เพราะเหตุใด? ชาวนาจึงลำบากยากจน และเราจะแก้ความยากจนของชาวนาได้อย่างไร? (ลุงหมวดวิชัย สุริยุทธ์)


วันนี้

ร.ต.ต.วิชัย  สุริยุทธิ์  หรือ ดาบฯวิชัย  ที่ทุกท่านคุ้นเคยกัน

Img_1118 

ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ "ปลูกๆๆๆๆๆ ปลูกจนกว่าจะตาย"

ของท่านไปเรื่อยๆ

แต่บันทึกนี้

ครูวุฒิขอเอาข้อคิดข้อเขียนและความเห็นสำคัญของท่าน

ที่เกิดจากการเห็นสภาพจริงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มาลงให้ทุกท่านได้อ่านกัน

ดังนี้......

เพราะเหตุใดชาวนาจึงลำบากยากจน

1.  เพราะความรู้น้อยด้อยการศึกษา

Ø ไม่รู้เท่าทัน เลยถูกเอารัดเอาเปรียบ

Ø ทำอะไรก็ตามมีตามเกิด

Ø ท้อแท้สิ้นหวังในชีวิต

Ø รอรับแต่ความเมตตาช่วยเหลือว่าเมื่อไหร่จึงจะมีคนมาแจกและบริจาค

Ø อยากจะพัฒนาแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะขาดผู้นำและไม่กล้าเป็นผู้นำ

2.  เพราะความฟุ่มเฟือย

Ø งานประเพณีก็มีมากทุกฤดูกาล งานบุญ งานบ้าน งานกุศลก็ล้นเหลือ แล้วไหนจะมาจุนเจือในปัจจัยสี่ของครอบครัวแล้วจะไปเหลืออะไร

3.  เพราะยังมัวเมาในเรื่องอบายมุขทั้งหก

Ø ยังชอบเสพสุราและสิ่งเสพติดเป็นอาจิณ แล้วยังไม่ชอบกินข้าวปลาราคาประหยัดเป็นอาหาร

Ø ยังชอบเที่ยวในยามวิกาลไม่รักบ้าน ไม่รักลูกภรรยาสามีตน

Ø ยังชอบดูการละเล่นไม่เว้นบาร์คลับ ละคร โขน

Ø ยังชอบพบคนชั่วมั่วกับโจร ย่อมหนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน

Ø ยังชอบเล่นการพนัน ม้า ไผ่ ชนไก่ ไฮโล โบก หวย มวยพนัน ฯลฯ อื่นทั้งสิ้น

Ø ยังชอบเกียจคร้านการทำกิน ฯ

Nawan3 

4. เพราะยังทำนาปีขายข้าว

Ø                 ชาวนาทำนาปีหากฟ้าฝนดี 1 ปี จึงจะมีข้าวขึ้นยุ้ง 1 ครั้ง พวกข้าราชการนั้นยังดีหน่อยถึงไม่บ่อย 1 ปี ได้ถึง 12 ครั้ง ส่วนพวกเขาค้าขายรายได้ 1 ปี ถึง 365 ครั้ง ที่ร้อยตำรวจตรีวิชัยฯ ว่า อยากจนทำนาขายข้าว อยากรวยให้ซื้อข้าวขายข้าวนั้นจริงหรือ และนายอำเภออนันต์ ชงกรานต์ทอง คนภาคกลางจากอ่างทอง ก็ว่า ทำนาปีมีแต่หนี้กับพัง ทำนาปรังนั้นมีแต่พังกับหนี้ ถ้าทำนาทั้งปีและนาปรังมีแต่เป็นหนี้อีรุง ตุงนัง จึงขอฝากชาวนาไว้ให้คิดเป็นการบ้านด้วย)

E4 

5. เพราะขาดความสามัคคีในการสร้างสรรค์ความดี

Ø ต่างคนต่างอยู่รวมกันไม่ติดอะไรก็ได้ระเบียบวินัยหย่อนยาน

Ø มีพฤติกรรมประเภทขี้เมา จะถือว่าเจ้าภาพดีเมื่อมีงานเลี้ยงสุรา

Ø คบกันไปไหนทางชั่วไม่เกรง กลัวกฎหมายแต่กลัวผีสางเทวดา

Sport1 

Ø การพนันหนาแน่น และไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน หรือไม่ศรัทธาในกุศลธรรม

Ø ไม่รู้วัตถุประสงค์ในการพัฒนาตนเองและสังคม

พวกเราจะแก้ไขความลำบากยากจนของชาวนาเราได้อย่างไร

1. แก้ด้วยการศึกษา (หลังจากลูกหลานเราจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ส่งให้ศึกษาเล่าเรียนต่อ เพราะการศึกษาในปัจจุบันนี้ ได้ขยายมาถึงหมู่บ้านของพวกเราแล้ว ทั้งยังมีการศึกษานอกโรงเรียนอีกด้วย รวมทั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพจากหน่วยงานต่างๆ ก็ได้มาส่งเสริมในหมู่บ้านของพวกเราอีกด้วย การศึกษานั้นพาให้คน พ้นวิบัติจริงๆ

2. แก้ด้วยการประหยัด (พวกเราจงมาช่วยกันอุดรอยรั่วจากอบายมุขทั้งหกให้หมดก่อน แล้วก็หันมาใช้น้อยถ้ามีน้อย ให้ใช้สอยทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจงคำนึงถึงฐานะของตนเอง จงเลียนแบบคนจีนรุ่นเก่าๆ เขาดูบ้าง)

3. แก้ด้วยสติปัญญาและเหตุผล (ศัตรูที่ร้ายกาจของคนเรานั้นก็คือ การที่รู้ว่าอะไรที่ไม่ดีก็ยังทำ และการที่รู้ว่าอะไรดีแล้วก็ยังไม่ยอมกระทำ ให้เห็นโทษของอบายมุขทั้งหกบ้าง)

4. แก้จาการทำนาปีให้เป็นไร่นาสวนผสม (ให้ทำนาแผนใหม่ตามหลักทฤษฎีของในหลวง ที่ว่า สูตร 30-30-30-10 เช่นมีนา 10 ไร่ ไร่ขุดบ่อ หรือสระไว้ใช้และเลี้ยงปลา 3 ไร่ เอาไว้ปลูกข้าว 3ไร่ เอาไว้ปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์  3 ไร่  อีก 1 ไร่ เอาไว้ปลูกที่อาศัยและใช้เป็นที่ผักผ่อน

5. แก้ด้วยการเสริมสร้างกิจกรรมให้เกิดความสามัคคี (แก้ด้วยระบบสหกรณ์ มีกิจกรรมทำอย่างต่อเนื่องคิดเป็นทำเป็น ซื้อเป็น ขายเป็น พึ่งตนเอง ขยันอย่างฉลาด ปราศจากอบายมุข ฯลฯ

**************************

สุดท้ายท่านทิ้งท้ายให้คิดกันเล่นๆว่า

ถ้าคนจนยังโง่แล้วก็ขี้เกียจ ถูกคนรวยที่ขยันแล้วก็ฉลาดมีแต่เอารัดเอาเปรียบ สังคมจะสุขกันอย่างไร

จริง หรือไม่จริง  เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร....

ก็สุดแท้แต่ท่าน

แต่หากจะกรุณาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเหล่านี้บ้าง

....ก็จักเป็นพระคุณยิ่ง....

สวัสดีครับ

Cool Kids Toys
ซื้อขายที่ดิน

หมายเลขบันทึก: 198530เขียนเมื่อ 4 สิงหาคม 2008 02:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:23 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (17)
  • สวัสดีตอนเช้าค่ะ ครูวุฒิ
  • โดยส่วนตัว มองว่า วิธีแก้อีกข้อ น่าจะเป็น "การผ่าตัดใหญ่" ไหมคะ ผ่าตัด "สมองส่วนของวิธีคิด" น่ะค่ะ
  • ปรับ "ระบบวิธีคิด" ใหม่
  • ทำอย่างไร จะพึ่งพาตนเองได้
  • ทำอย่างไร คนอื่นจะพึ่งพาตนเองได้
  • ทำอย่างไร เราจะพึ่งพาธรรมชาติที่มีอยู่
  • ทำอย่างไร ธรรมชาติที่มีอยู่ไม่ถูกทำลาย
  • ทำอย่างไร เราไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมไม่ทำลายเรา
  • และทำอย่างไร ทุกส่วนรอบตัวเราไม่เป็นพิษ
  • คิดที่จะทำในหลาย ๆข้อที่กล่าวมา ก็คงไม่ต้องหาวิธีแก้ไข มากแล้วล่ะค่ะ ขอเพียงตัวเราปฏิบัติในสิ่งที่ดี ๆ และคิดดีต่อผู้อื่น ก็เพียงพอแล้วค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

 

สวัสดีค่ะ ท่าน

  • ครูอ้อย อ่านแล้ว มีความสุขจัง..ที่รู้สึกว่าท่านจริงจังกับเรื่องนี้
  • ยิ่งเห็นภาพท้องนาแล้ว ยิ่งมีความสุขใจ
  • แต่ ทำไม  ความสุขนั้น มันมลายหายไปไหน
  • ครูอ้อยคิดว่า..เขา ไม่ได้ โง่ จริงจัง  บางที และหลายครั้ง ที่เขาต้อง จำใจโง่

เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะท่าน

  • คำว่าชาวนาเป็นกระสันหลัง
  • ของประเทศชาติ ยังใช้ได้เปล่า
  • ถ้าใช้ได้ ทำไมคนเป็น รมต.
  • เกษตร จึงไม่ให้ความสำคัญแบบนี้
  • อยากให้ผู้มีอำนาจได้อ่านจัง
  • หรือไม่ให้ครูวุฒิเป็น รมต.เกษตรไปเลย
  • ชาวนาจะได้เป็นกระดูกสันหลังจริงๆ
  • ไม่เป็นกระดูกผุผุ เหมือนทุกวันนี้

  • เห็นแล้วเศร้าในชะตากรรมชาวนาไทยค่ะครูวุฒิ
  • สงสารชาวนาแต่ไม่สงสารคนที่เช็ดน้ำตาในหน้าจอทีวีวันก่อน 3 ปียังน้อยไป กับเจตนาเอารัดเอาเปรียบ
  •  เฮ้อ ที่สุดแล้วยังไงก็ต้องรอด ไม่งั้นเราจะมีประโยคเด็ด ว่าบกพร่องโดยสุจริตหรือคะ คงจำกันได้
  • ครูวุฒิขา ทุกฝ่ายในสังคมทุกระดับต้องช่วยกัน
  • โดยเฉพาะการบ่มเพาะลูกหลานไม่ให้หลงระเริงไปกับความสะดวกสบาย
  • เราจะไม่อดแน่ ถ้าไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย
  • เห็นพ่อแม่รุ่นใหม่สอนลูกแล้วน่าห่วงว่าลูกจะเลี้ยงตัวเองได้หรือหากรักสบายแบบนั้น
  • เป็นกำลังใจให้ชาวนาไทย และดาบวิชัยเสมอค่ะ
  • นำดอกไม้ที่บ้านมาฝากค่ะ เผื่อจะลดอุณภูมิทุกฝ่ายลงได้บ้าง ดอกปอทะเลค่ะ เปลี่ยนสีได้ด้วยนะคะปลูกเองกับมือ

  • ขอยืนข้าง ๆ ครูวุฒด้วยคนครับ
  • แต่ก็อย่างว่า...ค่อนข้างหนักใจ..
  • เปลี่ยนใครคงเปลี่ยนยาก...
  • เปลี่ยนตัวเองยังลำบาก...
  • ขยันได้เป็นช่วง ๆ (ดีที่ไม่เป็นหลินฮุ้ยด้วย)

Pบัวปริ่มน้ำ

  • สวัสดีครับคุณบัวฯ
  • ขอบคุณครับที่มาให้กำลังใจแต่เช้าเลย
  • ครับ ตอนนี้สถานการณ์ของพี่น้องชาวบ้านเรา  น่าเป็นห่วงเกินที่กว่าที่เราจะนิ่งดูดายได้ ซึ่งก็เกิดจากโทษสมบัติในแบบที่ท่านดาบวิชัยเขียนนั่นแหละครับ
  • ที่ผมต้องพยายามในลักษณะที่คุณบัวฯเรียงร้อยมา เป็นเพราะเป็นทั้งหน้าที่โดยตรง(การศึกษาพัฒนาชุมชน) และผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง(ต้องสอนเด็กที่ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมีปัญหาเยอะมาก)ครับ
  • ทำไป สอนไป ในขณะเดียวกันก็เห็นสังคมเปราะบางลงเรื่อยๆไป ก็อดที่จะหดหู่ใจไม่ได้ แต่ก็ไม้ท้อ เพราะมีความหวังว่า "เด็กที่ผ่านการเสริมและสร้างจากเรา น่าจะมีอะไรพิเศษกว่าที่เห็นอยู่ทั่วๆไปบ้าง" ซึ่งก็น่าจะดีกว่าปล่อยเลยตามเลย คุณบัวฯว่าไหมครับ
  • อย่าลืมวะมาอีกนะครับ
  • ขอบคุณมาก
  • สวัสดีครับ

P สวัสดีครับ ครูอ้อย แซ่เฮ

  • ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจครูวุฒิ
  • คุณครูอ้อย (รวมทั้งท่านสะมะฯและน้องๆ)สบายดีนะครับ
  • ก็พยายามทำตามที่คิดว่า"จำเป็นต้องทำ"น่ะครับ
  • เพราะสังคมชนบท(ฐานรากใหญ่ของชาติ)โดยภาพรวมแล้วน่าเป็นห่วงมาก
  • ครอบครัวแทบจะไม่เป็นครอบครัวกันแล้ว
  • ทัศนคติทั้งของเด็กรุ่นใหม่และของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่  โน้มหนักไปทางอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดแล้วล่ะ
  • ถ้าครูไม่เน้นการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้  ไปเน้นแต่ตัวเลขคะแนน NT และ O-NET อย่างที่ผู้ใหญ่ใน สพฐ.ต้องการ ก็คงเท่ากับซ้ำเติมปัญหาให้โคม่าเข้าไปอีก
  • ตอนนี้อัตราเด็กออกกลางคัน ไม่จบภาคบังคับ ม.3 มีสูงมาก  เพราะเด็กเบื่อวิชาการ(เพื่อคะแนนNT)ที่ครูยัดให้
  • ออกไปก็สร้างปัญหาให้กับสังคมเป็นการแก้แค้นซะอีก
  • พ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยซะเป็นส่วนใหญ่  ที่อยู่ด้วยก็บอกสอนอะไรไม่ได้ (เพราะภาวะความเป็นพ่อแม่และความเป็นผู้นำครอบครัวไม่พอ) อะไรๆก็เลยดูเหมือนผีซ้ำด้ำพลอยกันไปหมด
  • ครูวุฒิเลยต้องหวังกับเด็กๆทุกรุ่นที่สอน  เผื่อจะมีสักส่วนหนึ่งที่"สำนึกดี"พอที่จะดูแลสังคมชุมชนหมู่บ้านได้ตามสมควร ไม่ให้เสื่อทรามลงเร็วจนเกินไปนัก
  • ครูวุฒิค่อนข้างจะเพ้อฝันไปนะครับครูอ้อย
  • แต่ก็เป็นความจำเป็นนะผมว่า
  • ขอบคุณมาก อย่าลืมแวะมาอีกนะครับ
  • สวัสดีครับ

P สวัสดีครับที่ ผอ.นายประจักษ์

  • โอ้โห...โคมไฟ OSOP ของบางลี่สวยจริงๆ ดูแล้วเป็นชิ้นงานสินค้าหัตถกรรมที่ได้มาตรฐานมากๆ ขอบคุณท่านที่นำภาพมาฝากครับ
  • และขอบคุณเป็นพิเศษในส่วนที่ท่านยังให้เกียรติแวะมาเยี่ยมพร้อมกำลังใจเช่นเดิม
  • ต้องขออภัยครับที่ผมห่างบล้อกไปพักหนึ่ง  เพราะแม่บ้านไม่สบาย ไปนอน รพ.ซะเกือบๆเดือน  แม้ออกมาแล้วหลายอย่างก็ยังไม่ใคร่เข้าที่ดีเท่าที่ควร
  • โห... ถ้าเขาให้ครูวุฒิเป็น รมต.เกษตร ก็คงโดนเกษตรกรโห่ไล่ก่อนใครเพื่อน เพราะคงอดที่จะชวนพี่น้องชาวนาปรับแปลงนา(โล่งๆอย่างทุกวันนี้)ให้เป็น"นาป่า"และ"ไร่นาสวนผสม"ไม่ได้ 
  • ซึ่งแน่นอนว่าต้องขัดกับความรู้สึกของพี่น้องชาวนาแน่ๆ เพราะเขามีแต่โค่นป่าให้เป็นนาโล่งๆกัน  แล้ว รมต.ครูวุฒิสติดีอยู่หรือเปล่า ที่มาชวนให้ปรับนาเป็น"นาป่า"อย่างที่ว่า
  • แต่โทษทีครับ ที่แน่ๆนักการเมืองเขาไม่อยากให้ชาวนาอยู่ดีกินดีหรอกครับ เพราะเขากลัว"ซื้อเสียง"และ"ถอนทุน"ไม่ได้
  • สู้ยุยงส่งเสริมให้ดื่ม กิน เสพ เที่ยว เล่น(ทั้งกีฬาและการพนัน) รวมทั้งลุ่มหลงในบุญกุศล(จนเกินพอดี) อย่างทุกวันนี้ไม่ได้ ปกครองและซื้อเสียง(รวมถึงที่ดินที่ไร่ที่นา)ง่ายดี (ตอนนี้เจ้าของไร่นาในชนบทส่วนใหญ่มีนามสกุลค่อนข้างยาวกว่าชาวบ้านธรรมดาครับ)
  • แหะๆ...เข้าเรื่องการเมือง เลยอดกระแทกแรงๆไม่ได้ ขออภัยท่านครับ
  • ประเดี๋ยวจะแวะไปเยี่ยมท่านบ้าง
  • สวัสดีครับ

P หวัดดีจ้ะน้องอ๊อต naree suwan

  •  ขอบคุณมาก สำหรับการแวะมาเยี่ยมพร้อมดอกไม้สวยๆ (รวมทั้งที่บันทึกก่อนนี้ด้วยนะ)
  • เอาน่า... 3 ปี พร้อมคำสั่งสอนจากศาลอีก ก็นับว่าเจ๊กอั่กไม่น้อยนะ  อื่นๆที่จ่อคิวอยู่อีกล่ะ ถ้าหลุดได้ก็เกินคนเลยล่ะพี่ว่า
  • แต่พี่น้องชาวนาที่เป็นรากฐานสำคัญของสังคมเราสิ ไอ้ที่หลุด(มือไป)ก็คือที่ทำกิน แต่ที่ไม่หลุดก็คือวังวนความจนยาก (ทั้งๆที่ยากจะจน ถ้าสู้ทนกันสักหน่อย)
  • รวมทั้งพี่น้องครูเราด้วย  ที่ไม่มีวันหลุดจากหนึ้ และหนีจากการสอนเด็กครึ่งคนไม่ได้
  • แต่ก็จำตัองสู้ ต้องสู้จึง(เผื่อ)จะชนะ
  • ไปเยี่ยมที่บันทึกล่าสุดแล้วล่ะ  แต่ยังไม่ได้ฝากข้อความ
  • สบายดีนะ
  • สวัสดีจ้ะ

Pหวัดดีครับน้องปรีดา เกษตร(อยู่)จังหวัด

  • ขอบคุณที่แวะมายืนข้างๆ
  • การบ้านที่น้องให้  พี่ยังคิดไม่ออกเลยนะเนี่ย  ไม่รู้จะเขียนอะไร? หาความฝังจิตฝังใจไม่ใคร่เจอ
  • ครับ ยอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงยากจริงๆ แต่ก็เปลี่ยนได้บ้างอยู่นะ
  • หลายคนพลิกจากดำเป็นขาวเลยนะ  กลายเป็นคนละคนเลยล่ะ  "ความรัก สำนึกดีและแรงบันดาลใจ" เป็นวัตถุดิบที่สำคัญครับ
  • พี่เชื่อว่า ถ้า"การศึกษา"เน้นที่"การสร้างจิตสำนึก" แทนการ "ยัดเยียดความรู้ที่ต้องจำไว้ตอบข้อสอบ"อย่างที่ผ่านๆมาและที่เป็นอยู่  พี่ว่าสังคมไทยดีขึ้นแน่นอน
  • แต่การศึกษาวันนี้ก็ยังตอกย้ำให้สังคมตกต่ำลงไปอีก(และเร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้นๆอีกด้วย)
  • และวันนี้ ผลของการศึกษาในรูปแบบการประชันขันแข่ง จะเห็นได้ชัดเจนมาก  น้องปรีดาว่ามะ...
  • ทุกคนสบายดีนะ
  • สวัสดีครับ
  • แวะมาขอบคุณเพราะเมื่อวานแอบใช้บันทึกนี้ชี้แจงในที่ประชุม
  • เรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น
  • ขอบคุณครับ

ชาวนาไทย(รุ่นสุดท้าย) เพราะ ผู้ใหญ่คนทำงานในชนบท เดี๋ยวนี้ ไปทำงาน รับจ้าง หรืองานอื่น ๆ ในเมืองหมด  เพราะ อาชีพชาวนา เหนื่อย หนัก และข้าวก็ราคาต่ำ แม้ช่วงนี้ราคาสูงขึ้น แต่ก็ลดลงอีก หากเราไม่ได้เข้าไปช่วยกันจริงจัง ชาวนาไทยไทยแย่แน่ ๆ และเราคนไทยก็จะไม่มีข้าวกิน ต้องซื้อข้าวต่างชาติกิน (ตอนนี้มีหลายประเทศที่เข้ามาซื้อที่นา และจ้างคนไทยทำนา)

คนที่อยู่กับชาวนาอย่างครูยังไม่เข้าใจชาวนาแล้วจะแก้ได้อย่างไร ก็สอนลูกชาวนานี้ค่ะ

เหนื่อจัง ที่ชาวถูกดูถูก ทำนาตั้งแต่เช้าจดคำ หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ทำนาให้ไอ้พวกดูถูกกิน

ลูกนาที่สงสารครอบครัว

ขอบคุณครับที่แนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาไทย ถ้าผมมีงานทำที่ดี ๆ มีรายได้มากพอ ผมจะไม่ให้ครอบครัวทำนาอีก เพราะผมสงสารครอบครัวที่ต้องเหนื่อยทำนา ราคาค่าข้าวก็ถูก แสนถูก ราคาปุ๋ยก็เเพงเอา แพงเอา แล้วยังนี้ชาวนาไทยจะรวยได้อย่างไร

สำหรับคุณ 14.

สำหรับคุณIco32
ไม่แสดงตน [IP: 202.29.80.11]
เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2553 18:56
#2239172 [ ลบ ]

"เหนื่อจัง ที่ชาวถูกดูถูก ทำนาตั้งแต่เช้าจดคำ หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ทำนาให้ไอ้พวกดูถูกกิน"

ถ้าคุณเป็นคนจิตใจงาม ความคิดเห็นของคุณ น่าจะสุภาพและสร้างสรรค์กว่านี้นะครับ  กระผมเองก็เป็นลูกชาวนา ๑๐๐% อยู่กับชาวนาสอนลูกชาวนามาโดยตลอด และปัจจุบันนี้ก็ยังทำนาอยู่เหมือนกัน รู้เห็นอะไรเป็นอะไรเกี่ยวกับชาวนามาเยอะ และทุกวันนี้ก็เต็มที่กับการร่วมด้วยช่วยแก้ไขปัญหาของชาวนา (นอกเหนือจากงานประจำสอนลูกชาวนา) ส่วนคุณน่ะ นอกเหนือจากใช้วาจา(อันไม่ใคร่สุภาพ) ในการปกป้องศักดิ์ศรีของชาวนาแล้ว ทำอะไรเพื่อชาวนาอย่างเป็นชิ้นเป็นอันบ้างล่ะ เล่าสู่กันฟังบ้างสิครับ

15.

สวัสดีครับคุณ "ลูกนาที่สงสารครอบครัว" [IP: 202.29.80.11]
เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2553 19:15
        ขอบคุณที่เข้ามาร่วมแจม
        ในความเป็นจริงแล้ว ชาวนาไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร ปุ๋ย-ยาแพง ก็น่าจะปล่อยให้มันแพงไป เราไม่จำเป็นต้องใช้นี่ครับ มีทางเลือกอื่นๆอีกมากมายในการพึ่งตัวเอง
        และข้อสำคัญชาวนาไม่จำเป็นต้องฝากชีวิตไว้กับนาข้าวเพียงเรื่องเดียว เพราะในพื้นที่นานั้นทำกิจกรรมทางการเกษตรเพิ่มรายได้ได้อย่างมหาศาลทั้งปี (ถ้าขยันและรู้จักแสวงหาองค์ความรู้มาใช้) ยายแก่ๆแถวๆบ้านผมที่ศรีสะเกษ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละกว่า ๕,๐๐๐ - ๖.๐๐๐ บาท จากการปลูกผักขาย (คุณเห็นไหมผักชี-ต้นหอมมัดละ ๕ บาทได้กี่ต้น) และคนพิการบางคน มีรายได้เดือนละกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท เพียงเพราะเลี้ยงหมูขายลูกเท่านั้น
         เรื่องฝนแล้ง-น้ำท่วม เรื่องเล็ก คนเราสำคัญที่ "จิตสำนึก" และ "ปัญญา" ครับ
ขอบคุณอีกครับ
สวัสดีครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี