สุขที่สร้างได้จากการให้


เงินที่ผมให้อาจจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ผมก็ตั้งใจและเต็มใจให้คุณลุงนะครับ
        3 ปี แล้วซินะ ที่ข้าพเจ้าปฏิบัติงานอยู่ที่นี้ ที่ๆผู้คนมากหน้าหลายตา หลากหลายอาชีพ ที่มารับบริการ ณ.สถานที่แห่งนี้ ที่ๆทุกคนเรียกกันว่า “โรงพยาบาล”
          ตำแหน่งของข้าพเจ้า  คือ เจ้าหน้าที่เวรเปล   จากวันที่ได้ทราบว่าตัวเองได้รับคัดเลือกให้มาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลแก่งคอย ในตำแหน่งพนักงานเวรเวรเปล ข้าพเจ้าทั้งดีใจและตื่นเต้นมากที่จะได้มาปฏิบัติงานที่นี้ ถึงแม้จะเป็นตำแหน่งที่ไม่มีเกียรติ  แต่ก็เป็นงานที่ข้าพเจ้าภาคภูมิใจ ได้ช่วยเหลือคนไข้ที่มาทั้งอาการหนัก อาการเบา เดินได้หรือเดินไม่ได้ แต่ก็เป็นการช่วยชีวิตคนได้เหมือนกัน
        นับตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าปฏิบัติงานอยู่ที่โรงพยาบาลแก่งคอยมานี้   ข้าพเจ้าก็มีเรื่องราวดีๆที่ข้าพเจ้าได้ทำและภาคภูมิใจมากมาย   และครั้งนี้ข้าพเจ้าขอเล่าถึงเรื่องที่ข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือคุณลุงท่านหนึ่งที่มารับบริการ ณ.โรงพยาบาลแก่งคอย คุณลุงเดินมาถึงหน้าตึก OPD  ด้วยท่าทางอิดโรยคล้ายจะเป็นลม  ข้าพเจ้าจึงได้นำรถเข็นนั่งเข้าไปรับและสอบถามอาการเบื้องต้นว่าหนักมากน้อยเพียงใดและน่าจะส่งที่แผนกไหน
         “คุณลุงเป็นอะไรมาครับ”
        “ลุงเหนื่อยจะเป็นลม” ลุงตอบ ข้าพเจ้าจึงได้พาคุณลุงไปส่งที่ OPD และกรอกประวัติให้ห้องบัตรเพื่อทำประวัติ 
         จากการพูดคุยจึงได้ทราบว่าคุณลุงไม่ใช่คนสระบุรี  แต่เป็นคนจังหวัดเพชรบูรณ์             แพทย์ให้คุณลุง Admit   ข้าพเจ้าเข็นคุณลุงเข้าไป Admit ที่ตึกผู้ป่วยในชาย
 
        “หมอๆ  ลุงหิวข้าวจังเลย  ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน แล้วที่โรงพยาบาลยังมีข้าวแจกผู้ป่วยอยู่รึเปล่าครับ” คุณลุงถาม
        “คุณลุงครับต้อนนี้หมดเวลาทำงานแล้วครับ เดี๋ยวผมเดินไปซื้อข้าวมาให้กินนะครับ”  ข้าพเจ้าฟังลุงพูดด้วยความสงสาร  จากการสังเกตข้าพเจ้าเชื่อคุณลุงอย่างสนิทใจว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยตามที่บอก  เพราะคุณลุงดูอิดโรยมาก
       เมื่อข้าพเจ้าพาคุณลุงไปส่งที่เตียงเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้เดินไปซื้อข้าวที่ร้านข้างหน้าโรงพยาบาลมาให้คุณลุงที่เตียง คุณลุงยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณข้าพเจ้าที่ช่วยเหลือ
       “ไม่ต้องไหว้หรอกครับคุณลุง ไม่เป็นไรหรอกครับ  ยังไงวันนี้เดี๋ยวผมกลับบ้านก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”   ข้าพเจ้ายกมือไหว้พร้อมทั้งขอตัวลากลับบ้านก่อน (ลืมบอกไปว่าขณะนั้นเป็นเวลา 17.00น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว  และข้าพเจ้าก็ไม่ได้อยู่เวร  จึงขอตัวลากลับบ้าน)
       วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้ามาทำงานเร็วกว่าทุกวัน   เพราะจะมาดูอาการของคุณลุงก่อนทำงาน และได้ซื้อนมและผลไม้มาให้คุณลุง และได้นั่งคุยกับคุณลุง
       “คุณลุงเป็นคน จ.เพชรบูรณ์ แล้วมาทำอะไรที่สระบุรีเหรอครับ”  ข้าพเจ้าสอบถาม
        “ลุงมาหาลูกสาวที่โคราช เพื่อที่จะมาขอเงินไปซื้อนมให้หลานๆ 3 คน ที่ ลูกสาวทิ้งไว้ให้เลี้ยงอยู่ที่บ้าน แต่ลูกสาวก็ไม่เคยส่งเงินไปให้เลย แล้วต้อนนี้ก็ไม่มีเงินที่จะซื้อนม ซื้อข้าวให้กินแล้ว มีเงินติดตัวมา 500 บาท ลุงต้องขายโทรศัพท์มือถือถึงได้เงินมาเพื่อเป็นค่ารถมาหาลูกสาว แต่พอมาถึงก็ไม่เจอเค้า ไม่เจอใครที่บ้านเค้าเลยไม่รู้ว่าไปไหน ถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้  ลุงก็ไม่รู้จะทำยังไงโทรหาก็ไม่ติด ก็เลยรอเค้าอยู่แถวนั้น 2 วัน แต่ก็ยังไม่มีใครมา เงินที่มีอยู่ก็ค่อยๆหมด จึงตัดสินใจเดินกลับบ้านเพราะถ้านั่งรถเมล์กลับก็กลัวเงินที่มีอยู่จะหมด เดินมาเรื่อยๆจนเงินหมดแล้วไม่มีเงินกินข้าว เห็นป้ายโรงพยาบาลก็เลยเดินเข้ามาเพราะคิดว่าไม่ไหวแล้ว”  คุงลุงพูดทั้งน้ำตา และยังถามข้าพเจ้าอีกว่า
       “จากที่นี้ไปเพชรบูรณ์ไกลรึเปล่าล่ะหมอเดี๋ยวลุงออกจากโรงพยาบาลแล้วลุงก็จะเดินกลับบ้านนะ”   
       “คุณลุงครับถ้าคุณหมอให้คุณลุงกลับบ้านได้แล้ว คุณลุงเดินออกไปหาผมที่ด้านหน้าโรงพยาบาลก่นนะครับเดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่ บขส.นะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมออกไปทำงานก่อนนะครับ คุณลุงกินนมกินผลไม้เยอะๆนะครับจะได้แข็งแรงเร็วๆ” คุณลุงกล่าวขอบคุณข้าพเจ้าอีกหลายครั้งก่อนที่ข้าพเจ้าจะเดินออกมาทำงาน
          “หมอครับ ลุงได้กลับบ้านแล้วครับคุณหมอบอกกลับบ้านได้วันนี้ครับ” คุณลุงเดินมาหาข้าพเจ้าที่หน้าตึก OPD ข้าพเจ้าขออนุญาตหัวหน้าแล้วพาคุณลุงนั่งมอเตอร์ไซด์ไปส่งที่ บขส. (ข้าพเจ้าออกไปส่งคุณลุงตอน เที่ยง เพราะบอกให้คุณลุงนั่งรอก่อน)และข้าพเจ้าก็ให้เงิน กับคุณลุงไปจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่ารถกลับบ้าน และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
         “ขอบคุณมากๆครับคุณหมอ คุณหมอใจดีจังเลย ผมจะไม่ลืมพระคุณหมอเลยนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ” คุณลุงยกมือไหว้พร้อมทั้งพูดทั้งน้ำตา
        “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณลุง ผมก็เป็นคนต่างจังหวัดเหมือนกัน เห็นคนเดือดร้อนผมก็อยากช่วยเหลือถึงแม้ผมเงินที่ผมให้อาจจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ผมก็ตั้งใจและเต็มใจให้คุณลุงนะครับ”
        ข้าพเจ้าส่งคุณลุงขึ้นรถเสร็จแล้วก็กลับมาปฏิบัติงานต่อ  ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือคุณลุงคนนี้
        
 นายเลิศศักดิ์   อำพันดร
พนักงานเปล
หมายเลขบันทึก: 409027เขียนเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2010 17:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 พฤษภาคม 2012 21:08 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (9)

พี่ขอชื่นชมในการปฏิบัติงานด้วยหัวใจรักเพื่อนมนุษย์..นับเป็นแบบอย่างที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม..

..ขอบุญกุศลนี้จงดลบันดาลให้คุณเลิศศักดิ์ มีคแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไปนะคะ..

สวัสดีค่ะ

ในสังคมไทยมีคนใจบุญอยู่อีกมากมายนะคะ  ขอบุญกุศลค้ำจุนผู้ในบุญและแบ่งปันกันด้วยความรัก 

ขอชื่นชมคุณเลิศศักดิ์   อำพันดร  ด้วยใจจริง ตำแหน่งหน้าที่การงานทุกอาชีพมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน  ขอป็นกำลังใจค่ะ

อ่านแล้วมีความสุขยิ่ง

  • สวัสดีค่ะ
  • บุษราแวะมาชื่นชม คนเก่ง คนดี อย่างนี้เค้าเรียกว่าบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ขอตบมือให้ค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                               

สวัสดีค่ะ

มาเป็นกำลังใจผู้ที่มากด้วยน้ำใจและใจงามด้วยค่ะ...ตอนนี้น้ำลดรึยังคะ...ห่วงใยนะคะ

  • สวัสดีค่ะ 
  • สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ...
  • ขอบคุณค่ะ
     
                                  ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง
  • ขอชื่นชมน้องเลิศศักดิ์จากหัวใจ

    คนดีไม่ได้มองกันที่หน้าตา หากแต่หน้าที่ที่น้องปฏิบัติ ส่งผลให้น้องเป็นคนดีเป็นที่ชื่นชม

    ขอให้น้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความดีตลอดไปนะคะ

    เลิศศักดิ์ อัมพันดร

    ขอขอบคุณพี่ๆและเพื่อนๆทุกๆทั่นที่ส่งแรงใจและกำลังใจมาให้กระผมกระผมขอบคุณมากครับและกระผมจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ

    ตามมาเชียร์ sha แก่งค่อยค่ะ

    ขอบคุณผู้นำเสนอนะคะ

    จ.น.ท ทุกคนในร.พมีส่วนช่วยให้งานก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณค่าไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งใดขอให้เราภูมิใจในงานที่เราทำเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ร.พพิจิตร

    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี