค่ยืนเข้าไปเอาหน้าตั้งบนที่รอง ปากกัดแท่งพลาสติกไว้ เอามือจับเครื่อง ไม่กระดุกกระดิก เครื่องหมุนรอบๆ หัวเรา 17 วินาที ก็เสร็จพิธีการเอ็กซ์เรย์แล้ว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ผู้เขียนกลัวมากคือต้องยัดแผ่นอะไรก็ไม่รู้เข้ามาในปาก ยัดเข้ามาจนปากจะฉีก ขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องน่ากลัวกลายเป็นเรื่องชิลด์ๆ จากนั้นก็ไปนอนรอคุณหมอประจำของเรา มีจอให้เราเห็นภาพฟันตัวเองที่พึ่งไปเอ็กซ์เรย์มา นั่งนับเพลินๆ อ้าว เหลือแค่ 27 ซี่เองนี่นา ถอนแต่เด็กไป 1 ผ่าไปอีก 4 เชียวหรือ - - " ชักจะจำไม่ได้ สรุปว่าเหลือแค่นั้นจากที่ควรมี 32 ซี่

คุณหมอก็ซักอาการฟันที่อุดไว้ คุยกันสักแป๊บก็ลงมือปฎิบัติการเชือด เอ้ย...ขูดหินปูน มือเบามากค่ะ สบายๆ จนไม่รู้สึกทรมาน มีเพลงฟัง ผ้าปิดตาก็สีชมพู relax นี่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องอ้าปากค้างคงหลับไปแล้ว แต่ก็คิดในใจว่าเหมือนล้างขัดเคลือบสีรถเลย มีทั้งกรอ ทั้งขุด ทั้งปั่นขัดเงา อิ อิ 1 ชั่วโมงผ่านไปก็เสร็จเรียบร้อย โล่งสบาย หมอก็เตือนเรื่องมีแนวโน้มที่ฟันจะผุ 1 ซี่ ให้หมั่นใช้ไหมขัดฟันตรงบริเวณนั้น แล้วก็เตือนให้ใส่รีเทนเนอร์ทุกวัน รวมทั้งแนะนำให้หาซื้อยางลบพิเศษมาทำความสะอาดคราบจากรอยที่กรอไว้เพื่อติดเหล็กดัดฟัน (เมืองไทยไม่มี เดือดร้อนต้องไปหาของญี่ปุ่นมาอีกแล้ว) จากนั้นก็ทำนัดไว้ เดือนสิบเจอกันใหม่ ประชาสัมพันธ์จะโทรมาเตือนเช่นเคย แต่บอกไว้แล้วว่าอย่าโทรมาตอนเช้า ยังไม่ตื่นจะทำให้งงๆ คุยไม่รู้เรื่อง ปิดท้ายบริการด้วยการขายตัวเคลือบฟันให้เอามาถูๆ ก่อนนอนเพื่อฟันแข็งแรงและขาวสวย หลอดนึงตั้งแพง เอาก็เอาเพื่อฟันที่ต้องอยู่ไปอีกหลายสิบปี เบ็ดเสร็จบริการเลิศหรูดูไฮซ้อ หมดไปแค่ 1600 + ตัวเคลือบฟัน 750 บาท สบายกระเป๋า สบายใจ สบายฟัน


(update ภาพเพิ่มเติมหลังจากพาหลานไปแล้ว ให้ดูบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้นในการทำฟัน)

วันนี้บ่ายโมงเป็นคิวหลานกับน้องชาย เพราะหมอของเขามาวันนี้ คือทำช่วงเดือนเดียวกันหมดบ้าน เดี๋ยวจะไปนั่งเป็นกำลังใจอย่างเดียว เพราะเราเรียบร้อยไปแล้ว สัญญากับหลานไว้ว่าถ้ายอมให้หมอดูฟันโดยดีจะซื้อปืนฉีดน้ำแบบบาซูก้าให้ ท่าทางจะได้ผล แต่เดี๋ยวต้องรอดูความประพฤติอีกทีนึง : ) เล่ามาซะเยอะแยะก็หวังว่าทุกคนจะเลิกกลัวหมอฟันซะทีนะคะ ควรไปตรวจสุขภาพช่องปากและฟันปีละ 2 ครั้ง ฟันจะได้อยู่กับเราอย่างมีคุณภาพไปอีกนานๆ กันไว้ดีกว่าแก้นะคะทุกท่าน

หมายเลขบันทึก: 175409เขียนเมื่อ 5 เมษายน 2008 09:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:55 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (36)

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่นำเรื่องมาแบ่งปันนะคะ

เป็นคนนึงที่กลัวการไปหาหมอฟันค่ะ

แต่ก็กลัวฟันผุด้วยไม่แพ้กัน

คงต้องหาโอกาสไปหาหมอฟันบ้างแล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้ว เหมือนเป็นวีระกรรมที่ยิ่งใหญ่เลยนะคะ ที่รวบรวมความกล้าหาญให้หมอฟัน ตรวจและจัดการกับฟันได้ อิๆๆๆ

ใครๆก็กลัวหมอฟันค่ะ แค่ได้ยินเสียงกรอฟัน ก็เสียวกรามแล้ว ไม่จำเป็นไม่อยากไปเล๊ย....

พอดีหมอประจำมือเบาหน่อย ค่อยยังชั่วค่ะ

P  คุณ Jaewjingjing

เรื่องกลัวนี่เป็นกันเยอะค่ะ แต่ถ้าเราเจอที่ที่ทำดี ความกลัวก็จะค่อยๆ ลดลงเอง แต่ก็ไม่ถึงขนาดหายหมดหรอกนะคะ เพียงแต่ไม่กลัวเยอะเท่าเดิม ส่วนตัวก็พยายามแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟัน แต่บางครั้งก็ยังมีหลงหูหลงตาไปบ้างจนกลายเป็นต้นตอของฟันผุ เท่าที่นับดูเมื่อวานมีอุดเล็กๆ ไปสองจุด อุดใหญ่หน่อยไปอีก 1 นอกนั้นก็ปกติดี ที่หมอเตือนมาเรื่องอีกจุดที่มีแนวโน้มว่าจะผุต้องรีบจัดการ แปรงและขัดบริเวณนั้นเป็นพิเศษ โดยรวมสภาพฟันค่อนข้างดีค่ะ อย่ากลัวเลย ไปหาเถอะ เดี๋ยวผุไม่รู้ตัวแล้วจะทรมานนะ เจ็บน้อยๆ แป๊บเดียว ดีกว่านอนปวดฟันทั้งคืน กินอะไรก็ไม่อร่อยด้วยค่ะ : )

P  พี่ศศินันท์

สำหรับคนไม่กลัวก็เป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนกลัวการทำฟันจะเข้าใจดีว่าประหนึ่งไปออกรบเลยทีเดียว หนูเคยไปคลินิกตอนเป็นวัยรุ่น ได้ยินเสียงกรอปรี๊ดๆ นั่งได้แป๊บนึงเปลี่ยนใจ เปิดประตูออกเดินกลับบ้านเลย หุ หุ แต่แล้วในที่สุดก็ต้องไปทำเพราะทนไม่ไหว

ตอนนี้โชคดีที่เจอหมอประจำตัวที่มือเบา เป็นอาจารย์หมอที่ดูเคสเสียวฟันไร้สาเหตุให้ตอนแรก แล้วจากนั้นก็ดูเราให้ตลอด ใจดีมากด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณซูซาน..

ต้นปีนี้ ต้อมให้ของขวัญ(จำเป็น)แก่ตัวเอง ก็คือ การครอบฟัน T_T กว่าจะได้ครอบฟันน่ะ ต้องรักษาคลองรากฟันก็เลยถูกหมอฟันฟันไปเหนาะเฉียดสามพันบาท เซ็งมาก ไม่รู้ว่าหมอสาวคนนั้นพูดแล้วไม่เข้าใจ หรือต้อมเข้าใจผิดกันแน่ ก็ตอนแรกเธอบอกว่ารักษารากฟันอาทิตย์ละเป็นเงินกว่า 500 บาท ไปราว 5-6 อาทิตย์ (อาจจะถึง 6 อาทิตย์) แล้วก็ครอบฟัน ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ 5-6 พันบาท ก็ตกลงกันแล้ว ปรากฏว่า พอถึงอาทิตย์ที่สอง รักษารากฟันเรียบร้อย ตอนจ่ายเงิน..เงินแตะแบ๊งค์พันที่เอาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ จู่ๆ เธอก็คว้าหมับแล้วบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "เสร็จแล้วค่ะ หมอขอเก็บเงินเลยนะคะ "

ต้อม... ห๊า ทำไมไม่ทอนเงินล่ะคะ ไหนบอกว่าอาทิตย์ละ 500 บาท เป็นเวลา 5 -6 อาทิตย์

เธอ...เสร็จแล้วนี่คะ ก็รอมาครอบฟันทีเดียวเลย

ต้อม...อ้าว เออ เอ๋อๆ อึ้งๆ ( คือนึกในใจว่าแล้วเธอจะไม่ทอนเงินให้ฉันรึ? )

ต้อมเดินงงๆ ออกจากคลีนิคเดียวที่มีอยู่ในอำเภอ........ย้ายคลีนิคค่ะ กลับไปหาหมอคนเดิมที่อยู่ต่างอำเภอดีกว่า ฮือๆๆ

กำลังจะจัดการกับฟันตัวเองอยู่ทีเดียวค่ะ

แต่ต้องรวบรวมทั้งเวลา เงินและ ความกล้าหาญ อิอิ

เพราะต้องบูรณะกันครั้งใหญ่ เนื่องจากอยากฟันสวย

เหมือนดารา งิงิ

เอ่อ.!! เจ้าเพื่อนตัวแสบ มันบอกให้ตายแล้วเกิดใหม่

ควรคบต่อไปมั๊ย ไอ้เพื่อนคนนี้ ช่วยคิดที ฮือฮือ >_<'

ซูซาน..

รูปหมอฟันหน้าตาคล้ายหมอฟันแถวบ้านพี่เลย นี่ขนาดมีผ้าปิดปากนะ..จริงๆนะ สงสัยจะเป็นนางแบบให้

พี่ไม่กลัวหมอฟันนะ เพราะมีแต่อุดกับขูด แต่ไม่ชอบเฉพาะตอน ขูดหินปูน นานๆจะเจอหมอใจร้ายขูดแบบนอนสต๊อป เคยเจอคนนึงที่โรงพยาบาลแถวบ้าน..คือเร่งขูดแบบไม่ได้พักหายใจ เลยเข็ด  ย้ายหมอมาคลีนิกแถวๆบ้านมีที่เอ็กซเรย์ทันสมัยแบบเดียวกันเลย ปีที่แล้วไปแทบจะวันเว้นวัน เท่ากับสิบครั้งในหนึ่งเดือน ซี้กันเลย  จริงๆพี่ทำแค่ 3 ครั้ง ที่เหลือของพ่อหนุ่มเค๊ารักษาราก เคยไปหาหมอถี่ไปหน่อย หมอบอกมาทำไมอีก  ไม่มีอะไรต้องรักษา ตอนนั้นรู้สึกว่า 4 เดือนแล้วไป ใจร้อนไปหน่อย

ดีจังมีเอาปืนฉีดน้ำมาล่อหลานด้วย ไปเป็นครอบครัวอบอุ่นดีนะ

  • สงสัยพี่กลัวเป็นสองเท่าของน้องแก้มยุ้ย
  • ฟันเลยหักไปสองซี่
  • ทำให้ฟันห่าง
  • เข้าใจว่าก่อนไปต่างประเทศจะไปทำฟันเหมือนกัน
  • โรงพยาบาลที่น้องแนะนำไว้
  • แต่ยังกลัวๆอยู่ดี
  • ทำไงดี
  • ฮือๆๆๆๆกลัวหมอฟัน..

P  คุณต้อม

น่าสงสารจังที่เจอหมอแบบนั้น สื่อสารอะไรกันผิดหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ผิดแล้วทำแบบนั้นกับเราก็แย่นะ ตอนนี้ครอบฟันหรือยัง

P  คุณ Stardust

นี่กำลังดูอยู่ว่าจะเคลือบสีฟันดีมั้ย กลัวมีผลไม่ดีที่เราไม่รู้ อยากฟันขาวจั๊วะเหมือนกัน เพราะตอนนี้ฟันเป็นระเบียบดีแล้ว ไม่ผุ ไม่มีปัญหาอะไร

P  พี่อุ๊

อิ อิ จำได้ ที่กลับมาแล้วเล่าให้ฟังไงว่าไปหาหมอฟันตลอดเลย หายไปนานๆ อย่างนี้กลับมาหมอคงคิดถึงนะ : ) วันนี้น้องทีมกว่าจะยอมให้ทำต้องทั้งขู่ทั้งปลอบทั้งล่อด้วยของเล่น สรุปว่ามีผุต้องอุดไปอีก 4 ซี่ สงสัยต้องมากวดขันวิธีการแปรงฟันใหม่ซะแล้ว ส่วนออย ต้องทำอีกเพียบเพราะทิ้งเวลามานาน ไม่ได้ดูแลเลย ต้องอุด รักษารากฟัน ครอบฟัน ทำอีกหลายครั้งทีเดียว เลยขอนัดอาจารย์หมอที่ทำให้เราเป็นคนดูแล วันนี้ก็ได้แต่ขูดหินปูนไปก่อน สองคนนี่รวมกันซัดไป 5,000 น้องทีมเยอะหน่อย เราก็มีหน้าที่จ่ายตามเคย แค่สองวันหมดไป 7,350 บาทไม่ขาดไม่เกิน เฮ้อ...เกิดเป็นเรานี่จ่ายยันเต แถมเป็นคนคะยั้นคะยอออยว่าให้ไปทำเถอะ เดี๋ยวออกตังค์ให้ งานนี้มีจ่ายอีกยาว 555 ไม่น่าหลงกลน้องเลย - - "

P  พี่ขจิต

โห...จนป่านนี้ยังไม่ได้ไปทำอีกเหรอ ครั้งที่แล้วที่โทรหาน้องน่ะจำได้มะ เราอยู่โรงพยาบาลพึ่งทำฟันเสร็จ นี่เราไปอีกงวดก็หกเดือนพอดีพี่ก็ยังไม่ได้ไปทำ อะไรกันเนี่ย เดี๋ยวก็เป็นแบบน้องชายเราหรอก ทำเพียบแปร้ ไม่ใช่ว่าไปครั้งเดียวเสร็จนะลูกพี่ ถ้าเป็นเยอะเขาก็ต้องนัดหลายครั้งอยู่ รีบไปซะ ถ้าต้องไปจ่ายค่าหมอฟันที่เมกาแล้วจะรู้สึก

  • อิอิสงสารน้องต้อม
  • แต่น้องขจิตอาการหนักกว่า
  • หุหุน้องซูซานพี่ก็กลัว ไม่ชอบเสียงเวลากรอฟัน
  • นอกจากเมื่อยปากแย้วมันยังเสียวฟันด้วยสิคะ

ก็ยังกลัวอยู่ครับ อิอิ

สวัสดีเจ้าค่ะ

น้องจิยังไม่เคยไปถอนฟันเลย ฟันน้ำนมยังเต็มปากอยู่เลย มีเพียงบางส่วนที่เป็นฟันแท้ น้องจิกลัวหมอฟัน 555++ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ

เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^

P  พี่นารี

ไม่ต้องกลัวแล้วค่ะ วันนี้หลานหนู 8 ขวบก็ทำมาแล้ว ทำเยอะซะด้วย อย่ายอมแพ้เด็กน้อยนะคะ อย่าคิดอะไร ไปหาเลย เดี๋ยวก็ผ่านไปแบบงงๆ เองแหล่ะ

P  คุณ suksom

แนะนำตามข้างบนเลยค่ะ อย่าคิดๆๆ ไปหาเลย คิดมากแล้วไม่ได้ไป

P  น้องจิ

น้องหนูอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ ฟันน้ำนมเนี่ยเขาร่วงหมดปากเมื่ออายุ 12-13 นะน้อง หมอเขาถึงยอมจัดฟันให้เด็กวัยรุ่นตอนอายุราว 15-16 เพราะว่าเป็นฟันแท้แล้ว ตอนนี้หนูจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วพี่ว่าเป็นฟันแท้หมดแล้วล่ะ เพียงแต่อาจจะยังขึ้นไม่หมด กว่าจะครบบางคนต้องรอถึงอายุ 30 พี่ว่าเราไม่สังเกตุหรือไม่รู้เองนะ พี่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร แต่ได้รู้จากการที่พาหลานไปทำฟันไง ไม่เชื่อก็ลองไปถามหมอฟันดู หรือไม่ก็รอคุณหมอฟันในนี้ผ่านมาเห็นแล้วช่วยตอบให้แล้วกัน ^ ^

  • น้องซูซานคะ
  • นอกจากความทรมานเรื่องการอ้าปากจนเมื่อย..และความเสียวฟันแล้ว
  • พี่เจออาการ..หมอคุยเรื่องตลกกับผู้ช่วย..แล้วมันขำ..น่ะ
  • แต่หัวเราะไม่ด๊ายยย..ปากไม่ว่างง่ะ
  • ทรมานอีกแบบนึงเลยค่ะ

สวัสดีจ๊ะ

พี่ไม่ค่อยกลัวหมอฟันเท่าไหร่ จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอนเด็กๆ กลัวไหม แต่ที่แน่ๆ คือผ่าฟันคุดไปหมดแล้ว จริงๆ แล้วคุดแค่สอง แต่คนละข้างกัน ดังนั้นฟันที่ีจะสบกันมันจะยาวออกมา ก็เลยต้องผ่าฟันกรามดีๆ อีก ๒ ซี่ออกไปด้วย เรียกว่าโดนโหดมาก เพราะจำได้ว่าโดนเข็มฉีดยาขนาดเข็มฉีดม้า ตัวเข็มใหญ่มาก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทำเล็กๆ ไม่ได้ แต่ก็โอเค กลั้นใจให้หมอฉีด เพราะรู้ว่าถ้าไม่ฉีดจะโหดมากเพราะกำลังจะเอาฟันดีๆ ออกซี่หนึ่ง มานึกดูดีๆ เราก็ทนเ่ก่งเหมือนกัน เพราะจำได้ว่าหมอคงเอาอุปกรณ์ประมาณสิ่วอันเล็กๆ มาตอกให้ฟันแตก เพราะหัวเราสะท้อนโป็กๆ เลย แ่ต่ไม่รู้สึกเจ็บเพราะโดนยาชา พอฟันแตกก็จะค่อยๆ คีบออกมาทีละชิ้น แต่ส่วนที่เป็นรากฟันเนี่ย คุณพี่(หมอฟัน)ท่านดึงจนหัวเราโยกออกจาก head rest เลยอ่ะ 5555

ทรมาณดีไหม... มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังสงสัยจะขัดกับบันทึกที่ไม่อยากให้กลัวหมอฟัน.. แต่ก็เป็นเรื่องจริงนะ พี่เองก็ไม่ได้กลัวหรือโกรธอะไรหมอ..ก็มันจำเป็นก็ต้องทำอ่ะ ฟันเราเยอะและแน่นเกินด้วย ขนาดเอาออกไปสี่แล้ว ฟันยังเบียดกันจนเกเลย อิิอิ

ซูซาน เป็นพี่สาวและอาที่น่ารัก น้องออยก็เลยโชคดี มีพี่สาวเป็นสปอนเซอร์... เข้ามาเห็นความคิดเห็นของอ.ตุ๋ย เล่าซะน่ากลัว แต่บอกไม่กลัว... เก่งจัง ความอดทนสูง แต่สมัยนี้เค๊าทายาชาก่อนฉีดยาชา  แต่เวลาไปบริจาคเลือดเข็มเบ่อเริ่มเหมือนกัน แถมไม่มีทายาชาก่อนอีก เวลาเอาเข็มออก รูโบ๋เลย

เนี่ยลืมเล่าให้ฟังว่าพ่อพี่เพิ่งหกล้มที่บ้าน ฟันหน้าหักไป1-2ซี่ เสียกำลังใจเพราะเป็นคนที่ฟันดีและแข็งแรงมาก (สงสัยเราเหมือนพ่อ) ไม่เคยต้องไปทำอะไรกับฟันมาก สงสัยเสียดายฟัน แต่กระดูกข้อมือร้าว เพราะเอามือยันไว้ ตอนนี้โอเคแล้ว

P  พี่ dd_L

อิ อิ ไม่เคยเจอหมอฟันเล่าเรื่องตลกซะที เจอแต่หมออารมณ์ดีฮัมเพลงไปด้วยระหว่างทำ เราก็นึกๆ กลัวอยู่ กลัวแกเพลินจนแถมซี่ที่ไม่ได้เป็นไร 555

P  พี่ตุ๋ย

เหมือนดูหนังสยองขวัญเลยอ่ะ เล่าซะกระจาย สยองมาก จริงๆ น้องเคยโดนหนักมาทีตอนผ่าฟันคุด ตอนนั้นพึ่งจะยี่สิบ ฟันมันคุดแล้วเจ็บมาก นอนอยู่ในเหงือกเกือบหมด โผล่มานิดเดียวแถมไปดันซี่ข้างๆ หมอบอกว่าเคสพิเศษ ไม่รู้พิเศษยังไง ให้ยากลับไปกินก่อน แล้วนัดผ่าแถมขอให้นักศึกษาแพทย์มาดู ก็โหดน้องๆ ที่พี่เล่าเลยล่ะ ทั้งผ่า ทั้งตอก ทั้งงัดเพราะซี่ใหญ่เอาขึ้นแล้วหักกลาง กว่าจะเสร็จแทบตาย งานนั้นหน้าบวมไปเป็นอาทิตย์ แถมตอนเอ็กซ์เรย์หมอบอกว่ามีอีกซี่คุด แต่ขนาดยังเล็กอยู่ ขอให้หายแล้วมาเอาออก น้องกลัวก็เลยทิ้งไว้ปีหนึ่ง คราวนี้เบ่อเริ่มเลย เจ็บอีกก็โดนอีกรอบ T_T มันจะคุดอะไรกันนักหนาเนี่ย

หนูผิดกับพี่ คือพี่ผ่าเสร็จแล้วไม่กลัว ส่วนน้องผ่าเสร็จไปไม่รู้กี่ครั้งก็กลัวเหมือนเดิม 555 นี่มีคนแอบเหน็บมาว่า "ของตัวเองรอดแล้วเลยโปรโมทหมอฟันได้อย่างสบายใจ เขียนได้เป็นฉากๆ" ก็นะ ถ้ากำลังรอทำใครจะกล้ามาเขียน นี่สบายใจว่าอีกนานกว่าจะเจอหมออีกที อิ อิ

P  พี่อุ๊

ฟังแล้วตกใจเลย พ่อพี่เป็นไงมั่ง ให้เราไปเยี่ยมให้มะ แต่ได้ยินว่าโอเคแล้วเลยค่อยสบายใจหน่อย ถ้าอยากให้พ่อกินไร หรือเอาไรให้บอกได้นะ จะเอาไปฝากแทน จะบอกพี่ว่าเรายังไม่เคยบริจาคเลือดเลยอ่ะ กลัวเข็มง่ะ - - " เห็นห้าวๆ แบบนี้แต่กลัวเข็มกลัวเลือดนะเนี่ย ทำใจยากสุดๆ วันนี้จะเอากระเป๋าให้พี่ปรากฏว่าป้าแดงแกไม่มาเพราะไปผ่าแล้วพักฟื้นอยู่ เดี๋ยวไว้เจอแกเมื่อไหร่จะเอาให้นะ

วันนี้โดนเด็กเป็นสิบรุมฉีดน้ำตอนไปช่วยโมณีคเติมน้ำ ตบะแตกเลยคว้าสายยางฉีดอาบน้ำให้เด็กซะเลย เปียกชุ่มกันทุกคนเพราะหนีเราไม่พ้น สายยางมันยาว ไม่มีเว้นแม้กระทั่งหลานตัวเอง ฉีดกระจาย ตอนหลังสั่นกันเป็นลูกนกเพราะวันนี้ฝนตกตอนเช้า อากาศครึ้มๆ เราเลยได้เล่นสงกรานต์ก่อนใคร แต่ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนเหมือนเด็ก เลยรู้สึกเหมือนจะไม่สบายเลย ตัวร้อนกับตาร้อนๆ นิดหน่อย คือคุณหนูกระหม่อมบาง เซ็งเลยป่วยง่ายจัง

พี่ไม่กลัวหมอฟัน แต่ขี้เกียจไปหาหมอฟันเพราะรอนาน บางทีดูๆ แล้วนัด ท้ายที่สุดก็ลืมนัดค่ะ ไม่ได้ไปหาหมอฟันนานแล้ว หลังจากไปทะเลาะกับหมอมา..อิอิ...ก็หมอมาทำเสียหงุดหงิดกะเราก่อนทั้งๆ ที่เราก็บอกความจริง ... ว่าฟันที่เธอกรอหนะมัคม บาดลิ้นเรา แต่เธอกลับหาไม่เจอว่าคมตรงไหน...เฮ้อออ

บอกตัวเองว่า ควรไปตรวจฟันได้อีกแล้ว แต่ยังไม่ฮึกสู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ซะที แต่ยังไงก็ต้องไปเร็วๆ นี้แหละเพราะน้องซูซานมาเตือนกันทั้งที จริงมั้ยจ้ะ ...ขอบคุณค่ะ

สงสารน้องต้อม โดนหมอฟัน จริงๆๆ ... อิอิ

ดีค่ะพี่ที่ไม่กลัวหมอฟัน แต่อย่าไปเถียงกับหมอตอนทำอยู่นะ เดี๋ยวเขาถอนแถมให้จะเดือดร้อน อิ อิ ว่าแล้วก็ควรไปตรวจนะคะพี่ ไม่งั้นอาจจะได้ใช้ฟันชุดที่สามก่อนกำหนด

ผมไม่ค่อยกลัวหมอฟัน เพราะว่าตอนเด็กๆ แม่ผมพาไปถอนฟันน้ำนมออก เข้าไปนอนดูนู่นดูนี่ที่คุณหมอเขาตกแต่งไว้หรอกเด็กบนหลังตู้บ้าง ตามผนังบ้าง สักครู่หมอบอก ลุกขึ้นได้ถอนเสร็จแล้ว 4 ซี่ งง เลยอ่ะ 555

กบนี่เก่งจังนะ แถวบ้านเราแต่ก่อนมีร้านหมอฟันอยู่ร้านเดียวเอง ดุสบัด แค่เห็นหน้าแกก็กลัวแล้วล่ะ ไม่ค่อยมีจิตวิทยากับเด็กเท่าไหร่ เราก็แผลงฤทธิ์กับแกทุกครั้งจนเบื่อขี้หน้า ครั้งสุดท้ายแกบอกแม่เราว่าไม่ต้องพามาแล้วนะ เพราะกว่าจะฉีดยาเราได้จับกันสามคน พอฉีดเสร็จปล่อยตัว เราก็กระโดดลงเตียงวิ่งหนีกลับบ้านไปเลย ทิ้งแม่ไว้ให้หมอดุ ตั้งแต่นั้นมาเราก็เป็นคนเดียวที่ต้องไปทำฟันไกลบ้านเพราะหมอไม่ยอมรักษาอ่ะ ตอนนั้นเราพึ่ง 9 ขวบเองนะ หมอใจร้าย : (

สวัสดีจ้ะน้องแก้มยุ้ย

พี่เข้ามาเ็ป็้นครั้งที่ 3 เพราะ ยิ้มขำกับวีรกรรมที่ห้าวหาญจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ที่ไม่กล้วหมอฟันแล้ว...เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ารักมากเลยจ้ะ ^ ^

อวยพรวันสงกรานต์คนที่ต้องอยู่เฝ้า กทม.จ้ะ ขอให้น้องซูซานและครอบครัวมีีความสุข สดชื่น สมหวัง  งานที่ค้างก็สำเร็จโดยพลัน เป็นที่รักของทุกๆคน ร่าเริง สดใสตลอดไปนะจ๊ะ และประสบความสำเร็จในการไปร้านเสริมสวยตอนสงกรานต์ด้วยนะ อิ อิ อิ เห็นบอกว่าจะให้รางวัลตัวเองไม่ใช่เหรอจ๊ะ ชอบจริงๆ ^ ^

 

ขอบคุณค่ะพี่เบิร์ด เขียนไปงั้นแหล่ะ จริงๆ ก็ยังกลัวอยู่ 555 เพียงแต่ฟอร์มดีขึ้น ไม่ถึงกับลุกขึ้นวิ่งหนีกลับบ้าน แรกๆ ก็เลี่ยงการทำฟัน แต่พอเริ่มแก่ก็คิดได้ว่ามันเพื่อสุขภาพช่องปากของเราเอง ไม่ทำก็ไม่มีใครบังคับหรอก แต่ถึงเวลาเจ็บก็จะสำนึกเองค่ะพี่

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะน้องซูซาน ดีใจที่ได้รับชาแล้ว จะได้อยู่บ้านจิบชาให้สบายใจนะคะ

เด็กๆสมัยนี้โชคดีที่คลีนิคทำฟันดีๆ หรือแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลส่วนใหญ่มักตกแต่งสวยงาม มีหนังสือ มีของเล่นของเด็ก ทำให้เด็กผ่อนคลาย สมัยพี่เป็นเด็กไปทำฟันคือเรื่องที่น่ากลัวมาก ครั้งหนึ่งคุณน้าพี่เคยพาไปทำฟันที่โรงพยาบาลในกรุงเทพแห่งหนึ่ง แต่พอพี่ไปถึงหมอ ถึงคิวตัวเอง เป็นลมด้วยความกลัว หมอเลยไม่ได้ทำอะไรให้ซักอย่าง

แต่ตอนนี้ถึงยังหวั่นอยู่ๆ แต่ก็คิดว่าจำเป็น เป็นไงเป็นกัน และเชื่อมือหมอด้วย หมอฟันพี่เป็นนักแต่งเพลงด้วยนะคะ อิ อิ แถมหมอชมว่าพี่แปรงฟันได้ดีมาก ให้ เอบวก ดีพอๆกับหมอแปรงฟันตัวเองเลย

อยากเป็นหมอฟันอ่ะ

จะได้ใส่ผ้าปิดปากด้วย อิอิ

แล้วหมอฟันแบบนี้กลัวไหมคร้าบ? :-P

 

ฮาดีค่ะ คงมัวแต่ขำจนลืมอ้าปากให้ทำ : )

สวัดีทุกๆคนที่อ่านนะครับ

ผมเป็นอีกคนที่กลัวหมอฟันมากๆ(มีประสบการณ์ไม่ค่อยดี) นึกถึงเก้าอี้ทำฟัน นึกถึงอุปกรณ์ทำฟันที่วางอยู่บนถาดนึกถึงเข็มฉีดยานึกถึงเสียงกลิ่นต่างๆแล้วสยองมากๆ และก็ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรทำให้ผมต้องมีปัญหาเรื่องฟันด้วยไม่เข้าใจเลย ทั้งๆที่ผมค่อนค้างดูแลฟันมากๆ ไม่กินของหวานเลย แปรงฟันครั้งละนานๆสามเวลา ใช้ไหมขัดฟัน ตามด้วยน้ำยาบ้วนปากด้วย แต่คงทำกรรมไว้ชาติที่แล้วผมหนีมันไม่พ้น ซึ้งขณะนี้ผมเครียดมากๆผมฟันผุบริเวณฟันกราม(ซี้ก่อนสุดท้ายข้างซ้าย)และผมได้รวบรวมความกล้าไปรักษาที่สาธารณะสุขแล้วกว่าจะทำใจไปได้เชื่อไหมครับผมนอนไม่หลับสามคืนเวลานอนมันจะสั่นๆอะครับไม่ได้หนาวนะแต่กลัว กินข้าวก็กินไม่ค่อยลง วันที่ไปหาหมอแทบไม่มีแรงเดินเลยครับอย่าว่าเวอร์เลยครับผมเป็นงั้นจริงๆ

ที่สำคัญคือหลังจากรักษาเสร็จครับผมแทบเป็นลมอีกครั้งครับ หมอบอกว่าคุณต้องไปรักษารากฟันด้วยตอนนี้หมออุดชั่วคราวไปก่อน คิดดูครับผมจะเป็นงัยทุกวันนี้ผมยังทำใจไปหาหมอไม่ได้เลยครับ เวลานึกรวบรวมความกล้าว่าต้องรักตัวเองนะถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวจะเป็นมากนะผมเครียดมากแล้วเครียดก็จะทำให้เหงือกบริเวณฟันซี่ที่หมดอุดชั่วคราวมันบวมเป็นก้อนเลือดเล็กๆออกมา (เซงมากๆ)

ยังไงให้คำแนะนำ ให้กำลังใจผมด้วยนะครับ

ใครมีคำพูดดีดีให้ผมเลิกกลัว ช่วยด้วยนะครับทุกวันนี้ผมก็รักสุขภาพนะครับแต่มันกลัวมากๆเลย ไม่รู้ทำไงดีครับ (nathapiphat@hotmail.com)ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

สวสดีค่ะ คุณLittle Jazz

  • เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังกลัวหมอฟัน...
  • แก้ไม่หายแล้วมั้งค่ะ

คุณ nathapiphat: ความกลัวมีกันทุกคน คิดว่าตัวเองไม่ได้เจอแบบนี้คนเดียวในโลก คนอื่นผ่านมาได้ เด็กเล็กๆ ก็ทำได้ เราก็ต้องทำได้

คุณ Kittyjump: แก้ไม่หายแต่ก็ต้องไปหาอยู่ดี เป็นเหมือนกัน ตอนนี้ทำใจแล้ว ไม่หา ไม่ทำ ปล่อยไว้ก็จะต้องทำหนัก หรือไม่ก็หมดโอกาสใช้ฟัน ต้องหันไปพึ่งฟันปลอมแทน คิดแบบนี้แล้วจะกลัวน้อยลง กลัวน่าเกลียดมากกว่ากลัวหมอฟันค่ะ

เราเองก็กลัวหมอฟันมาก ถึงมากที่สุด คนไม่กลัวไม่รู้หรอกว่ามันหน้ากล้วอย่างไร พอเวลาจะต้องไปทำฟัน

ก่อนนอนก็จะจิตใจไม่ดีแล้ว คิดมากไปตามเรื่อง พอถึงวันจะต้องทำจริงๆ ก็กลัวหนักไปอีก แต่ไงได้ก็ต้องทำ

นัดหมอแล้วนี้ ไม่ทำก็กลัวฟันจะเสีย ทำก็กลัวหมอฟัน หมอฟันชวนดัดฟัน ใจก็อยากดัดฟัน แต่อีกใจก็กลัวหมอมาก

แทนที่จะเจอหมอแค่ 6 เดือนครั้ง ต้องเจอหมอทุกเดือน มีหวังไม่เป็นอันทำมาหากินแน่ เอาแต่คิดเรื่องจะไปหาหมอฟัน จิตใจไม่อยู่กับดัว กับงานเลย ....แต่ก็ยังอยากดัดฟันอยู่ คิดไม่ตก บอกหมอขอทำใจก่อนนะ แล้วจะให้คำตอบ

กลัวการหาหมอฟันมากค่ะ กลัวการกรอฟัน กฃัวการอดฟัน เฮ้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเครียดทุกครั้งที่ขะเจอหมอฟัน ภึงกะนอนไม่หลับมาสองสามคืน ทำงัยดี รู้ว่ามีปันหาแจ่กลัวการหาหมอมากค่ะ

อย่าคิดว่าเราไปให้หมอเชือด เอ้ย! หมอรักษา แต่ให้คิดว่าเราไปเยี่ยมหมอฟัน แถมได้ใช้บริการจากหมออีกด้วย บอกให้ตรวจดูสุขภาพฟัน ขูดหินปูน ขัดฟัน สารพัดทำบอกหมอได้เลย ทำให้อยู่แล้ว โอกาสแบบนี้มีน้อยมากนะจะบอกให้

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี